ทองคำยังไปต่อ? จับตาแนวต้าน 4,325 ดอลลาร์ ลุ้นเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์
ทองคำยังไปต่อ? จับตาแนวต้าน 4,325 ดอลลาร์ ลุ้นเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์
การปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคาทองคำโลกกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศก็ปรับตัวขึ้นแรงตามตลาดโลก แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นก็ตาม
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ มองว่า เบื้องหลังการขยับขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญอยู่ 2 ประเด็น
- ประเด็นแรก คือ ความคาดหวังของตลาดต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls: NFP) ซึ่งจะประกาศในคืนวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยตลาดคาดว่าตัวเลขจะออกมาอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ และจำนวนการจ้างงานอาจลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากที่ตลาดเคยคาดการณ์
- อีกประเด็นคือ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และทำให้นักลงทุนหันกลับมาให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
แรงหนุนดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้เงินบาทที่แข็งค่าจะลดแรงหนุนต่อราคาทองคำในประเทศ แต่แรงซื้อจากตลาดโลกยังมีมากเพียงพอที่จะผลักดันราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้
และตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ราคาทองคำย่อตัวลงมาใกล้ระดับ 3,990 ดอลลาร์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งสามารถดีดกลับขึ้นมาได้ สะท้อนว่าภาพระยะยาวของราคาทองคำยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น
สำหรับระยะสั้น ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 4,225-4,325 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยระดับ 4,325 ดอลลาร์เป็นแนวต้านสำคัญ
หากสามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นไปทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาปรับฐานลงมาค่อนข้างแรง จึงมีโอกาสฟื้นตัวได้แรงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตายังคงเป็นตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เนื่องจากทั้งสองปัจจัยมีความสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป
ตะวันออกกลางยังเป็นแรงกระทบระยะสั้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือราคาน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวน
นายจิตติ มองว่า ปัจจัยดังกล่าวน่าจะเป็นแรงกระทบในระยะสั้น ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังต้องเผชิญกับภาระหนี้และผลกระทบจากสงคราม ทำให้ความเป็นไปได้ในการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดยังมีจำกัด
ในมุมของทิศทางราคา หากทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 4,225 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง โอกาสที่จะปรับขึ้นต่อยังมีมากกว่าการปรับลง แม้จะยังต้องลุ้นว่าราคาจะสามารถผ่านแนวต้าน 4,325 ดอลลาร์ได้หรือไม่
ปัจจัยระยะยาวที่ยังหนุนทองคำ
เมื่อมองไปในระยะยาว ยังมีหลายปัจจัยที่สนับสนุนราคาทองคำ ทั้งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ และการที่นักลงทุนยังให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทองคำยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การลงทุนในตลาดทองคำล่วงหน้าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยขาดทุนจากการเก็งกำไร จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้การลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูง
ลุ้น 5,000 ดอลลาร์ และอาจไปถึง 5,500 ดอลลาร์
สำหรับเป้าหมายราคาทองคำ นายจิตติประเมินว่า ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์มีความเป็นไปได้ และหากปัจจัยสนับสนุนยังดำเนินต่อเนื่อง อาจเห็นราคาทะลุระดับดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
ส่วนเป้าหมายระยะยาว มีโอกาสขยับขึ้นไปถึง 5,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แม้ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
สำหรับราคาทองคำในประเทศไทย มีโอกาสเห็นระดับมากกว่า 70,000 บาทในระยะยาว หลังผ่านช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป ขณะที่ระยะสั้นยังต้องติดตามว่าราคาทองคำโลกจะสามารถผ่านแนวต้าน 4,325 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ได้หรือไม่
สำหรับผู้ที่ซื้อทองคำไว้ในช่วงราคาสูง นายจิตติแนะนำว่า หากเป็นผู้ที่ใช้เงินเย็นลงทุน ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก เพราะยังเชื่อว่าราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะยาว
หากราคาทองคำย่อตัวลง และยังมีสภาพคล่องเพียงพอ ก็สามารถทยอยสะสมได้ เพราะยังเชื่อว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว และยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB