สั่งปิดแล้ว ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ท่าม่วง เพิกถอนใบอนุญาตทันที หลังพบดัดแปลงเตียงลูกกรง ห้องกรงขัง ลวดหีบเพลง - เหยื่ออีกราย เล่าสภาพสุดเลวร้าย
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
เมื่อไปถึงมีคน 3-4 คนหิ้วตัวลุงช้างลงจากรถ ถอดกางเกง สวมแพมเพิร์ส แล้วจับเข้าไปนอนใน "เตียงปลาปิ้ง" ซึ่งเป็นเตียงที่มีตะแกรงเหล็กครอบปิด เมื่อขอเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่กลับสั่งให้ขับถ่ายใส่แพมเพิร์สเท่านั้น ลุงช้างต้องนอนอยู่ในสภาพพลิกตัวไม่ได้ราว 1 ชั่วโมง จนยอมเจรจาเพราะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้
ทั้งนี้ ลุงช้างยืนยันว่ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่เคยมีประวัติรักษาโรคจิตเวช ไม่ได้เสพยา และไม่มีเวชระเบียนใด ๆ แต่ทางศูนย์พยายามให้กินยานอนหลับ ซึ่งเขาปฏิเสธเพราะเกรงอันตราย และพยายามทำตัวสงบเพื่อไม่ให้ศูนย์มีข้ออ้างในการจ่ายยา
หลังจากนั้น ลุงช้าง ถูกย้ายไปอยู่ "ตึกเหลือง" ซึ่งเป็นอาคารสำหรับผู้ป่วยจิตเวช โดยต้องนอนห้องเดียวกับอดีตทหารที่มีอาการป่วยทางจิตเวช ซึ่งมักลุกมายืนจ้องหน้าเขาใกล้ ๆ ตอนกลางคืน จนลุงช้างต้องแกล้งหลับ ภายในห้องนอนที่เปิดแอร์มีเพียงถังสีไว้ให้ขับถ่าย ส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก ส่วนอาหารก็มีคุณภาพย่ำแย่ บางวันมื้อเช้ามีเพียงกล้วยน้ำว้าดิบกับกาแฟ รสชาติกินไม่ได้ จนต้องกินเพียงเล็กน้อย หรือขอแบ่งขนมและปลากระป๋องกินประทังชีวิต
ลุงช้าง ยังเล่าว่า ในช่วงก่อนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจ ทางศูนย์ให้ผู้ชายทุกคนแก้ผ้าอาบน้ำรวมกันบริเวณหลังอาคาร และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลส่วนใหญ่ไม่ใช่บุรุษพยาบาลหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นลูกหลานหรือญาติของผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมเพียงไม่กี่วัน
ลุงช้างต้องอยู่ในศูนย์นานกว่า 3 เดือน โดยไม่สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อใครได้เลย เพราะศูนย์ให้สิทธิ์ติดต่อเฉพาะผู้เซ็นสัญญา ซึ่งก็คือภรรยาเท่านั้น จนกระทั่งพี่สาวของลุงช้างออกตามหา โดยได้เพื่อนที่ทำงานขายเครื่องมือแพทย์ช่วยโทร. สอบถามศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในรัศมี 100 กิโลเมตร จนพบว่าลุงช้างถูกนำมาฝากไว้ที่ศูนย์แห่งนี้ พี่สาวจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม แต่เมื่อคดีไม่มีความคืบหน้า จึงต้องว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องดำเนินคดี จนในที่สุดลุงช้างได้รับความช่วยเหลือออกมาจากศูนย์
แม้จะออกมาได้แล้ว แต่ลุงช้างยอมรับว่าสภาพจิตใจย่ำแย่มาก ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงหรือนึกภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมา ก็จะร้องไห้ออกมาเอง
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
ภาพจาก โหนกระแส
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
ภาพจาก โหนกระแส
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
ภาพจาก โหนกระแส
![สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง]()
ภาพจาก โหนกระแส
จึงมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานประกอบการ โดยสามารถอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง โดยการอุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ความคืบหน้ากรณีแม่ออกมาร้องเรียนถูกลูกชายยึดกิจการ โดยมีการจับแม่ส่งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นำมาซึ่งการเปิดโปงสภาพน่าตกใจ มีการทำห้องลักษณะเป็นลูกกรง รวมถึงนำกรงมาครอบเตียง ขณะเดียวกันเหยื่อหลายคนที่เคยอยู่ในศูนย์ดังกล่าวออกมาเล่าเรื่องที่ถูกเจ้าหน้าที่ทำรายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว

ล่าสุด (7 ตุลาคม 2569) ในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ลุงช้าง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งในครอบครัว ภรรยาได้จ้างกลุ่มคนมาจับตัวไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
เมื่อไปถึงมีคน 3-4 คนหิ้วตัวลุงช้างลงจากรถ ถอดกางเกง สวมแพมเพิร์ส แล้วจับเข้าไปนอนใน "เตียงปลาปิ้ง" ซึ่งเป็นเตียงที่มีตะแกรงเหล็กครอบปิด เมื่อขอเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่กลับสั่งให้ขับถ่ายใส่แพมเพิร์สเท่านั้น ลุงช้างต้องนอนอยู่ในสภาพพลิกตัวไม่ได้ราว 1 ชั่วโมง จนยอมเจรจาเพราะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้
ทั้งนี้ ลุงช้างยืนยันว่ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่เคยมีประวัติรักษาโรคจิตเวช ไม่ได้เสพยา และไม่มีเวชระเบียนใด ๆ แต่ทางศูนย์พยายามให้กินยานอนหลับ ซึ่งเขาปฏิเสธเพราะเกรงอันตราย และพยายามทำตัวสงบเพื่อไม่ให้ศูนย์มีข้ออ้างในการจ่ายยา
หลังจากนั้น ลุงช้าง ถูกย้ายไปอยู่ "ตึกเหลือง" ซึ่งเป็นอาคารสำหรับผู้ป่วยจิตเวช โดยต้องนอนห้องเดียวกับอดีตทหารที่มีอาการป่วยทางจิตเวช ซึ่งมักลุกมายืนจ้องหน้าเขาใกล้ ๆ ตอนกลางคืน จนลุงช้างต้องแกล้งหลับ ภายในห้องนอนที่เปิดแอร์มีเพียงถังสีไว้ให้ขับถ่าย ส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก ส่วนอาหารก็มีคุณภาพย่ำแย่ บางวันมื้อเช้ามีเพียงกล้วยน้ำว้าดิบกับกาแฟ รสชาติกินไม่ได้ จนต้องกินเพียงเล็กน้อย หรือขอแบ่งขนมและปลากระป๋องกินประทังชีวิต
ลุงช้าง ยังเล่าว่า ในช่วงก่อนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจ ทางศูนย์ให้ผู้ชายทุกคนแก้ผ้าอาบน้ำรวมกันบริเวณหลังอาคาร และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลส่วนใหญ่ไม่ใช่บุรุษพยาบาลหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นลูกหลานหรือญาติของผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมเพียงไม่กี่วัน
ลุงช้างต้องอยู่ในศูนย์นานกว่า 3 เดือน โดยไม่สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อใครได้เลย เพราะศูนย์ให้สิทธิ์ติดต่อเฉพาะผู้เซ็นสัญญา ซึ่งก็คือภรรยาเท่านั้น จนกระทั่งพี่สาวของลุงช้างออกตามหา โดยได้เพื่อนที่ทำงานขายเครื่องมือแพทย์ช่วยโทร. สอบถามศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในรัศมี 100 กิโลเมตร จนพบว่าลุงช้างถูกนำมาฝากไว้ที่ศูนย์แห่งนี้ พี่สาวจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม แต่เมื่อคดีไม่มีความคืบหน้า จึงต้องว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องดำเนินคดี จนในที่สุดลุงช้างได้รับความช่วยเหลือออกมาจากศูนย์
แม้จะออกมาได้แล้ว แต่ลุงช้างยอมรับว่าสภาพจิตใจย่ำแย่มาก ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงหรือนึกภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมา ก็จะร้องไห้ออกมาเอง
ล่าสุด อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีเอกสารด่วนที่สุด สั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ของ ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ศิริภัชรสกุล ภายหลังตรวจสอบพบว่าทางสถานที่มีการเปลี่ยนเปลงและปรับสภาพพื้นที่จากที่ได้รับอนุญาต

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส
โดยพบห้องลูกกรงเหล็กที่สามารถล็อกกุญแจจากภายนอกได้ รวมทั้งการขึงลวดหนามหีบเพลงบริเวณขอบประตู เพดาน และหลังคา โดยรอบบริเวณพื้นที่ให้บริการ และพบเตียงของผู้รับบริการที่มีการดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะเป็นลูกกรงไว้สำหรับครอบปิดผู้ให้บริการเพื่อขังไว้อีกชั้นหนึ่ง

ภาพจาก โหนกระแส
นอกจากนี้พบการให้บริการนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และพบมีการรับผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา เข้าข่ายการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และเป็นการให้บริการที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน
จึงมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานประกอบการ โดยสามารถอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง โดยการอุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส






