ค่าเงินบาทเช้านี้เปิด 33.33 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ เปิด 33.33 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ท่ามกลางการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านจะกลับมาอีกครั้ง ทำพลังงานดิ่งแรง แต่หนุนทองดีดขึ้น เหนือโซน 4,000 ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้น เข้าใกล้โซนแนวรับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง (แกว่งตัวในกรอบ 33.31-33.53 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางกระแสข่าวสหรัฐฯ กับอิหร่าน เตรียมกลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง
ส่งผลให้ ราคาพลังงานปรับตัวลงแรง พร้อมหนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น เหนือโซน 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง
ส่วนเงินดอลลาร์ได้ทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง และการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) จากทั้งฝั่งทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่หนุนให้เงินเยนญี่ปุ่นทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จนกระทบให้ผู้เล่นในตลาดต้องทยอยปิดสถานะ Short JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง) โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นมาก ตามการร่วมมือเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ SpaceX และหุ้นธีม AI/Semiconductor
แนวโน้มเงินบาท
โมเมนตัมการแข็งค่ากลับมามีกำลังมากขึ้นในระยะสั้นๆ นอกจากนี้ เงินบาทอาจได้อานิสงส์บ้าง หลังเริ่มมีกระแสข่าวสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมกลับมาเจรจาหยุดยิง ส่งผลให้ ราคาพลังงานปรับตัวลงแรงในช่วงเช้า วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ของตลาดการเงินฝั่งเอเชีย แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีอยู่ ทำให้ ยังมีมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก
นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้ ต้องระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึง ระวังความผันผวนจากการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยในเบื้องต้น หากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้ออกมาดีกว่าคาด อีกทั้ง สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down โดยอาจมีโซนแนวต้านแถว 33.70 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.80-34.00 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ควรติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้เช่นกัน
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.00-33.70 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB