แดนชำระ (ดันเต)
หน้าของ แดนชำระ ที่หอสมุดลอเรนเทียน | |
| ผู้ประพันธ์ | ดันเต อาลีกีเอรี |
|---|---|
| ประเทศ | อิตาลี |
| ภาษา | อิตาลี |
| ชุด | บทเพลงแห่งพระเจ้า |
| ประเภท | กวีนิพนธ์เล่าเรื่อง |
| วันที่พิมพ์ | ป. ค.ศ. 1321 |
| ข้อความ | แดนชำระ ที่ วิกิซอร์ซ |
แดนชำระ หรือ ปูร์กาโตริโอ (อิตาลี: Purgatorio; อิตาลี: [purɡaˈtɔːrjo]) เป็นภาคที่ 2 ของกวีนิพนธ์เล่าเรื่องในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 เรื่อง บทเพลงแห่งพระเจ้า (Divina Commedia) โดยดันเต อาลีกีเอรี (Dante Alighieri) นักเขียนชาวอิตาลี อยู่ถัดจากภาค สู่นรกภูมิ (Inferno) และอยู่ก่อนหน้าภาค สวรรค์ (Paradiso) เป็นเรื่องเล่าเชิงอุปมานิทัศน์ถึงการปีนขึ้นภูเขาแห่งแดนชำระของดันเต โดยมีเวอร์จิล (Virgil) หรือวีร์จีลีโอ (Virgilio) กวีชาวโรมโบราณเป็นผู้นำทาง ยกเว้น 4 กันโตสุดท้ายที่เบอาตรีเชมาเป็นผู้นำทางแทน ในเชิงอุปมานิทัศน์แล้ว แดนชำระ นำเสนอเกี่ยวกับชีวิตของคริสต์ศาสนิกชนที่สำนึกผิด[1] ในการบรรยายถึงการปีนขึ้นภูเขา ดันเตกล่าวถึงธรรมชาติของบาป ตัวอย่างความชั่วและความดี ตลอดจนถึงประเด็นทางศีลธรรมในการเมืองและในศาสนจักร กวีนิพนธ์นี้เสนอทฤษฎีว่าบาปทั้งปวงเกิดจากความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบผิด ๆ ที่มุ่งไปสู่การทำร้ายคนอื่น ความรักที่บกพร่อง หรือความรักที่ผิดปกติหรือมากเกินไปต่อสิ่งที่ดีงาม
ภาพรวมของแดนชำระ
[แก้]

ดันเตบรรยายถึงแดนชำระว่าเป็นเกาะที่มีลักษณะเป็นภูเขาในซีกโลกใต้ แดนชำระแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนพื้นที่ลาดเชิงเขาของภูเขาแดนชำระ (แดนชำระ กันโต 1-9) ถูกกำหนดให้เป็น "พื้นที่ก่อนแดนชำระ" (Ante-Purgatory) โดยเหล่านักวิจารณ์ ส่วนแดนชำระที่แท้จริง (Purgatory proper) ประกอบด้วยตะพัก 7 ระดับชั้น (แดนชำระ กันโต 10-27) เป็นสถานที่แห่งความทนทุกข์และการเติบโตทางจิตวิญญาณ มีความเกี่ยวข้องกับบาปเจ็ดประการ ส่วนท้ายสุดเป็นสวรรค์บนโลก (Earthly Paradise) ตั้งอยู่บนส่วนยอดสุดของภูเขา (แดนชำระ กันโต 27-33)
การผ่านไปของเวลา
[แก้]ตามที่ สู่นรกภูมิ ระบุไว้ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการเดินทางของดันเตเกิดขึ้นบนโลกและเริ่มต้นในช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์คือ 24 มีนาคม (หรือ 7 เมษายน) ค.ศ. 1300 (สู่นรกภูมิ กันโต 1 และ 2) และใช้เวลาทั้งวันของวันถัดไป (วันศุกร์ประเสริฐ) ในการสำรวจส่วนลึกของนรกโดยมีเวอร์จิลเป็นผู้นำทาง (สู่นรกภูมิ กันโต 3 - กันโต 34 วรรค 69) ดันเตและเวอร์จิลใช้เวลาของวันถัดไปในการขึ้นจากนรกมาเห็นดวงดาว (สู่นรกภูมิ กันโต 34 วรรค 70–139) ทั้งสองมาถึงชายฝั่งของภูเขาแดนชำระซึ่งเป็นแดนโดดเดี่ยวในซีกโลกใต้เมื่อเวลา 6 นาฬิกาของวันอาทิตย์อีสเตอร์[2] ซึ่งก็คือเวลา 18 นาฬิกาของวันอาทิตย์ในเยรูซาเล็ม เนื่องจากทั้งสองจุดนี้เป็นจุดคู่เล็งยันกัน ดันเตบรรยายว่านรกอยู่ใต้เยซูซาเล็ม และเกิดขึ้นมาจากการตกของลูซิเฟอร์ ภูเขาแดนชำระก็เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของหินจากเหตุการณ์เดียวกันนี้[3] ภาค แดนชำระ ดำเนินต่อเนื่องจาก สู่นรกภูมิ บรรยายถึงการเดินทางขึ้นภูเขาของดันเตเป็นเวลา 3 วันกับอีก 1 ใน 4 ของวัน และสิ้นสุดเมื่อดันเตไปถึงสวรรค์บนโลกเมื่อเวลาเที่ยงของวันพุธที่ 30 มีนาคม (หรือ 13 เมษายน)
การภาวนา
[แก้]การภาวนาเป็นแก่นที่โดดเด่นในภาค แดนชำระ วิญญาณจำนวนมากที่ดันเตพบได้รับการบรรยายว่ากำลังภาวนาอยู่ โดยอ้างอิงถึงเพลงสวดสดุดีและเพลงสวดสรรเสริญจำนวนมากตลอดทุกตะพัก[4] การภาวนาโดยผู้ยังมีชีวิตอยู่เพื่อเหล่าวิญญาณก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน โดยวิญญาณบางตนที่ดันเตพบตามทางได้ร้องขอการภาวนาจากญาติที่ยังมีชีวิตและแม้แต่จากตัวดันเตเอง[5] ดันเตรู้จากพระเจ้ามันเฟรดี (Manfredi) กษัตริย์แห่งซิซิลีที่อยู่ในพื้นที่ก่อนแดนชำระว่า ในแดนชำระ การภาวนาจากผู้อื่นจะช่วยลดระยะเวลาที่เหล่าวิญญาณต้องรอคอยก่อนเข้าสู่แดนชำระที่แท้จริง และช่วยเร่งอัตราในการขึ้นภูเขาแดนชำระของวิญญาณ[6] วิญญาณตนหนึ่งชื่อโฟเรเซ โดนาตี (Forese Donati) ได้ผ่านพื้นที่ก่อนแดนชำระและตะพักส่วนใหญ่ของภูเขาแดนชำระภายในเวลาเพียง 5 ปีหลังเสียชีวิต เนื่องมาจากการภาวนาของภรรยาชือเนลลา (Nella) บนโลกคนเป็น[7] ในกรณีของโฟเรเซ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับกรณีของสตาติอุส (Statius) ซึ่งใช้เวลามากกว่า 500 ปีบนภูเขาแดนชำระ[8] แสดงให้เห็นถึงพลังของการภาวนาเพื่อช่วยเหลือวิญญาณหลังเสียชีวิต[5] ดันเตได้รับคำขอให้ภาวนาที่แตกต่างกัน 11 ครั้งจากวิญญาณแต่ละตนในแดนชำระ โดยคำขอส่วนใหญ่มาจากวิญญาณในพื้นที่ก่อนแดนชำระ และความถี่ของคำขอก็ลดลงไปตามระดับความสูงของภูเขาแดนชำระที่ดันเตขึ้นไป[5]
พื้นที่ก่อนแดนชำระ
[แก้]พื้นที่ก่อนแดนชำระ (Ante-Purgatory) เป็นพื้นที่บริเวณที่อยู่ต่ำกว่าทางเข้าสู่แดนชำระที่แท้จริง และเป็นที่อยู่ของวิญญาณผู้สำนึกว่าชีวิตในฐานะคริสต์ศาสนิกชนของตนล่าช้าหรือบกพร่อง 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ผู้ถูกตัดขาดจากศาสนา และผู้กลับใจในวาระสุดท้าย พื้นที่เปลี่ยนผ่านนี้มีความคล้ายคลึงกับส่วนที่พบในภาค สู่นรกภูมิ (พื้นที่ที่สงวนไว้สำหรับผู้ไม่ได้ฝักฝ่ายใด ๆ และทูตสวรรค์ที่เป็นกลางใน สู่นรกภูมิ กันโต 3) และในภาค สวรรค์ (สวรรค์ใต้เงาโลกที่ดันเตเดินทางผ่านใน สวรรค์ กันโต 1-9)
พื้นที่นี้จึงมีลักษณะเฉพาะคือยังคงมีความผูกพันกับชีวิตและเรื่องราวทางโลก ดังนั้นเหล่าวิญญาณที่ดันเตและเวอร์จิลพบที่นี่ต่างก็ประหลาดใจเมื่อเห็นร่างกายของดันเตที่ยังมีเนื้อหนัง (แดนชำระ กันโต 2-3) สตาติอุสอธิบายในภายหลังว่าพื้นที่ก่อนแดนชำระเป็นเพียงพื้นที่เดียวของภูเขาแดนชำระที่ยังคงอยู่ภายใต้สภาพอากาศของโลก[9]
ชายฝั่งของเกาะ (กันโต 1-2)
[แก้]ใน แดนชำระ กันโต 1 วรรค 4-9 ขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในวันอาทิตย์อีสเตอร์ ดันเตประกาศความตั้งใจที่จะเล่าถึงแดนชำระโดยวิงวอนต่อนพเทวีแห่งศิลปศาสตร์หรือมิวส์ (Muses) อย่างที่ดันเตเคยทำในกันโต 2 ของภาค สู่นรกภูมิ:
อาณาจักรที่สอง ซึ่งข้าจักขับขาน
จิตวิญญาณปุถุชนถูกชำระล้าง
แลการขึ้นสวรรค์คือสิ่งที่ควรค่าทว่าครานี้ จงให้บทกวีที่สิ้นชีพ ฟื้นคืนอีกสักครา
โอ เหล่าเทพมิวส์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ข้าได้รับพร
บัดนี้ ขอท่านคาลิโอเปคืนชีพ[10]
ที่ชายฝั่งของแดนชำระ ดันเตและเวอร์จิลพบกับกาโต (Cato) บุคคลนอกศาสนาที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์ของทางที่มุ่งเข้าไปยังภูเขา (ความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ของกาโตเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก) ภาค แดนชำระ แสดงถึงความรู้เกี่ยวกับโลกทรงกลมในสมัยกลาง[11][12] โดยดันเตอ้างถึงดวงดาวต่าง ๆ ที่มองเห็นได้ในซีกโลกใต้, ตำแหน่งที่เปลี่ยนแปลงไปของดวงอาทิตย์ และเขตเวลาต่าง ๆ ของโลก ตัวอย่างเช่น ในตอนต้นของกันโต 2 ผู้อ่านได้รู้ว่าแดนชำระในเวลานั้นเป็นเวลารุ่งอรุณ ดันเตถ่ายทอดแนวคิดนี้โดยการอธิบายว่าเวลานั้นเป็นช่วงดวงอาทิตย์ตกที่เยรูซาเล็ม (ซึ่งเป็นจุดคู่เล็งยันกันกับภูเขาแดนชำระ), เป็นเวลาเที่ยงคืน (ช้ากว่า 6 ชั่วโมง) ที่แม่น้ำคงคาในอินเดีย (โดยกลุ่มดาวคันชั่งหรือกลุ่มดาวตุลย์อยู่เหนือศีรษะในพื้นที่นั้น), และเป็นเวลาเที่ยงวัน (เร็วกว่า 6 ชั่วโมง) ในสเปน การเดินทางนี้เกิดขึ้นในช่วงวสันตวิษุวัตซึ่งกลางวันและกลางคืนมีความยาวเท่ากัน
ทิวากรขึ้น ณ จุดสูงสุด
ครอบคลุมเส้นเมอริเดียน
บดบังเหนือกรุงเยรูซาเล็มอันสูงส่งที่ขอบฟ้าอีกฟากหนึ่ง ราตรีโคจร
ออกจากแม่น้ำคงคาพร้อมกลุ่มดาวตุลย์
ร่วงหล่นจากมือยามเอนเอียงฝั่งที่ข้ายืนอยู่ แก้มขาวนวล
ของรุ่งอรุณผู้งามงดก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
แลผันแปรเป็นสีทองยามกาลเวลาผันผ่าน[13]

ในทางตรงกันข้ามกับเรือข้ามแม่น้ำแอเคอรอนของแครอน (Charon) ในภาค สู่นรกภูมิ วิญญาณของของคริสต์ศาสนิกชนที่เดินทางมาแดนชำระได้รับการนำทางโดยทูตสวรรค์ผู้คุมเรือ โดยเรือแล่นออกจากสถานที่ที่เหล่าวิญญาณรวมตัวกันในบริเวณใกล้กับออสเตีย (Ostia) เมืองท่าของกรุงโรมที่ปากแม่น้ำไทเบอร์ แล่นผ่านเสาเฮอร์คิวลีส ข้ามทะเลไปยังภูเขาแดนชำระ เหล่าวิญญาณทื่มาถึงได้ร้องเพลงสดุดี อินเอ็กซิตูอิสราเอลเดเอจิปโต (In exitu Israel de Aegypto; "เมื่ออิสราเอลออกจากอียิปต์")[14] ดันเตอธิบายใน จดหมายถึงกันกรันเด (Epistola a Cangrande) ว่าการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่ชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์นั้น มีความหมายถึงทั้งการไถ่ของพระคริสต์และ "การเปลี่ยนแปลงวิญญาณจากความโศกเศร้าและความทุกข์ยากแห่งบาปไปสู่สภาวะแห่งพระคุณ"[15] ดันเตเห็นกาเซลลา (Casella) ที่เป็นสหายท่ามกลางวิญญาณเหล่านั้น (กันโต 2)
ผู้ถูกตัดขาดจากศาสนา
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ผู้กลับใจในวาระสุดท้าย
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ตะพักเจ็ดชั้นแห่งแดนชำระ
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
สวรรค์บนโลก
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ตำแหน่งที่ตั้ง รูปร่าง และขนาด
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ในศิลปะ
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Dorothy L. Sayers, Purgatory, notes on Canto VII.
- ↑ Robin Kirkpatrick, Purgatorio, notes on Canto I: "Thus behind all the references that the canto makes to regeneration and rebirth there is the realization that all life and all redemption depends upon Christ's Resurrection from the dead."
- ↑ Inferno, Canto 34, lines 121–126, Mandelbaum translation "This was the side on which he fell from Heaven; / for fear of him, the land that once loomed here / made of the sea a veil and rose into / our hemisphere; and that land which appears / upon this side perhaps to flee from him / left here this hollow space and hurried upward."
- ↑ "Purgatorio—Major Themes: Prayer". University of Leeds School of Languages, Cultures, and Societies. United Kingdom. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 มกราคม 2022. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 Vettori, Alessandro (2019). Dante's Prayerful Pilgrimage (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). Boston, Massachusetts: Brill. น. 140–143. ISBN 9789004405257.
- ↑ แดนชำระ กันโต 3 วรรค 136–145.
- ↑ แดนชำระ กันโต 23 วรรค 85–93.
- ↑ แดนชำระ กันโต 21 วรรค 68.
- ↑ แดนชำระ กันโต 21 วรรค 43–57.
- ↑ ดันเต อาลีกีเอรี. นภัค ลิมป์ (แปล). บทเพลงแห่งพระเจ้า: แดนชำระ. สำนักพิมพ์เวลา, 2569, หน้า 3, คันโต้ 1 วรรค 4-9.
- ↑ Richard H. Lansing and Teodolinda Barolini, The Dante Encyclopedia, Taylor & Francis, 2000, ISBN 0-8153-1659-3, pp. 328–330 (EARTH, GLOBE).
- ↑ John Brian Harley and David Woodward, The History of Cartography[ลิงก์เสียถาวร], Humana Press, ISBN 0-226-31633-5, p. 321.
- ↑ ดันเต อาลีกีเอรี. นภัค ลิมป์ (แปล). บทเพลงแห่งพระเจ้า: แดนชำระ. สำนักพิมพ์เวลา, 2569, หน้า 15, คันโต้ 2 วรรค 1-9.
- ↑ Psalm 114 (Psalm 113 in the Latin Vulgate): "When Israel came out of Egypt" (NIV). เก็บถาวร 6 มิถุนายน 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ "The Letter to Can Grande," in Literary Criticism of Dante Alighieri, translated and edited by Robert S. Haller (Lincoln, Nebraska: University of Nebraska Press, 1973), p. 99.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- World of Dante, multimedia website with text, translation, maps, and searchable database for students and teachers, at University of Virginia
- Princeton Dante Project เก็บถาวร 2009-06-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, website with complete text of Dante's works in Italian and English, including audio, at Princeton University
- Dante Dartmouth Project, text of more than 70 Italian, Latin, and English commentaries on the Commedia, from 1322 (Iacopo Alighieri) to the 2000s (Robert Hollander)
- Cary's translation, with Doré's illustrations, at Project Gutenberg
- On-line Concordance to the Divine Comedy เก็บถาวร 2009-05-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Danteworlds, multimedia presentation of the Divine Comedy by Guy Raffa of the University of Texas