นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า ตอนนี้รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการเรื่องอาวุธปืน โดยตนได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนขึ้นมาใหม่ โดยได้มีข้อสั่งการให้ทางกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการในเรื่องห้ามต่อใบอนุญาตทั้ง 3 ป. ได้แก่ ป.3 ป.4 และ ป.12 ในช่วงนี้ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
นายอนุทินยังกล่าวด้วยว่า ต้องไปถามรายละเอียดเรื่องกฎหมายกับนายปกรณ์ ส่วนเรื่องแนวปฏิบัติต้องควบคุม และเรื่องบทลงโทษต้องมีความรุนแรงและเด็ดขาดเพิ่มมากขึ้น ตนได้กำชับไปในทุกพื้นที่
ช่วงนี้ทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตั้งด่านตรวจค้น เน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก ถ้าหากพบ โดยเมื่อคืนได้มีการพบอยู่หลายราย ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถประกันตัวได้ โดยในชั้นสืบสวนสอบสวนตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว ต้องเข้าไปนอนในห้องขัง
โดยในช่วงนี้ยังพกพาอาวุธปืนไม่ได้ ดังนั้น ขอย้ำว่าอย่าไปเชื่อใครให้พกพาอาวุธปืนเอาไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเองทั้งนั้น เพราะว่าเป็นของร้อน ส่วนเครื่องกระสุนก็ไม่สามารถพกพาได้ เพราะเวลาออกกฎหมายใหม่จะต้องครอบคลุมทั้งหมด
สำหรับการซื้อขายอาวุธปืนทางออนไลน์ที่ดูแล้วควบคุมยาก นายอนุทิน กล่าวว่า ในเมื่อใบอนุญาตไม่มี ตอนนี้อย่ามาบอกว่าควบคุมยากหรือง่าย ข้อห้ามคือมีไม่ได้ เพราะดูกฎหมายอย่างรุนแรง ถ้ามีก็คุกอย่างเดียว เมื่อออกกฎหมายนี้ก็จะไปหารือกับทางอัยการ ทางศาล เพื่อขอให้ความร่วมมือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และขอให้ใช้การพิจารณาอย่างรวดเร็วเด็ดขาด พร้อมคัดค้านการประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสม
ขณะที่ สส. และนักการเมืองหลายคน เมื่อเปิดบัญชีทรัพย์สินออกมาแล้วก็มีปืนระบุอยู่ในบัญชีทรัพย์สินด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า กรณีที่เป็นปืนที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนอยู่แล้ว ต้องเก็บไว้ที่บ้านได้อย่างเดียว แต่พกพาไม่ได้ ส่วนกรณีที่เป็นปืนเถื่อนจะต้องไปศึกษาการออกกฎหมายให้นำมาคืนภายในระยะเวลากี่วันก็แล้วแต่ ตามกฎหมายอยู่แล้ว
ส่วนปืนที่โอนไม่ได้ เช่น เป็นมรดกตกทอดจากผู้คู่รัก ไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ ก็ให้นำมาคืน และจะมีบทยกเว้นโทษในระยะเวลาที่กำหนด ไม่รู้จะใช้คำว่านิรโทษได้หรือไม่ ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นบทยกเว้นว่าเมื่อนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ก็ถือว่าไม่มีโทษอะไร
ส่วนปืนที่ถูกกฎหมาย จะสามารถห้ามนำออกจากบ้านได้ 100% หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ต้องห้ามได้สิครับ” ในเมื่อห้าม ถ้าคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่ หากพกปืนไปไม่มีใบพกก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย แค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าม 100% ไม่ได้ ตอนนี้ห้ามพกพา 100% ถ้าทำก็ผิดกฎหมายและติดคุก
ส่วนนักกีฬาที่พกไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืน ก็ไม่มีผ่อนผัน จะต้องมีการตรวจสอบจำนวนกระสุนซ้อมในสนามยิงปืนนั้น และต้องฝากปืนไว้กับสนามยิงปืน เวลาไปซ้อมต้องไปซื้อกระสุนซ้อมที่สนาม และระบุจำนวนให้ตรงกัน เมื่อซ้อมเสร็จต้องเก็บไว้ที่สนาม ห้ามพกออกมา จะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถือว่าไม่มีเหตุผล ประเทศอื่นก็ทำกันหมดแล้ว ห้ามพกพาปืน กฎหมายรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตด้วย
ส่วนคนที่มีการเก็บอาวุธปืนไว้ที่บ้าน แต่มีพฤติกรรมที่ข่มขู่และรุนแรง จะมีการยึดปืนคืนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใบอนุญาตพกพาไม่มีอยู่แล้ว และคนที่ครอบครองปืนแล้วมีพฤติกรรมน่าสงสัย คนในบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวก็ต้องสังเกต การเอาออกมาจากบ้านถือว่าผิดกฎหมาย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ยังไงก็ผิด ไม่มีข้อยกเว้น
ตอนนี้กฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้าน ที่พกออกไปถือว่าผิดทั้งนั้น วันหลังตนจะไปค้นทำเนียบดูว่ามีหรือไม่ และตนเตรียมสั่งการคนใกล้ชิด คนติดตามรัฐมนตรี หากพกพาปืนแล้วไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ตัวใครตัวมัน
ขณะที่เรื่องปืนนั้นดูแล้วเหมือนเป็นไฟไหม้ป่า ถ้ากระแสผ่านไปก็อาจมีการละหลวมได้หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องไม่ให้หลวม เรามีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง เพราะเรื่องนี้มาเป็นกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองก็มีหน้าที่ในการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
ถ้าหากมีปืนอยู่ที่บ้าน นำออกมาป้องกันตัวอยู่ที่บ้านได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น
ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ตนถือว่าปืนไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกำลังเหนือคนอื่น ถ้าเกิดมีเหตุกดดันหรือบันดาลโทสะขึ้นมาก็จะทำในสิ่งที่เดือดร้อน ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะทำให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะคนที่เคราะห์ร้าย กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นสุจริตชนทั่วไป และเป็นเด็กด้วย ปืนเอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกมาแล้วเอาไปใส่กล่องครอบ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ตนเคยมีปืนแต่ทำหายไป จากนั้นก็ไปแจ้งความเท่านั้นเอง ตอนนี้ไม่มีสักกระบอก ส่วนที่ในบัญชีทรัพย์สินพบว่าภรรยาคนปัจจุบันของนายอนุทินครอบครองปืนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “เหรอ? งั้นผมคงต้องระวังตัวผมเอง” ส่วนหลังจากนี้จะมีการทำบุญประเทศหรือไม่ หลังเกิดเหตุซ้ำซาก นายอนุทิน กล่าวว่า “ทำความดีไว้”