เวลา 10.00 น. นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วย นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. และ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันแถลงข่าว กรณีตรวจยึดพยานหลักฐาน และจับกุมขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 17.45 น.
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะนำหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ ค.618/2569 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทำการตรวจค้น บริษัทแห่งหนึ่ง ในหมู่ที่ 9 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อพบและยึดสิ่งของ เพื่อค้นหากระดาษคำตอบ ที่ใช้ในการกระทำความผิดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เพื่อเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดำเนินการทำสำเนา และตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ และตรวจยึดและเข้าถึงข้อมูลในเครื่องมือสื่อสาร ตามประเด็นกล่าวหาร้องเรียนขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568
จากการตรวจค้นพบบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ชำระเงิน เพื่อแลกกับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สอบได้ โดยวิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว อันเป็นวิธีการทุจริตในการแก้ไขคะแนนสอบอันเป็นเท็จ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นและยึดสำเนากระดาษคำตอบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือสื่อสารของบุคคลที่อยู่ในบริษัทดังกล่าว และเชิญบุคคลดังกล่าวมาให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวน ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องกล่าวหาร้องเรียนดังกล่าวต่อไป
นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า การปฏิบัติการทลายขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัคร 87 ตำแหน่ง รวม 6,669 อัตรา ผลการตรวจค้นพบผู้เกี่ยวข้องในจุดเกิดเหตุ 10 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจากหลายสังกัด พร้อมตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกว่า 9,000 แผ่น
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้นำแนวทางปฏิบัติตรวจค้นมาใช้ ซึ่งเป็นมิติใหม่และก้าวสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ในการตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับพนักงานไต่สวน พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและวิเคราะห์พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ ตำรวจ บก.ปปป. ทำให้สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานและตรวจยึดหลักฐานขณะเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตรวจสอบไต่สวนเชิงรุก ถือเป็นยุทธศาสตร์การปราบปรามการทุจริตที่มุ่นเน้น การทำงานเชิงรุก เฉียบขาด ฉับไว ทันต่อเหตุการณ์ สอดคล้องกับค่านิยมหลักขององค์กรที่ว่า “ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส่ ตรวจสอบได้”
ด้าน พันตำรวจโท สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผกก.2 บก.ปปป.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายจากตำรวจสอบสวนกลางให้ร่วมกับ ป.ป.ช. เฝ้าติดตามพฤติกรรมบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นาน 3 วัน ก่อนเข้าตรวจค้น พบมีบุคคลเข้า-ออกอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น พร้อมมีการขนกระเป๋าและถุงต้องสงสัย จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจากศาล
จากแนวทางการสืบสวน เชื่อว่าขบวนการไม่ได้แก้ไขคำตอบบนกระดาษสอบโดยตรง แต่ใช้วิธีปรับแก้ข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยคัดแยกรายชื่อผู้ที่จ่ายเงินออกจากผู้สมัครทั่วไป ก่อนประมวลผลและแก้ไขคะแนนในระบบให้เป็นไปตามที่ต้องการ ส่วนผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเป็นรายบุคคล หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางวินัย และอาจส่งผลต่อสถานะการดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. ระบุว่า “ในการตรวจค้นเมื่อวานนี้ เมื่อได้ของกลางและรายชื่อบุคลลต่างๆ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการร่วมกันตรวจสอบที่มาที่ไป รวมถึงวิธีการ ให้ได้ถึงต้นตอของผู้กระทำความผิด จะมีการตรวจสอบย้อนหลังไปซึ่งอาจทำให้คนที่สอบได้ไปแล้ว อาจหลุดจากตำแหน่งที่ได้ไป เพราะมีการทุจริตในการได้มา เนื่องจากมีการเสียเงินจำนวนมาก 300,000 – 800,000 บาท สิ่งนี้เป็นเนื้อร้ายของวงการ”