“อนุทิน” Kick off “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”
“อนุทิน” Kick off “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดงบ 4,452 ล้าน ช่วย 79,610 กองทุนทั่วประเทศ ลั่น “อยากเซ็นเพิ่มงบใจจะขาดอยู่แล้ว”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยต้นทุนที่เหมาะสม นำไปใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
โครงการนี้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 4,452 ล้านบาท ให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ
นายอนุทิน เปิดเผยว่า หลักการสำคัญของโครงการ คือให้กองทุนหมู่บ้านแต่ละแห่งพิจารณาสินเชื่อหรือเงินกู้ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นรายกรณี เมื่อกองทุนเห็นชอบ รัฐบาลจะนำงบประมาณมาสมทบในส่วนของดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของประชาชนลดลง และมีเงินเหลือสำหรับนำไปประกอบธุรกิจหรือประกอบอาชีพมากขึ้น
โดยนายอนุทิน มองว่า นอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นช่องทางให้ประชาชนไม่ต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งมีต้นทุนสูงและมีเงื่อนไขจำนวนมาก หากเกิดปัญหาในการประกอบธุรกิจ อาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียหลักประกัน ทั้งที่ดินทำกิน บ้าน หรือทรัพย์สินต่างๆ
ขณะเดียวกัน สทบ. ยังพยายามเชื่อมโยงบริษัทประกันภัยเข้ามารับประกันความเสี่ยงของหนี้ ซึ่งนายอนุทินมองว่า หากสามารถดำเนินการได้ จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบการเงินของประชาชนฐานราก และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับการประกอบอาชีพ
อีกทั้งยังกล่าวถึงแนวทางของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60:40) ว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงการช่วยให้ประชาชนซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง แต่รัฐบาลพยายามดำเนินการทุกทางเพื่อลดต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน พร้อมสร้างโอกาสและช่องทางเพิ่มรายได้ ผ่านโครงการต่างๆ
พร้อมย้ำว่า การแก้ปัญหาปากท้องและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนเหมาะสม เพื่อพัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับครัวเรือนและชุมชน
สำหรับงบประมาณ 4,452 ล้านบาท นายอนุทินกำชับว่า ต้องใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ โดยควรนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพิ่มกำลังการผลิต หรือพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้เกิดรายได้ ไม่ใช่นำไปใช้กับค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรือภาระหนี้อื่น
เพราะหากนำเงินไปใช้จ่ายกับเรื่องอื่น แม้จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ไม่ได้สร้างรายได้เพิ่ม สุดท้ายประชาชนก็ยังมีภาระหนี้อยู่เหมือนเดิม
โดยยกตัวอย่างว่า เงินทุนที่ได้รับ แม้จะเริ่มจากจำนวนไม่มาก แต่หากนำไปต่อยอดได้ถูกทาง ก็สามารถพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นได้ โดยต้องจับให้ได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ทำตรงกับความต้องการของตลาด และพัฒนาให้มีคุณภาพจนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
พร้อมระบุว่า หากโครงการสามารถสร้างผลสำเร็จได้จริง ทั้งการสร้างรายได้ กระจายเงิน และกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลก็พร้อมประเมินผลเพื่อขยายโครงการต่อ ทั้งเพิ่มโอกาส เพิ่มวงเงิน และเพิ่มความครอบคลุมให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
ซึ่งต้องการเห็นประชาชนฐานรากเปลี่ยนจากผู้ที่รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล มาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ หากสามารถสร้างรายได้และทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงท้ายนายอนุทิน ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กองทุนหมู่บ้าน และประชาชนที่ได้รับเงินทุน ให้ร่วมกันผลักดันโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และหากผลออกมาดี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติม โดยระบุว่า “ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบใจจะขาดอยู่แล้วนะครับ”
สำหรับรายละเอียดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”
1. คุณสมบัติกองทุนที่เข้าร่วม
- จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- ส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
- มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบ
- มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
กองทุนต้องจัดประชุมสมาชิกและมีมติเห็นชอบเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม
ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ บัญชีที่ 1 ลง 50% จากอัตราปกติ สำหรับสัญญาในรอบปีบัญชีปัจจุบัน
ปรับปรุงสัญญาเดิมหรือจัดทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญา และแจ้งสมาชิกให้ทราบ
3. รัฐบาลจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนตามยอดดอกเบี้ยที่ลดให้สมาชิก
ลดดอกเบี้ยไม่เกิน 30,000 บาท → ได้เพิ่มทุน 30,000 บาท
- 30,001–50,000 บาท → ได้ 50,000 บาท
- 50,001–70,000 บาท → ได้ 70,000 บาท
- 70,001–90,000 บาท → ได้ 90,000 บาท
- 90,001–120,000 บาท → ได้ 120,000 บาท
- มากกว่า 120,000 บาท → ได้สูงสุด 150,000 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB