เมื่อ “ฟุตบอล” กลายเป็นสินทรัพย์มหาเศรษฐี “เบโซส” จ่อถือหุ้นลิเวอร์พูล 30%
เมื่อ “ฟุตบอล” กลายเป็นสินทรัพย์มหาเศรษฐี “เบโซส” จ่อถือหุ้นลิเวอร์พูล ดันมูลค่าสโมสรแตะ 6 พันล้านดอลลาร์
สโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง “ลิเวอร์พูล” กำลังถูกจับตาในแวดวงธุรกิจและการลงทุนอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย อมิต ภาเทีย (Amit Bhatia) และมี เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon รวมอยู่ด้วย กำลังใกล้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นในลิเวอร์พูลประมาณ 30% หรือราว 1 ใน 3 ของหุ้นสโมสร
ดีลดังกล่าวเป็นการลงทุนในนามกลุ่มนักลงทุน ไม่ใช่การที่ Amazon เข้าซื้อหุ้นลิเวอร์พูลโดยตรง โดยกลุ่มดังกล่าวยังมี เอดูอาร์โด ซาเวริน (Eduardo Saverin) ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook รวมอยู่ด้วย
หากดีลสำเร็จ Financial Times ประเมินว่า มูลค่าของลิเวอร์พูลอาจอยู่ที่มากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่า สโมสรฟุตบอลระดับโลกกำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในสายตาของนักลงทุนระดับมหาเศรษฐี
เจาะข้อมูลการเงิน “ลิเวอร์พูล”
หากมองผ่านตัวเลขธุรกิจ จะเห็นว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีมูลค่าเพียงเพราะความสำเร็จในสนาม แต่ยังมาจากความสามารถในการสร้างรายได้ในหลายช่องทาง งบการเงินของลิเวอร์พูล สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2025 ระบุว่า สโมสรมีรายได้รวม 703 ล้านปอนด์เพิ่ มขึ้น 89 ล้านปอนด์จากปีก่อนหน้า
แบ่งเป็น
- รายได้จากสื่อ (Media revenue) 264 ล้านปอนด์
- รายได้จากการแข่งขัน (Matchday revenue)116 ล้านปอนด์
- รายได้เชิงพาณิชย์ (Commercial revenue) 323 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังเป็นสโมสรพรีเมียร์ลีกที่อยู่ในอันดับสูงสุดของ Deloitte Football Money League ในรายงานล่าสุดของ Deloitte
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “สโมสรฟุตบอล” ระดับโลกไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายบัตรเข้าชมการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งรายได้จากสื่อ รายได้เชิงพาณิชย์ สปอนเซอร์ สินค้า และกิจกรรมทางธุรกิจที่ต่อยอดจากแบรนด์ของสโมสร
จาก 300 ล้านปอนด์ สู่มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ย้อนกลับไปในปี 2010 Fenway Sports Group หรือ FSG เข้าซื้อลิเวอร์พูลในช่วงที่สโมสรเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านปอนด์ นับจากนั้น ลิเวอร์พูลเติบโตขึ้นทั้งในแง่ผลงานในสนาม ฐานแฟนบอลทั่วโลก โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจเชิงพาณิชย์
FSG ยังเปิดทางให้มีการลงทุนจากภายนอก โดยในปี 2023 Dynasty Equity ได้เข้าลงทุนในหุ้นของลิเวอร์พูล เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของสโมสร รวมถึงการลดภาระหนี้และใช้สำหรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ทำไม “ฟุตบอล” จึงกลายเป็นสินทรัพย์ของมหาเศรษฐี?
สิ่งที่น่าสนใจของดีลนี้จึงไม่ได้อยู่แค่คำถามว่า “เบโซสจะเป็นเจ้าของลิเวอร์พูลหรือไม่”
แต่คือการที่สโมสรฟุตบอลระดับโลกกำลังถูกมองในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจ เพราะสิ่งที่นักลงทุนกำลังซื้อไม่ได้มีเพียงทีมฟุตบอล 11 คนในสนาม แต่รวมถึง แบรนด์ ฐานแฟนบอล ลิขสิทธิ์สื่อ รายได้เชิงพาณิชย์ สนามกีฬา และศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
สิ่งที่นับว่าเป็น Global Sports Asset
ลิเวอร์พูลจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในวงการกีฬา เมื่อ “ทีมฟุตบอล” ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงธุรกิจเพื่อแข่งขันและคว้าแชมป์ แต่เป็น Global Sports Asset ที่สามารถดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีทั่วโลก
และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมในโลกธุรกิจยุคใหม่ ฟุตบอลจึงไม่ได้เป็นแค่เกมในสนามอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ที่มาข้อมูล : 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB