เจฟฟ์ เบโซส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon เตรียมมอบแรงหนุนครั้งใหญ่ให้ ลิเวอร์พูล หลังมีรายงานว่ากลุ่มทุนที่เขาร่วมอยู่ใกล้บรรลุข้อตกลงซื้อหุ้นราว 1 ใน 3 ของสโมสร ด้วยมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านปอนด์
โดยกลุ่มทุนดังกล่าวนำโดย อมิต ภาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย และมี เอดูอาร์โด ซาเวริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ร่วมอยู่ด้วย หากดีลสำเร็จจะทำให้มูลค่ารวมของบ้านผลบอลสโมสร ลิเวอร์พูล พุ่งขึ้นไปแตะราว 4.5 พันล้านปอนด์
ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะส่งผลกระทบสำคัญต่อแผนเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล ในระยะยาว เนื่องจากความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจของ เบโซส์ อาจช่วยผลักดันรายได้ของสโมสรให้เพิ่มขึ้นจากสถิติเดิมที่ 703 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ “หงส์แดง” สามารถใช้งบกับนักเตะได้มากขึ้น ภายใต้กฎ Squad Cost Ratio ของ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า ขณะที่ บิลลี่ โฮแกน ซีอีโอ ลิเวอร์พูล ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า สโมสรพร้อมพิจารณาการขายหุ้นบางส่วน หากเป็นการลงทุนที่จะช่วยให้ทีมเติบโต

ด้านในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ยังต้องการเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม หลังใช้เงินไป 34.5 ล้านปอนด์กับ วิคเตอร์ มูนญอซ และคว้า เฌเรมี่ ฌักเกต์ ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม
ขณะที่การเสีย โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ซึ่งย้ายไป แทร็บซอนสปอร์ แบบไร้ค่าตัว ทำให้ทีมยังต้องมองหาตัวแทนแนวรุก โดยมี แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นหนึ่งในเป้าหมาย แต่ยังติดเรื่องการเจรจาค่าตัว ขณะเดียวกัน อดัม สกอตต์ กองกลาง บอร์นมัธ ก็เป็นอีกเป้าหมายที่ถูกพูดถึง

สำหรับแนวรับ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้ โรนัลด์ อเราโฮ่ กองหลังกัปตันทีม บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาด 47.1 ล้านปอนด์ ถือเป็นคำตอบที่ทันเวลาสำหรักุนซือบ อิราโอล่า ที่ก่อนหน้านี้ออกมาบ่นว่าทีมขาดแคลนผู้เล่นกองหลังที่มีประสบการณ์
โดยการจับคู่กันในแนวรับระหว่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อเราโฮ่ จะเข้ามาช่วยขันเกมรับของทีมให้แน่นหนาขึ้น ขณะที่แฟนบอลต่างเฝ้ารอข่าวดีเรื่องการปิดดีลขายหุ้นให้กลุ่มของ เจฟฟ์ เบโซส์ ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางการเงินมหาศาลให้ทัพ หงส์แดง กลับมาเป็นเจ้าบุญทุ่มในตลาดนักเตะเพื่อล่าความสำเร็จทุกรายการในฤดูกาลที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น
"I'm excited to be here at this massive club." ❤️ pic.twitter.com/rVNw6zO1ja
— Liverpool FC (@LFC) August 10, 2026
ข้อมูลจาก thesun.co.uk/sport/football/
ภาพจาก AFP






