ห่วง “สวมสิทธิ์–พ่อทิพย์” โยงทุนสีเทากระทบเศรษฐกิจ จี้รัฐเชื่อมข้อมูล เร่งกวาดล้างทุจริต
เตือนขบวนการ “สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” กระทบความมั่นคง-เศรษฐกิจ ห่วงโยงทุนสีเทา-ธุรกิจผิดกฎหมาย เสนอรัฐเร่งเชื่อมข้อมูลหน่วยงาน กวาดล้างเจ้าหน้าที่ทุจริต
คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน แสดงความกังวลต่อปัญหาการขอสัญชาติไทยและการได้มาซึ่งสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ หลังพบรูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น และมีแนวโน้มเป็นขบวนการ ตั้งแต่นายหน้า ผู้รับจ้าง บุคลากรบางส่วนในสถานพยาบาล ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎร
โดย ระบุว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการว่าจ้างโดยชาวต่างชาติเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังมีปัจจัยจากช่องโหว่ของกระบวนการตรวจสอบ
การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่ครอบคลุม และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคลากรบางส่วน จนอาจนำไปสู่การออกเอกสารราชการหรือรับรองข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
จากการรวบรวมข้อมูล พบรูปแบบการได้สัญชาติหรือสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบอย่างน้อย 9 รูปแบบ ได้แก่ การว่าจ้างชายไทยรับรองว่าเป็นบิดาของเด็ก หรือ “พ่อทิพย์” การว่าจ้างหญิงไทยอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย การสวมสิทธิบุคคลที่เสียชีวิต สูญหาย หรือพำนักอยู่ต่างประเทศ การเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านโดยใช้ข้อมูลหรือพยานหลักฐานเท็จ การออกหรือซื้อขายบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ การแจ้งเกิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือแจ้งจำนวนเด็กเกินจริง การว่าจ้างชายไทยจดทะเบียนสมรสกับหญิงต่างชาติโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริง การรับรองเท็จว่าเด็กเกิดในประเทศไทย และการปลอมสูติบัตร ใบรับรองการเกิด หรือเอกสารราชการที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งในรูปแบบที่น่าจับตา คือ การว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสหรือรับรองบุตรของหญิงต่างชาติที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยตามสถานะของบิดา โดยอาจมีนายหน้าทำหน้าที่จัดหาบุคคล เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล และนำเอกสารไปใช้แจ้งเกิดต่อหน่วยงานรัฐ
โดยคณะทำงานฯ มองว่า หากกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่รัดกุม หรือมีเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเปิดช่องให้มีการรับรองข้อมูลหรือสถานะทางกฎหมายโดยไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน ยังพบความเสี่ยงจากการนำข้อมูลของผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย หรือผู้ที่ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทยมาใช้ขอออกบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านโดยใช้พยานเท็จ และการซื้อขายเอกสารแสดงสถานะของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะระบบทะเบียนราษฎร แต่ยังอาจเชื่อมโยงไปถึงการใช้นอมินี การฟอกเงิน ธุรกิจผิดกฎหมาย ทุนสีเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากสถานะทางทะเบียนและสัญชาติไทยเกี่ยวข้องกับสิทธิหลายด้าน ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง การประกอบอาชีพ การพำนัก การถือเอกสารประจำตัว ตลอดจนการทำธุรกรรมและการถือครองทรัพย์สินในกิจกรรมที่กฎหมายจำกัดสิทธิของชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ ระบุว่า การได้สถานะโดยมิชอบยังอาจถูกใช้เพื่อปกปิดตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผู้หลบหนีคดี ธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ จึงกระทบทั้งความมั่นคง ความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร ระบบบัตรประจำตัวประชาชน การจดทะเบียนธุรกิจ การถือครองทรัพย์สิน ธุรกรรมทางการเงิน และการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงอาจเพิ่มภาระงบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการ
สำหรับรูปแบบการกระทำผิดในปัจจุบันมีการแบ่งหน้าที่กันเป็นเครือข่ายมากขึ้น ตั้งแต่การหาลูกค้า จัดหาผู้รับจ้าง เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล ไปจนถึงการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ออกเอกสารหรือรับรองข้อมูลโดยมิชอบ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่แยกสถิติคดีการได้สัญชาติไทยโดยมิชอบอย่างชัดเจน เนื่องจากแต่ละคดีอาจถูกดำเนินคดีในฐานความผิดที่แตกต่างกัน เช่น ปลอมเอกสาร แจ้งความเท็จ หรือความผิดตามกฎหมายทะเบียนราษฎร
ดังนั้น คณะทำงานฯ จึงเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1. เร่งตรวจสอบการรับรองบุตรและการแจ้งเกิดย้อนหลังในกรณีที่มีความเสี่ยง เช่น บุคคลหนึ่งรับรองบุตรหลายราย หรือมีความเชื่อมโยงกับนายหน้าและสถานพยาบาลที่ถูกร้องเรียน 2. เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 3. พิจารณาการตรวจ DNA ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและคำนึงถึงสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4. ขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายทุกระดับ ตั้งแต่ผู้จัดหา ผู้ประสานงาน ผู้รับผลประโยชน์ ไปจนถึงผู้สนับสนุนทางการเงินทั้งในและต่างประเทศ 5. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง หากพบการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือรับรองข้อมูลเท็จ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน 6. จัดทำระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงและนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจจับความผิดปกติของการแจ้งเกิด การรับรองบุตร การใช้สถานพยาบาล หรือการใช้พยานบุคคลซ้ำในหลายกรณี และ 7. เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและติดตามผล พร้อมคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และเปิดเผยผลการตรวจสอบและสถิติการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เสนอให้รัฐบาลยกระดับปัญหาการทุจริตด้านสัญชาติและสถานะบุคคลเป็นประเด็นสำคัญทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยเร่งบูรณาการการทำงานระหว่างกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้ระบบทะเบียนราษฎรมีความถูกต้อง เชื่อมโยง และตรวจสอบได้
พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบและเพิกถอนสัญชาติหรือสถานะที่ได้มาโดยมิชอบตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงดำเนินการกับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงที่สถานะบุคคลจะถูกนำไปใช้สนับสนุนทุนสีเทา นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB