13
Products
reviewed
266
Products
in account

Recent reviews by Varita

Showing 1-10 of 13 entries
<12>
31 people found this review helpful
3 people found this review funny
752.7 hrs on record (156.8 hrs at review time)
Dragon's Dogma: Dark Arisen เป็นเกมแนว Action RPG ที่เราสามารถสร้าง เลือกเพศ เลือกคลาส รูปร่างหน้าตา และพัฒนาความสามารถของตัวละครได้ตามแบบที่เราต้องการ แล้วออกไปทำเควสต์ เก็บของ อัปเกรดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อย่างอิสระ โลกของเกมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไปตามวันเวลา สภาพแวดล้อมรวมถึงมอนสเตอร์ก็จะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งจุดนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะให้เราได้คิดวางแผนกันเล็กน้อยก่อนออกเดินทาง และ บางคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่ Dragon’s Dogma ภาคแรกเคยออกมาแล้วเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน (เกมเก๋านำมาขัดใหม่!!) ส่วน Dark Arisen ก็เหมือนกับเป็นเวอร์ชั่นพิเศษที่รวมเอาเกมภาคแรกและภาคเสริมเข้าไว้ด้วยกัน.

***ระบบ *** Pawn เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Dragon’s Dogma ครับ พูดง่าย ๆ มันก็เหมือนกับเป็นตัวละครในปาร์ตี้ของเราที่ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ โดยกลุ่มของเราจะสามารถเลือกพอว์นมาร่วมเดินทางพร้อมกันได้สามคน ซึ่งจะเลือกคลาสหรือพัฒนาความสามารถของพอว์นเหล่านั้นยังไงก็แล้วแต่เราจะเลือก แต่ถ้าใครคิดว่าพอว์นคงไม่จำเป็นสักเท่าไรนี่ต้องรีบหยุดความคิดไว้แค่นี้เลยครับ เพราะพอว์นของ Dragon’s Dogma มันมีประโยชน์ในการเดินทางและต่อสู้กับศัตรูมาก ลองนึกภาพการสู้ร่วมกันเป็นทีม ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง อย่างเราสั่งให้พอว์นคนนึงเป็นตัวล่อ อีกคนคอยคุ้มกัน แล้วเราก็คอยสอยจากระยะไกล เป็นต้น.

++เป็นเกมที่ทำคอมโบเรียบง่าย ตอนกลางคืนนี้โคตรได้บรรยากาศ (นึกว่าเล่นเกมผี) เพราะมันจะเงียบมาก+กับคำว่าวังเวงชวนหลอน ตอนกลางคืนจะมี ทั้ง Undead และ ผีโคตรงกระดูก ด้วยนี้ยิ่งหลอนเข้าไปใหญ่ แต่ก็แลกมาด้วย ค่าประสบการณ์ที่เยอะมากถ้าอยากจะเวลไว้ๆ ก็ต้องออกมาฟาร์มเวลตอนกลางคืนแต่มอนจะเก่งระดับกลางๆ สามารถฟาร์มเวลได้ยาวๆ

ข้อดี

+เกมเพลย์สนุก มันสะใจ ครบทุกรสชาติ บู๊แหลก ใช้สมอง แอคชั่นเต็มสิบ
+อิสระในเกม ความกว้างใหญ่ของแผนที่ ระบบกลางวันกลางคืนที่สร้างความแตกต่างได้จริง ได้อารมณ์ผจญภัยแท้ๆ
+อาซีพหลากหลายๆ เปลี่ยนได้ตลอด ใช่ค่า Dcp ในการเปลี่ยนอาซีพ-เล่นอาซีพเดียวมันหน้าเบื่อจัดไปเลย 9 คลาสตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ทุกรูปแบบ

ข้อเสีย

-การดำเนินเนื้อเรื่องโดยรวมยังอ่อนไป ตัวละครไร้มิติ เนื้อเรื่องที่น่าสนใจเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางอย่างก็ดันไปอยู่ในไซด์เควส
-เสียงเพลงประกอบอันนี้แม้งโคตรเงียบจะ epic ก็ epic เฉยๆเลยก็มีทำให้ตื่นเต้นเป็นบางช่วง..


สรุปแล้วสำหรับคะแนน เกมแนว Action RPG ที่นำมาขัดใหม่แล้วอยู่ที่...
จัดไปกับคะแนน 8/10
Posted January 28, 2016. Last edited January 29, 2016.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
30 people found this review helpful
3 people found this review funny
934.9 hrs on record (408.3 hrs at review time)
Early Access Review
สำหรับเกม Killing Floor 2 นั้นจะยังคงเป็นเกมแนว FPS และเน้นให้คนเล่นมาจอยเล่นด้วยกันในการจัดการกับฝูงซอมบี้ที่มาเป็น Wave และเจอบอสในตอนท้ายเหมือนเดิม และในระหว่างที่รอ Wave ต่อไปมา ก็จะให้เราไปซื้อของ เติมกระสุน ซื้อปืน เพิ่มชุดเกราะ ดังนั้นรูปแบบเกมเพลที่คุ้นเคยจะกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ว่ามีการอัพเกรดในส่วนของกราฟฟิกและระบบเกมเพลให้มีความหลากหลาย สมจริง และโหดมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่กลายเป็นจุดเด่นของเกมนี้และเห็นภาพปุ๊บจะรู้เลยว่าเป็นเกมนี้ นั่นก็คือเลือดและซากศพครับ เหล่าศพของซอมบี้ในเกมนี้ที่ได้ถูกสังเวยไปจะไม่ละลายหายไปไหนและก็จะนอนนิ่งอยู่แบบนั้น แต่คนเล่นก็สามารถเดินไปเตะให้มันไหลหรือไปยิงให้มันเด้งดึ๋งได้และร่างของมันก็จะฉีดขาดตามแรงโจมตีของเราจนเห็นเลือด ไส้ทะลักออกมากระจัดกระจายสาดเต็มพื้นราวกับต้องการระบายสีพื้นด้วยเลือด ความโหดแบบสะใจแอบซาดิสต์นิดๆ กลายเป็นจุดเด่นของเกมนี้ไปแล้ว การเคลื่อนไหวของศัตรูในเกมนี้จะเคลื่อนไหวได้ไวกว่าเดิมทำให้พวกนี้สามารถบุกเข้าประชิดตัวคนเล่นได้เร็วขึ้น ซึ่งทำให้การปะทะแต่ละรอบนั้นคนเล่นแทบจะไม่มีเวลามาเสียวสันหลังเลย เพราะต้องสาดกระสุนยิงใส่อีกฝ่ายตลอด ด้วยเหตุนี้เลยทำให้ตัวเกมนั้นมีความเป็นแอ็คชั่นมากกว่าแนวปนหลอนๆ เหมือนภาคที่แล้ว ยิ่งตัวเกมจะมีช่วงสโลวโมชั่นที่คนเล่นจะมีเวลาหันมองไปรอบๆ เพื่อจัดการกับอีกฝ่ายรอบทิศด้วยแล้วเนี่ยแหละที่ทำให้เกมเล่นสนุก..และ ยากยิ่งขึ้น!!

**โดยรวมแล้ว** Killing Floor 2 เป็นตัวเกมที่มีการอัพเกรดหลายๆ อย่าง ทั้งในส่วนของกราฟฟิกที่ทำได้สมจริงขึ้นแต่ก็ไม่กินสเปคเท่าไหร่นัก , ระบบเกมเพลที่ศัตรูประชิดตัวคนเล่นไวขึ้น ซื้อมาเล่นกับเพื่อนๆ รับรองได้ว่าสนุกแน่นอน!!

จุดเด่น
+ อัพเกรดกราฟฟิกสวยงามขึ้นแต่ไม่กินสเปคมาก
+ เกมเพลรวดเร็วขึ้น ปะทะไว ใช้อาวุธประชิดหวดได้ วิ่งได้ด้วย
+ ให้อารมณ์ที่สมจริงสมจังมากขึ้น ไม่เน้นเอามันส์ แต่เน้นเอาตัวรอด
+ เก็บรายละเอียดของฉากต่างๆ ได้ค่อนข้างดี
+ เพลง แต่ละ Wave มันมาก !!
+ มีระบบแยกสายการเล่นและระบบเลเวล ยิ่งเล่นตัวละครจะยิ่งเก่ง(เวลตัน 25)

จุดด้อย
– คนเล่นไม่สามารถสร้างห้องเพื่อเล่นแบบ Lan ได้แบบภาคแรกแล้ว
– เนื่องจากเกมยังอยู่ในช่วงทดสอบ ทำให้ยังมีอะไรที่อัพเดทเลยๆ

โดยรวมแล้วสำหรับ Killing Floor 2 แล้วให้คะแนน อยู่ที่ 8/10
(ระวังไว้ให้ดีหากชื้อราคาเต็มอาจ..หลังหักได้ เพราะ มันลดราคาบ่อยเหลือเกิน)
Posted December 22, 2015. Last edited June 27, 2016.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
106 people found this review helpful
2 people found this review funny
729.8 hrs on record (680.5 hrs at review time)
***11/27/2018***
หลายคนอาจะสงสัย Dark soul 2 กับ Dark Souls 2: Scholar of the First Sin แตกต่างกันยังไง ??
1. DirectX 9 กับ DirectX 11 !!
2. แตกต่างทั้งในเรื่องของจำนวนและจุดเกิดศัตรู , จุดตั้งไอเทมยันบรรยากาศรอบๆ
3. สปอย นิดหน่อย ฉากจบ มี 2 แบบ

Dark Souls 2: Scholar of the First Sin รวบรวม DLC เกมส์ที่เคยวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น Crown of the Sunken King, Crown of the Old Iron King และ Crown of the Ivory King รวมถึงคอนเทนต์ใหม่ๆที่เข้ามาผ่านการอัพเดตแพทซ์เวอร์ชั่น 1.10 อาทิ เนื้อเรื่องส่วนเสริม, ศัตรูตัวใหม่ๆ รวมถึงปรับปรุงระบบการเล่นเกมส์ เช่นระบบการจับคู่ผู้เล่น สร้างความสมดุลการเล่นเกมส์ ทั้งนี้่ ตัวเกมส์ยังปรับปรุงภาพกราฟิกเกมส์ที่คมชัด กำหนดเฟรมเรตคงที่เพื่อให้เกมส์ราบรื่น (ถึงแม้มว่ามันจะลืนแค่ไหนจะภาพสวยขึ้นสักเพียงไดแต่ยังไง เกมนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่า ยาก และ โหดหิน !! เหมือนเดิม)

+ถ้าคุณคิดจะซื้อ (โปรดคิดให้ดี) ก่อนซื้อด้วย เพราะ มันยาก ศัตรูมากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่และศัตรูที่สำคัญเลยคือ ผู้เล่นด้วยกันเอง ที่จะค่อยมาก่อกวนเราหรือไม่ก็ฆ่าเราเลย ยิ่งทำให้เกมส์นี้ยากขึ้นไปอีก
+Ai ศัตรูฉลาดขึ้น ส่วนที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เวลากลิ้งหลบของเราจะต้องเป๊ะมากขึ้น จังหวะต้องแม่นมาก ซึ่งภาคนี้ต้องกลิ้งเป๊ะกว่าเดิม วิ่งๆ หลบๆ เป๊ะมากๆ ส่วน AI ที่ฉลาดขึ้นนี่ไม่มีอะไรซับซ้อนมากเท่าไหร่ หนึ่งคือตามผู้เล่นที่วิ่งหนีไปไกลขึ้น พอล้มแล้วไม่ถอย เข้ามารุมยำต่อเลย แล้วก็หลอกให้เดินตกเหวเอง

ข้อดี

+มีปริศนาเยอะขึ้น
+ความลื่นไหลในการเล่น
+กราฟฟิกสวยงาม
+เนื้อเรื่องดำเนินได้ดีน่าสนใจมาก
+เสียงพากย์และซาวด์สื่อถึงความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี
+ความยาก (เอาไม่ยากมันก็ไม่สนุกสิ ฮ่าๆ)

ข้อเสีย

- ไม่เหมาะกับคนเล่นที่เกลียดความยากและเด็กๆ เพราะเกมมันยากบรรลัยจริงๆ

จัดไปกับ คะแนน 9/10

9 คะแนนสำหรับเกมอื่นไม่ได้ง่ายๆนะ เกมเขาดีจริงๆ ถึงแม้ว่าความยากมันอาจจะไม่เหมาะกับผู้เล่นหลายๆ คน แต่คนเรามันก็ไม่ได้เก่งมาตั้งแต่แรก ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาถึงแม้จะล้มอีกสักกี่ครั้งคุณก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อไปอย่าได้ยอมแพ้ง่ายๆ และ คุณก็จะประสบความสำเร็จ!!! ขอให้โชคดี
Posted June 28, 2015. Last edited January 18, 2019.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
13 people found this review helpful
43.1 hrs on record
Devil May Cry 4
เนื้อเรื่องในเกมเล่าถึง Nero (เนโร:ไม่ใช่โปรแกรมเผาแผ่นดีวีดีนะ) ชายหนุ่มผู้มีผมขาวเหมือนคนแก่ !!
ที่มีหน้าที่ในการปราบปีศาจให้หมดไปจากเมือง
แต่ระหว่างที่เข้าโบสถ์ ฟังการสรรเสริญเทพ Sparda ก็มีชายคนหนึ่งนามว่า Dante (ดันเต้:ตัวเอกภาคที่แล้ว)
ได้เข้ามาสังหารประมุข Sanctus เนโรก็ต้องทำตามหน้าที่โดยการกำจัดดันเต้ซะ
แต่ภายหลังดันเต้ได้หนีไปและหลังจากนั้นมีพวกปีศาจมาอาละวาด
รวมถึงแผนลับบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล
เนโรจะสามารถไขสถานการณ์นี้ได้หรือไม่ ติดตามได้ในเกมครับ

รูปแบบการเล่น ขอบอกเลยว่า มันสะใจจริงๆ
ใครที่เคยเล่นภาคก่อนๆ ก็จะคุ้นๆ กับปุ่มควบคุม(ตอนใช้จอย) ในเกม
เพราะมันคล้ายกันมาก รวมถึงท่ากดคอมโบต่างๆ ก็ถอดมาจากภาคที่แล้ว
เกมนี้รองรับจอยได้ทุกแบบ ผมใช้จอย Vinyson ราคาร้อยกว่าบาท
ก็สามารถเล่นได้ทุกปุ่มของเนโร แต่ส่วนของดันเต้นั้น ทำได้เช่นกันแต่อาจขาดๆกับการเปลี่ยน Style ของป๋า ดันเต้ก้ได้ เพราะมีอยู่ 4 Style
ซึ่งอาจ งงๆ กันนิดๆแต่ก็ไม่มีปัญหาสักเท่าไหร่ และการปรับปุ่มจอยก็ทำได้ง่ายและสะดวกมาก

+การวางเนื้อเรื่องทำออกมาได้ดีแถมจบแบบ Happy อีกด้วย

+Sound
เสียงมันสะใจดีครับ รองรับ Dolby Digital 5.1 ด้วย เสียงทำออกมาได้ดี
ทั้งเสียงตวัดดาบ เสียงปืนยิงกระหน่ำไม่ยั้ง ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

+ดนตรี
ใน Devil May Cry จะขาดไม่ได้เลย กับ จังหวะดนตรีมันๆ + กับการเล่นของเราทำให้อินไปกับการเล่น
ชนิดที่เสียงดนตรีอาจจะทำให้คุณฟังแล้วติดหูไปเลยก็ว่าได้ !!

+การออกแบบ กราฟิกภายในเกม ทั้งแสง ทั้งสี ทำออกมาได้บรรยากาศ

จัดไปเลย กับ คะแนน 9/10
Posted March 26, 2015. Last edited March 26, 2015.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
19 people found this review helpful
2 people found this review funny
144.3 hrs on record (131.9 hrs at review time)
Resident Evil Revelation ในภาคนี้ผมว่าก็ทำออกมาได้ดีนะ อาจมีข้อเสียอยู่บ้าง
Claire Redfield จะกลับมาในภาคนี้ในฐานะตัวละครหลัก ด้วยเวลาที่ผ่านไปทำให้เธอได้เติบโตขึ้นพร้อมกับประสบการณ์ผ่านศึกมามากมาย
Claire จะได้ร่วมมือการฝ่าฟันอุปสรรคไปตลอดทั้งเกมพร้อมกับ Moira Burton ซึ่งเป็นลูกสาวของ Barry Burton
การเล่นภายในเกม ตัว Claire จะเน้นไปที่สไตล์การต่อสู้ ในขณะที่ตัว Moira จะมาในบทบาทคอยช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการใช้ยารักษา ไฟฉาย และการช่วยเหลือทั่วไปอื่นๆหาก Claire ตายขณะเล่นจะทำให้เกมนั้นเป็น Game Over ทันที ,บทบาทหลักของ Moira จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ Claire นั้นมีชีวิตไปตลอดรอดฝั่ง แม้ตัว Claire เองจะสามารถปฐมพยาบาลตัวเองได้ก็ตามที
ช่วงเวลาของเหตุการณ์จะอยู่ระหว่างเกม Resident Evil 5 และ Resident Evil 6 ตัวเกมมีความเป็น Survival Horror มากเป็นพิเศษซึ่งค่อนข้างเหมือนกับ Resident Evil: Revelations ภาคก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นการนำสไตล์ดั้งเดิมของเกมกลับมาด้วยการใส่ความเป็นแอ็คชั่นเข้าไป ให้น้อยที่สุด ต่างกันกับ Resident Evil 5 และ 6
Resident Evil: Revelations 2 จะนำเสนอศัตรูประเภทใหม่ที่เรียกว่า “Afflicted” คืออะไรทำอะไรได้และหน้ากลัวยังไง ?? Afflicted จะมีความรวดเร็วและสร้างการโจมตีที่รุนแรงต่อผู้เล่นได้ ด้วยความสามารถของมันจะเป็นเหมือนการบังคับให้ตัวผู้เล่นต้องเลือกว่าจะสู้ แบบเผชิญหน้าหรือจะย่องแบบลอบเร้นเพื่อเข้าไป take-down หรือเลือกที่จะวิ่งหนีเพื่อเป็นการประหยัดกระสุนก็ทำได้เช่นกันนั้นแหละครับจะเอาแต่บู๊ไม่ได้หรอกนะ

บางคนก็อาจ งง เห้ย "Terra save" คือไรแล้วมาในภาคนี้ได้ไงลองไปดูหนัง Resident Evil Degeneration นะครับมีการพูดถีง "Terra save" อยู่ :)

+กราฟฟิคสวยงาม
+ตัวเกมมีความเป็น Survival Horror
+เนื้อเรื่องดี
+เสียงเพลงทำให้รู้สึกหลอนได้!!
+Raid mode นี้ขาดไม่ได้เลยสนุกมาก

-Fps ตกบ้างเป็นครั้งๆ
-มุมกล้องบางตัวก้ทำให้ป่วดหัว
-การทำระบบของภาค RE0 มาใช้ทำให้ผู้เล่นที่พึงเจอก็อาจ งง ๆได้ คือการ สลับตัวละครไปมา
เอาละผมจะให้คะแนนภาคนี้อยู่ที่ 8 / 10 แล้วกัน
Posted March 12, 2015. Last edited March 19, 2015.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
9 people found this review helpful
1 person found this review funny
37.8 hrs on record (34.3 hrs at review time)
Resident Evil ภาคนี้ซึ่งมีการปรับภาพให้คมชัดขึ้นเป็นแบบ HD ด้วย ก็เลยใช้ชื่อเกมว่า Resident Evil HD Remaster โดยระบบการเล่นและเนื้อเรื่องจะคล้ายกับ Resident Evil ภาคดังเดิมของ PS1 อยู่ แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงฉากและเนื้อหาของเกมนิดหน่อย ให้ตัวเกมมีความยากมากขึ้น อย่างเช่นการฆ่าซอมบี้ก็มีวิธีฆ่ายุ่งยากกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นมันจะฟื้นคืนชีพมาในแบบโหดกว่าเดิมที่เรียกว่า "Crimson Head"(วิ่งไว+ตีแรง)
เป็นภาคแรกที่หน้ากลัวที่สุดและกับดักเยอะที่สุดและก็ยากที่สุด เรื่อง ปริศนา ไม่ต้องพูดถึงเลยจัดมาเต็มแต่ก็ไม่ยากและก็ไม่ง่ายจนเกินไป
เรื่องความหลอนของภาคนี้ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดี เป็นภาคที่น่ากลัวและคลาสสิคที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศฉาก เสียง มุมกล้อง และความยากของเกมที่ยากพอดู สมกับเป็นเกมเอาตัวรอดจริงๆ
โดยจุดเด็นของ Resident Evil ภาคนี้ก็คือ เมื่อคุณตายแล้วก็คือตายเลย ไม่เหมือนกับภาคใหม่ๆ ที่ตายตรงไหนก้เริ่มตรงนั้นด้วยจุดๆนี้
จึงทำให้การเล่นนั้นต้องรู้จักคิดตลอดว่า จะยิงดีไหม หรือ จะปล่อยไว้แล้ว วิ่งหลบ
+แน่นอนครับ สำหรับ เรื่องคะแนนจัดให้เลย 9.5 Survival horror จริงๆ+
Posted January 22, 2015.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
7 people found this review helpful
1 person found this review funny
49.5 hrs on record (15.2 hrs at review time)
Resident Evil Revelations จะมีการปรับปรุงตัวเกมส์ด้วย ไม่เพียงแค่พอร์ตมาจาก 3DS อย่างเดียว ซึ่งอย่างแรกก็คือการปรับภาพให้เข้ากับคอนโซลและ PC มีความคมชัดของภาพมากขึ้น แสงเงาชัดเจนขึ้น และปรับปรุงการบังคับตัวละครให้เข้ากับจอยของเครื่องต่างๆ ซึ่งผู้เล่นจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สยองไม่ต่างจากภาค 3DS แต่มาในแบบภาพสวยขึ้นเท่านั้น และยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเข้าไปอีกเล็กน้อยด้วย อย่างเช่นเพิ่มศัตรูแบบใหม่ เพิ่มระดับความยาก ในโหมดเนื้อเรื่อง ส่วนโหมด Raid ที่เป็นการเล่นช่วยกัน Co-Op กับเพื่อนก็มีฟีเจอร์ใหม่เช่นกัน อย่างศัตรูใหม่ อาวุธใหม่ และพิเศษสุดกับระบบสคิล เหมือนกับภาค Resident Evil 6 เพิ่มมาให้เล่นโหมด Raid ได้ง่ายกว่าเดิม แถมยังมีตัวละครใหม่ๆมาให้เลือกเล่นในโหมด Raid ด้วย อย่างเช่น Hulk ทหารหน้าเก่าจาก Umbrella และตัวละครอื่นๆที่ยังไม่เปิดเผย

Raid Mode ที่ทำมาให้เล่น Co-op กันได้ อารมณ์คล้ายๆ กับช่วยกันเล่น ฆ่าศัตรู เพื่อไปยังจุดหมายที่แมพกำหนด มีระบบอัพเลเวล ปรับแต่งอาวุธ

จุดเด็นของเกม
+ ตัวเกมได้อารมณ์ความน่ากลัวแบบเก่าๆกลับมา
+ เพลงประกอบดี
+ คัทซีนทำดี
_______________________________
- บางจังหวะเฟรดเรตตก
- ซอมบี้แทบไม่เจอ

สรุปแล้ว เกม Resident evil revelations นับเป็นการผสมกันระหว่างรูปแบบการเล่นใหม่ เข้ากับ รูปแบบภาคเก่าได้ลงตัว แถมความสยองขวัญในแบบเดิมๆก็กลับมา มีกราฟิกงามๆ มีภาพ 3 มิติที่สร้างความสมจริงในการเล่นมากขึ้น และถือว่าเป็นเกม ผีชีวะ บนเครื่องมือถือที่สร้างได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา สนุกไม่แพ้ภาคบนคอนโซล รับประกันความสยองที่ไม่อยากให้คุณพลาดไป

สำหรับผมแล้วเกมนี้คะแนนอยู่ที่ 9/10
Posted December 4, 2014. Last edited December 4, 2014.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
11 people found this review helpful
60.0 hrs on record (7.9 hrs at review time)
The Evil Within คือผลงานชิ้นล่าสุดของ ชินจิ มิคามิ บิดาแห่งเกมแนว survival horror และผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์ยอดนิยมอย่าง Resident Evil
บรรยากาศโดยรวมที่เน้นความมืด กับผีมากมายหลายชนิด นอกจากผูงผีดิบที่มีให้เห็นเกลื่อนเมือง ผู้เล่นจะได้พบกับผีอีกหลากหลายแบบที่การดีไซน์ทำออกมาได้หลอนสุดๆ เรียกได้ว่าผีตัวไหนที่เคยมีให้ดูในโรงหนัง ก็มีโผล่ให้เห็นในเกมส์นี้เกือบทั้งหมด ซึ่งบางทีก็ฆ่าไม่ตายด้วย วิธีที่จะจัดการผีพวกนี้ได้อย่างเด็ดขาดคือการจุดไฟเผาซะ นอกจากนั้นผู้เล่นยังจะได้พบกับอสูรกายหน้าตาสยอดสยองอีกหลากหลายสายพันธ์ สรุปเรียกได้ว่ารวมความสยองทุกรูปแบบไว้ในเกมส์นี้กันเลยทีเดียว

การอัพเกรดตัวละครสามารถทำได้ที่โลกกระจก โดยสามารถอัพเกรดได้ 3 อย่างคือ
Abilities - สำหรับเพิ่ม HP / เวลาในการวิ่ง / พลังโจมตีประชิด / อัตราการฟื้นฟู HP
Weapons - เพิ่มประสิทธิภาพอาวุธต่างๆที่เรามี เพิ่มความแรง / ระยะยิง / ความเร็วบรรจุกระสุน / จำนวนกระสุน
Stock - กระเป๋าสำหรับเก็บ กระสุน / ระเบิดมือ / เข็มฉีดยา / ไม้ขีดไฟ

ข้อดี
+ความขยะแขยง ที่ทำออกมาได้ดี ทั้งเลือดทั้งสิ่งของในเกม
+โลกภายในเกม สถานที่ต่างๆ ออกแบบมาได้ยอดเยี่ยม น่าสนใจ และมีที่มาของมันเอง
+การเล่าเรื่องแบบหนังสยองขวัญ มีความน่าติดตาม(ในช่วงแรก) ไม่สามารถเดาฉากจบได้
+กราฟฟิคที่สวยงาม และมีความเป็น Art
+การ Upgrade ตัวละครมีความหลากหลาย ตามสไตล์ของผู้เล่น
ข้อเสีย
-AI ค่อนข้างทำออกมาได้ฉลาดน้อย ชนิดที่ว่าโง่ก็คงไม่ผิดนัก ทำให้ความน่ากลัวลดลงไปอย่างน่าเสียดาย
-Plot เรื่องที่เริ่มต้นมาอย่างดี แต่ดันดันไปน่าเบื่อช่วงกลางถึงท้ายเกม
-เกมล็อคไว้ที่ 30FPS กับ Letterboxing และ FOV ทำให้การเล่นไม่พริ้วเอาซะเลย!!!

ถามว่าน่ากลัวมั้ย สำหรับผมคงไม่ค่อยเท่าไหร่นะ กับดักน่ากลัวกว่าอีกพลาดทีถึงตาย ดีไม่ดีน่ารำคาญด้วยซ้ำเเต่ภาพรวมก็โอเคนะ เเปลกใหม่ดี ระทึกหน่อยๆ เกมนี้ผมให้คะแนนอยู่ที่ 8.5/10
Posted December 1, 2014. Last edited December 1, 2014.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
35 people found this review helpful
26.1 hrs on record (25.7 hrs at review time)
Splinter Cell Blacklist เป็นความพยายามในการเอาส่วนผสมของตัวเกมในภาคก่อนๆมารวมกันและยังเพิ่มเติมอะไรใหม่ๆลงไปด้วย นอกจากที่กล่าวถึงไปแล้วทั้ง Co-op และ Spies vs. Mercs ในภาคนี้ยังมีระบบ Shadownet ระบยการอัพเกรดอาวุธข้าวของเครื่องใข้ต่างๆที่สามารถอัพเกรดได้ชิ้นต่อชิ้น เกมเพลย์ที่มีมิติมากขึ้น เนื้อเรื่องที่น่าติดตาม และกราฟิคที่ได้รับการปรับปรุงให้สวยงาม
+++ Splinter Cell Blacklist ผมให้คะแนน 9/10 +++
------------------------------------------------------------------
Spies vs Mercs โหมดการเล่นสุดคลาสสิคกลับมาอีกครั้งกับการต่อสู้ระหว่าง 2 Spy และ 2 ทหารรับจ้างและโหมด 4 vs. 4 สุดเร้าใจ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากขึ้น โดยที่แต่ละฝั่งนั้นก็จะมีคลาสแยกต่างหากกัน 3 คลาสซึ่งแน่นอนว่าจะมีสกิลความสามารถต่างๆแตกต่างกันออกไป เช่น Disruptor Merc ที่สามารถส่งสัญญาณรบกวนอุปกรณ์เครื่องใช้อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆได้ หรือ Predator Spy ที่สามารถล่องหนได้ชั่วขณะ เป็นต้น โดยมุมมองของทางฝั่ง Mercs นั้นจะเป็นมุมมองในรูปแบบ FPS ที่จะสามารถเล็งยิงเหล่า Spies ได้อย่างว่องไวแต่ก็จะเป็นมุมอับหากพวกเขาย่องมาเฉือดคอด้านหลัง เช่นเดียวกันกับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของทั้ง 2 ฝ่ายเช่นอุปกรณ์ที่ใช้ในการซุ่มซ่อนตัวและสังเกตุความเคลื่อนไหวรวมไปถึงท่า CQC ของเหล่า Spies และชุดเกราะ ปืนไรเฟิล ระเบิดของฝั่ง Mercs การกลับมาครั้งนี้ของ Spies vs Mercs ดูจะเป็นอะไรที่น่าสนุกทีเดียว
------------------------------------------------------------------
พูดถึง Co-op ในภาคนี้จะมีบทบาทมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นเพียงของประดับในภาคก่อน โดยมันได้ถูกรวมเข้าไปกับโหมด Single Player Campaign และอนุญาติให้เพื่อนของคุณสามารถเข้ามาเล่นด้วยกันเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งจะเพิ่มความหลากหลายของตัวเกมไปในอีกมิตินึง โดยที่คุณและเพื่อนของคุณสามารถทำ Dual Mark&Execution ในการสังหารศัตรูได้ และแม้อีกคนหนึ่งนั้นจะเล่นในสไตล์ Assault คุณก็ยังสามารถเล่นตามสไตล์ของคุณได้เหมือนเดิม เช่น คุณอาจจะให้เพื่อนขาลุยของคุณไปยิงล่อศัตรูแล้วคุณก็ค่อยๆย่องไปด้านหลังเพื่อจัดการศัตรูที่กำลังง่วนอยู่กับเพื่อนของคุณก็ได้ ซึ่งนั้นจะช่วยให้เกมเพลย์ของ Blacklist มีความหลากหลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
Posted November 23, 2014. Last edited November 23, 2014.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
28 people found this review helpful
3 people found this review funny
516.7 hrs on record (447.4 hrs at review time)
Resident Evil นั้นเป็นซีรีย์เกมแนวเอาตัวรอดและสยองขวัญมานานถึง 15 ปีได้แล้วและในภาคที่ 6 นับว่าเป็นภาคที่ซีรีย์ยาวนานมากๆ
(เล่นเอาซะเหนือยไปตามๆกันเลยในแต่ละ "Chapter" ถึงจะเหนือยแต่ก็ยังคงความสนุกท้าทาย)

+ ดำเนินเนื้อเรื่องเยี่ยม
+ ศัตรูหลากหลายมีหลายร่าง///บอสโหด
+ ตัวเกมยาวมาก สนุกกับการเล่น
+ กราฟฟิกเยี่ยม ด้านของตัวละครและคัทซีน
_____________________________
- มุมกล้องบางที่ก็มึนหัว
- ระบบสกิลมันก็ดีแต่ผมชอบอัพเกรดปืน
- ระบบเปลี่ยนอาวุธจากปืนเป็นระเบิด ทำอะไรได้ยากเอาเรื่องเลย

สำหรับผลคะแนนแล้วผมให้ 7.5/10
Posted November 4, 2014. Last edited January 18, 2019.
Was this review helpful? Yes No Funny Award
Showing 1-10 of 13 entries
<12>