จากกรณีผู้เสียหายรวมตัวกันเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด อ้างว่าถูกอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูปเบอร์ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน ทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร โดยแต่ละคนเจอเหตุการณ์คล้ายกัน และมีตัวแทนผู้เสียหาย 4 ราย พร้อมเปิดเผยเรื่องราว เพื่อขอความเป็นธรรมตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
เบื้องต้นผู้เสียหายจะขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่อ้างว่ามีทั้งการทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน อนาจาร คุกคามทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน
นายเอกภพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละรายว่าเคยพบเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว ต้องตรวจสอบเรื่องอายุความเป็นรายกรณี หากบางเหตุการณ์พ้นอายุความ ก็อาจพิจารณาสอบในฐานะพยาน ขณะเดียวกันยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่มีการนำเด็กเข้ามาทำงานด้วย
ส่วนข้อกล่าวหาที่อาจเกี่ยวข้องนั้น คุณเอกภพระบุว่า ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและอายุความเป็นรายกรณี โดยหากมีพฤติกรรมตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง อาจต้องพิจารณาประเด็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารหรือการคุกคามทางเพศ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัญชีหรือธุรกรรมทางการเงิน ทั้งหมดต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานก่อน
สำหรับกรณีเด็กที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการนำเข้ามาทำงานนั้น เห็นว่าควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดขอนแก่น ทั้งหน่วยงานด้านแรงงานและหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการจ้างงานเด็กหรือมีการแสวงหาประโยชน์จากเด็กหรือไม่ โดยข้อมูลที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับการนำเด็กหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้น ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของกลุ่มผู้เสียหาย จึงเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณามาตรการคุ้มครองพยาน พร้อมย้ำให้ผู้เสียหายให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน
ด้านนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน หรือ “ครูธัญ” เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนการดำเนินการผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว หลังจาก “ฮัท” ผู้เสียหายรายแรกเข้ามายื่นเรื่องและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากฮัทเข้ามาร้องเรียน ปรากฏว่ามีผู้เสียหายและผู้ที่อ้างว่าเคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลหลายราย พร้อมระบุว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ ทั้งข้อมูลและคลิปวิดีโอ ซึ่งจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ หลายคนยังอยู่ในภาวะหวาดกลัวและกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าความรู้สึกดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบบางรายไม่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวหรือดำเนินการในทันที
ขณะเดียวกัน ครูธัญกล่าวถึงกรณี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาพูดถึงปัญหาด้านอารมณ์ของตัวเองผ่านคลิป พร้อมกล่าวขอโทษต่อสังคม โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่สังคมควรนำมาพิจารณาประกอบอย่างรอบด้าน แต่ยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่าย
สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการให้ความรู้แก่สังคมเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการสร้างความเข้าใจว่าผู้เสียหายควรได้รับความปลอดภัยและสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว
นายเอกภพ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย 4 คน โดยมีการแยกสอบปากคำ และจะดำเนินการตามกระบวนการรวม 7 ข้อหา
- ทำร้ายร่างกาย
- พยายามข่มขืน
- อนาจาร
- คุกคามทางเพศ
- ใช้แรงงานเด็ก
- ค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
- ฟอกเงิน
ขณะที่ฝั่งยูทูบเบอร์ชื่อดังได้ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ และโต้แย้งในบางประเด็น โดยปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมยอมรับว่าการหอมแก้มเป็นสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง แต่ระบุว่ามองการกอดให้กำลังใจเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะพี่น้อง และหากตัวเองทำผิดก็พร้อมยอมรับ รวมถึงกล่าวขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป และขอโทษที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กและเยาวชน พร้อมระบุว่าจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงตัวเอง และปล่อยให้เรื่องดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมาย