ท็อป 5 สโมสรที่มีนักเตะยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2026

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ฟุตบอลโลก 2026" สร้างสถิติใหม่ด้วยการมีการยิงประตูมากที่สุด 104 นัดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ และบรรดานักเตะจากสโมสรชั้นนำทั่วโลกก็พาเหรดฝากผลงานเอาไว้ ไปดูกันว่าสโมสรใดมีผู้เล่นทำประตููติดท็อป 5 บ้าง

"ฟุตบอลโลก 2026" สร้างสถิติใหม่ด้วยการมี 308 ประตูจาก 104 นัด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ และบรรดานักเตะจากสโมสรชั้นนำทั่วโลกก็พาเหรดกันฝากผลงานบนเวทีระดับโลก จนทำให้หลายสโมสรมีผู้เล่นช่วยกันทำประตูเป็นกอบเป็นกำ สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, บุนเดสลีกา, ลีก เอิง และเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ต่างมีนักเตะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติที่ไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์ แล้วสโมสรใดมีนักเตะทำประตูรวมมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 Reuters/Jeenah Moon
การที่ คีเลียน เอ็มปัปเป้ เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการทำไป 10 ประตู ทำให้ผู้เล่นจาก เรอัล มาดริด ทำประตูได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้

อันดับ 5 ร่วมมีทั้งหมด 4 ทีมด้วยกัน

5.4 ซันเดอร์แลนด์ : 8 ประตู
แม้เพิ่งเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก แต่ซันเดอร์แลนด์ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการจบอันดับ 7 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า "ยูโรปา ลีก" และฟอร์มของนักเตะหลายคนยังต่อเนื่องถึงฟุตบอลโลก 2026

"ไบรอัน บร็อบบีย์" เริ่มทัวร์นาเมนต์ในฐานะตัวสำรองของเนเธอร์แลนด์ ก่อนยึดตำแหน่งตัวจริงหลังยิง 2 ประตูใส่สวีเดน และอีก 1 ประตูในเกมกับตูนิเซีย

"ฮาบิบ ดิยาร์รา" ยิงประตูแรกให้ทีมชาติในเกมที่ออกสตาร์ตตัวจริงนัดแรกพบอิรัก ก่อนยิงได้อีกครั้งในเกมกับเบลเยียม

"นิลสัน อังกูโล่" ยิงประตูสำคัญช่วยเอกวาดอร์คัมแบ็กในเกมกับเยอรมนี ขณะที่ "กรานิต ชาก้า" ยิงประตูเดียวของตัวเองในทัวร์นาเมนต์ 

ส่วน "วิลสัน อิซิดอร์" ทำหนึ่งในประตูสุดสวยของฟุตบอลโลกครั้งนี้ จากลูกยิงไกลในเกมพบโมร็อกโก

5.3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :  8 ประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดติดอันดับนี้ แม้จะมีประเด็นให้ถกเถียงเล็กน้อยเกี่ยวกับนักเตะบางราย
"มาเตอุส คุนญา" ยิง 3 ประตูให้บราซิล โดยทำ 2 ประตูใส่เฮติ และอีก 1 ประตูในเกมถล่มสกอตแลนด์
"อาหมัด ดิยัลโล่" ยิงประตูชัยในนัดเปิดสนามที่ไอวอรีโคสต์ชนะเอกวาดอร์ และยังทำประตูตีเสมอในรอบ 32 ทีมสุดท้าย แม้สุดท้ายทีมจะพ่ายนอร์เวย์

"ลิซานโดร มาร์ติเนซ" ยิงประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ พาอาร์เจนตินาเอาชนะเคปเวิร์ด 3-2 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย

ส่วน "มาร์คัส แรชฟอร์ด" และ "กาเซมิโร่" ยิงได้คนละ 1 ประตู แม้แรชฟอร์ดจะใช้ฤดูกาลก่อนในสัญญายืมตัวกับบาร์เซโลนา และกาเซมิโรจะย้ายออกจากสโมสรหลังจบฤดูกาล แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในสังกัดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงเริ่มต้นการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026


5.2 คริสตัล พาเลซ : 8 ประตู
ช่วงหนึ่ง คริสตัล พาเลซ เป็นสโมสรจากพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะทำประตูรวมมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 จากผลงานของ 3 แข้งตัวหลัก

"อิสไมลา ซาร์" เป็นกำลังสำคัญของเซเนกัล โดยยิง 4 ประตูจาก 3 นัดติดต่อกัน เริ่มจากเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมพบนอร์เวย์ ก่อนยิงอีก 1 ประตูในเกมถล่มอิรัก และปิดท้ายด้วยการทำประตูในเกมกับเบลเยียม แม้สุดท้ายเซเนกัลจะตกรอบ

"ไดจิ คามาดะ" โหม่งประตูช่วงท้ายเกมช่วยให้ญี่ปุ่นไล่ตีเสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2 ก่อนยิงได้อีกครั้งในเกมพบตูนิเซีย

ส่วน "ดาเนียล มูนญอซ" ยิงวอลเลย์สุดสวยในเกมเปิดสนามที่โคลอมเบียชนะอุซเบกิสถาน และตามมายิงประตูชัยในเกมกับดีอาร์ คองโก 

5.1 อินเตอร์ ไมอามี :  8 ประตู
อินเตอร์ ไมอามี เป็นสโมสรจากเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์เพียงทีมเดียวที่ติดอันดับนี้ และเหตุผลหลักก็มาจาก "ลิโอเนล เมสซี" เพียงคนเดียว

ดาวเตะเจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัย ยิงได้ถึง 8 ประตู ในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดของเขาในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งเดียว พร้อมพาอาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง
ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ อาร์เจนตินาพึ่งพาเมสซีอย่างมาก และหลายเกมก็สะท้อนให้เห็นว่า ทีมสามารถไปได้ไกลเพียงเท่าที่เมสซีในวัย 39 ปี ยังสร้างความแตกต่างให้กับเกมได้

4. บาเยิร์น มิวนิค : 12 ประตู
บาเยิร์น มิวนิค ครองอันดับ 4 หลังนักเตะในสังกัดช่วยกันทำ 12 ประตู ในฟุตบอลโลก 2026 นำโดย 

"แฮร์รี เคน" กัปตันทีมชาติอังกฤษ เคนเปิดทัวร์นาเมนต์ด้วย 2 ประตูในเกมชนะโครเอเชีย ก่อนยิงเพิ่มอีก 1 ลูกในเกมกับปานามา จากนั้นเหมาคนเดียว 2 ประตูพาอังกฤษแซงชนะดีอาร์ คองโก ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และยิงจุดโทษเป็นประตูชัยในเกมคลาสสิกที่ชนะเม็กซิโก ณ สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้อีก และไม่ได้ลงสนามในเกมชิงอันดับ 3 กับฝรั่งเศส

"อิสมาเอล ไซบารี" ยิงให้โมร็อกโกในรอบแบ่งกลุ่มครบทั้ง 3 นัด พบกับบราซิล, สกอตแลนด์ และเฮติ ก่อนหมดสิทธิ์ลงเล่นในรอบน็อกเอาต์จากอาการบาดเจ็บแฮมสตริง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพเกมรุกของทีมอย่างชัดเจน

ด้าน "หลุยส์ ดิอาซ" ยิงได้เพียงประตูเดียวในเกมเปิดสนามกับอุซเบกิสถาน เช่นเดียวกับ "จามาล มูเซียลา" ที่ทำได้เพียงประตูเดียวในเกมถล่มคูราเซา 7-1 ซึ่งเกมเดียวกัน "นาธาเนียล บราวน์" ก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูเช่นกัน

แม้ ไมเคิล โอลิเซ จะยิงไม่ได้เลย แต่แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้สร้างสถิติใหม่ด้วยการทำ 7 แอสซิสต์ มากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งเดียว


3. อาร์เซนอล : 13 ประตู
นักเตะจากอาร์เซนอล 7 คน มีชื่อเป็นผู้ทำประตูในฟุตบอลโลก 2026 สะท้อนถึงคุณภาพขุมกำลังของทีมของ "มิเกล อาร์เตตา" หลังเพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี

"ไค ฮาแวร์ตซ์" และ "บูกาโย่ ซาก้า" เป็นดาวซัลโวร่วมของกลุ่มด้วยผลงานคนละ 3 ประตู ฮาแวร์ตซ์ยิง 2 ประตูในเกมถล่มคูราเซา และอีก 1 ประตูในเกมพบปารากวัย ส่วนซากา แม้มีปัญหาความฟิตตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่กลับมาระเบิดฟอร์มด้วยแฮตทริกในเกมชิงอันดับ 3 ที่อังกฤษชนะฝรั่งเศส 6-4 โดยเกมเดียวกัน เดแคลน ไรซ์ ก็ทำประตูเดียวของตัวเองในรายการนี้ได้เช่นกัน

ประตูที่สำคัญที่สุดของนักเตะอาร์เซนอลอาจเป็นของ "มิเกล เมริโน่" ที่ลงเล่นรวมเพียง 9 นาทีในรอบ 32 ทีมสุดท้ายและรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่กลับยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมได้ทั้งสองนัด พาสเปนกรุยทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลก

ด้าน "กาเบรียล มาร์ติเนลลี่" ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมช่วยบราซิลพลิกแซงญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ส่วน "เลอันโดร ทรอสซาร์" ซึ่งย้ายไปอยู่กับเบซิคตัสหลังจบฤดูกาล ยิง 2 ประตูให้เบลเยียมในเกมกับนิวซีแลนด์ ขณะที่ "วิกเตอร์ เยอเคเรส" ยิง 1 ประตูช่วยสวีเดนถล่มตูนิเซีย 5-0 ในนัดเปิดสนาม 

2. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : 15 ประตู
แม้นักเตะบางรายของปารีส แซงต์-แชร์กแมงอย่าง" วิตินญ่า" จะทำผลงานได้ไม่โดดเด่นในฟุตบอลโลก 2026 แต่แข้งจากแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัยติดต่อกัน ก็ช่วยกันทำประตูรวมถึง 15 ลูก จากผู้เล่น 7 คน นำโดยเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุด

"อุสมาน เดมเบเล่" ระเบิดฟอร์มให้ฝรั่งเศสด้วย 6 ประตู รวมถึงแฮตทริกในเกมกับนอร์เวย์ และอีก 1 ประตูในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เอาชนะโมร็อกโก

สองดาวรุ่งอย่าง "แบรดลีย์ บาร์โคล้า" และ "เดซีเร่ ดูเอ้" ซึ่งแข่งขันกันทั้งในสโมสรและทีมชาติ ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยบาร์โคลายิง 3 ประตูในเกมพบเซเนกัล, สวีเดน และอังกฤษ ส่วนดูเอยิง 1 ประตูในเกมกับนอร์เวย์

ด้าน "อิบราฮิม เอ็มบาเย่" ดาวรุ่งจากอะคาเดมีของเปแอสเช ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ในเกมพบฝรั่งเศส

ขณะที่ "ชูเอา เนเวส และ นูโน เมนเดส" ทำได้คนละ 1 ประตูให้โปรตุเกส ส่วน "อัชราฟ ฮาคิมี" ยิง 1 ประตูในเกมที่โมร็อกโกชนะเฮติ

สำหรับ "ฟาเบียน รุยซ์" คือแข้งเปแอสเชเพียงคนเดียวที่ได้ชูถ้วยแชมป์โลก โดยยิงประตูสำคัญในรอบก่อนรองชนะเลิศที่สเปนชนะเบลเยียม และมีส่วนช่วยพาทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองได้สำเร็จ

1. เรอัล มาดริด : 22 ประตู

ไม่มีสโมสรใดขึ้นชื่อเรื่องการรวบรวมซูเปอร์สตาร์ได้เทียบเท่า เรอัล มาดริด และแม้จะจบฤดูกาล 2025-26 แบบไร้แชมป์ แต่เหล่า "กาลาติกอส" ก็ใช้เวทีฟุตบอลโลก 2026 พิสูจน์คุณภาพระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการทำประตูรวมสูงสุดถึง 22 ประตู

"อาร์ดา กือแลร์" ยิงประตูแรกของตัวเองในฟุตบอลโลก พาตุรกีเอาชนะสหรัฐอเมริกาในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แม้ทีมจะตกรอบไปก่อนหน้านั้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคือ 3 ซูเปอร์สตาร์ของมาดริด

"คีลิยัน เอ็มบัปเป้" ระเบิดฟอร์มยิงถึง 10 ประตู ทำสถิติยิงมากที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1958 พร้อมคว้ารางวัล รองเท้าทองคำ (Golden Boot) เป็นสมัยที่ 2 และสร้างสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกด้วยผลงาน 22 ประตู

ด้าน "จู๊ด เบลลิงแฮม" ยิง 7 ประตู พาอังกฤษทำผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 โดยมีทั้งการเหมาสองประตูในเกมพบเม็กซิโก รอบ 16 ทีมสุดท้าย และนอร์เวย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ

ส่วน "วินิซิอุส จูเนียร์" แม้บราซิลจะตกรอบเร็วกว่าที่คาด แต่ยังเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของทีมด้วยผลงาน 4 ประตู

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ