ที่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี มีการประชุมบอร์ดประกันสังคมชุดที่ 14 ครั้งที่ 2/2569 โดยวาระการประชุมที่น่าจับตา อยู่ในระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเพื่อพิจารณา ซึ่งการประชุมวันนี้ ต้องมีกรรมการทุกฝ่าย ซึ่งบุคคลที่หลายคนจับตามมองคือ ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ กรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง ล่าสุดเดินทางมาถึงสำนักงานประกันสังคมเพื่อเข้าร่วมประชุม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงประเด็นกระแสสังคม ที่ออกมาพาดพิงมีการทวงบุญคุณผู้ประกันตนนั้น ว่าจริงหรือไม่
นายทวีเกียรติ ยืนยันว่า ไม่ได้ทวงบุญคุณใครเลย และได้เตรียมแถลงการณ์ไว้แล้ว รวมถึงไม่กังวลใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะขึ้นลิฟต์ไปประชุม
ส่วน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ก็ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกัน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว บอกเพียงขอเข้าประชุมก่อน และจะลงมาแถลงให้รายละเอียดอีกครั้ง
ขณะที่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน เปิดเผยก่อนการประชุมบอร์ดใหญ่ สปส. ว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมในวันนี้ ที่อยากสื่อสาร แม้จะไม่ได้บรรจุเป็นวาระอย่างเป็นทางการ คือ การคัดกรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเสนอร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์
โดยทีม “ประกันสังคมก้าวหน้า” ทั้ง 6 คน ไม่เห็นด้วยและไม่รับทราบวาระดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมก็ยังยืนยันจะเดินหน้าประชาพิจารณ์ต่อไป พร้อมมีการบันทึกในรายงานการประชุมว่า ตัวแทนสำนักงานประกันสังคมจะเร่งรัดให้นางตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามในระเบียบเลือกตั้งใหม่ในช่วงรักษาการ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องน่าตั้งข้อสงสัย เพราะการออกระเบียบดังกล่าวต้องเริ่มจากรัฐมนตรีโดยตรง ทางสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถเข้าไปเร่งรัดในตรงนี้ได้
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า ตนเองอยากส่งสัญญาณไปถึงนางตรีนุช ว่า ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศ ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องว่าควรปฏิรูปประกันสังคม การออกระเบียบเลือกตั้งใหม่ควรรอรัฐมนตรีคนใหม่ และควรจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยใช้ระเบียบเดิม เนื่องจากบอร์ดชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ หากเข้าสู่สถานะรักษาการ บอร์ดจะมีอำนาจจำกัด ไม่สามารถตรวจสอบหรือผลักดันสิทธิประโยชน์สำคัญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่ากับทำให้ผู้ประกันตนเกือบ 20 ล้านคน เสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่ยังค้างอยู่
และยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดไม่ให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กลับมาเป็นบอร์ดอีกครั้ง โดยระบุเงื่อนไขที่กระทบต่อจุดแข็งและผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นความพยายามที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับกรรมาธิการวุฒิสภา แม้จะอ้างว่าเป็นความบังเอิญก็ตาม
ส่วนปัญหาผู้ประกันตนยังไม่ได้รับเงินว่างงาน ระบุว่า เกิดจากระบบไอทีโครงการมูลค่า 850 ล้านบาท ที่ส่งมอบล่าช้ากว่า 2 ปี แม้เป็นฮาร์ดแวร์ใหม่ แต่ไม่สามารถใช้งานจ่ายสิทธิประโยชน์ได้ ขณะนี้มีค่าปรับค้างอยู่ราว 400 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องเร่งรัดให้ผู้ขายระบบ (vendor) รับผิดชอบ พร้อมเสนอให้มีการชดเชย และจ่ายดอกเบี้ยกรณีจ่ายสิทธิประโยชน์ล่าช้าแก่ผู้ประกันตน เช่นเดียวกับที่สำนักงานเรียกเก็บค่าปรับเมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบล่าช้า
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีภายนอก เข้ามาช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเร่งให้การจ่ายสิทธิกลับมาได้เร็วที่สุด พร้อมย้ำว่าการล่าช้าในการจ่ายเงินว่างงานที่บางรายมีรายได้เพียง 9,000 บาทต่อเดือน เท่ากับกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง