ตู้เย็นเหม็น ทำยังไง? เปิดวิธีใช้น้ำส้มสายชูดับกลิ่นง่ายๆ หอมสะอาดเหมือนใหม่

ตู้เย็นเหม็น ทำยังไง? เปิดวิธีใช้น้ำส้มสายชูดับกลิ่นง่ายๆ หอมสะอาดเหมือนใหม่

ตู้เย็นเหม็น ทำยังไง? เปิดวิธีใช้น้ำส้มสายชูดับกลิ่นง่ายๆ หอมสะอาดเหมือนใหม่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตู้เย็นมีกลิ่นเหม็น ทำอย่างไรให้หาย? วิธีง่าย ๆ คือเริ่มจากนำอาหารที่มีกลิ่นหรือหมดอายุออก แล้วเช็ดทำความสะอาดคราบต่าง ๆ โดย ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ ช่วยกำจัดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

หากปล่อยให้เศษอาหารและคราบสกปรกสะสม กลิ่นในตู้เย็นอาจกลับมาได้อีก บทความนี้รวม วิธีดับกลิ่นตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู พร้อมวิธีทำความสะอาดจุดต่าง ๆ และวิธีป้องกันไม่ให้ตู้เย็นกลับมาเหม็นอีก

วิธีทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู ขจัดกลิ่นให้หมดจด

ตู้เย็น เป็นพื้นที่ที่มีอาหารเข้าออกอยู่ตลอดเวลา จึงอาจมีเศษอาหาร น้ำจากผักผลไม้ คราบจากภาชนะ หรืออาหารที่หมดอายุสะสมอยู่โดยไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้นาน นอกจากทำให้ตู้เย็นสกปรกแล้ว ยังเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

ควรทำความสะอาดตู้เย็นบ่อยแค่ไหน?

ควรเช็ดคราบอาหารและน้ำที่หกทันทีที่พบ และควรตรวจสอบอาหารภายในตู้เย็นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดอาหารที่หมดอายุหรือเริ่มมีกลิ่น การทำความสะอาดครั้งใหญ่ควรทำประมาณเดือนละครั้ง โดยนำชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้างให้ทั่วถึง

ส่วนการทำความสะอาดแบบละเอียด เช่น ถอดชั้นวางและลิ้นชักทั้งหมด รวมถึงทำความสะอาดบริเวณคอยล์ด้านหลังตู้เย็น สามารถทำได้ทุก 3–4 เดือน ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตตู้เย็นแต่ละรุ่นด้วย

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • น้ำส้มสายชูขาว
  • น้ำสะอาด
  • ขวดสเปรย์
  • ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด
  • ฟองน้ำชนิดไม่ทำให้เกิดรอย
  • น้ำยาล้างจาน
  • แปรงสีฟันเก่า
  • กล่องเก็บความเย็นและเจลประคบเย็น สำหรับเก็บอาหารที่ต้องแช่เย็นระหว่างทำความสะอาด

ขั้นตอนทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู

1. นำอาหารออกจากตู้เย็น

นำอาหาร เครื่องดื่ม และวัตถุดิบทั้งหมดออกจากชั้นวางและลิ้นชัก แล้วเก็บอาหารที่เน่าเสียง่ายไว้ในกล่องเก็บความเย็นพร้อมเจลประคบเย็นระหว่างทำความสะอาด ควรตรวจสอบวันหมดอายุและทิ้งอาหารที่เสียหรือไม่ควรรับประทานแล้วไปพร้อมกัน

2. เช็ดเศษอาหารและคราบเบื้องต้น

ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเศษอาหารและคราบที่อยู่บนชั้นวาง ลิ้นชัก และบริเวณผนังด้านในก่อน เพื่อให้ขั้นตอนการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูทำได้ง่ายขึ้น

3. ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำ

ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1 แล้วเทใส่ขวดสเปรย์ จากนั้นฉีดลงบนชั้นวาง ลิ้นชัก ช่องเก็บของ และผนังด้านในที่ต้องการทำความสะอาด

ทิ้งส่วนผสมไว้ประมาณไม่กี่นาทีเพื่อช่วยคลายคราบ ก่อนใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดเช็ดออก หากเป็นคราบที่ติดแน่น ควรเช็ดซ้ำโดยไม่ใช้วัสดุขัดที่อาจทำให้พื้นผิวเป็นรอย

4. ล้างชั้นวางและลิ้นชัก

ชั้นวางหรือลิ้นชักที่มีคราบอาหารติดอยู่สามารถนำออกมาล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน จากนั้นล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทก่อนนำกลับเข้าไปในตู้เย็น

5. ทำความสะอาดซอกมุม

ใช้แปรงสีฟันเก่าทำความสะอาดบริเวณมุม ร่อง หรือพื้นที่แคบที่ผ้าเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะจุดที่อาจมีเศษอาหารและคราบของเหลวสะสม

6. เช็ดและทำให้ตู้เย็นแห้ง

ใช้ฟองน้ำชุบน้ำสะอาดเช็ดพื้นผิวด้านในอีกครั้ง เพื่อกำจัดคราบหรือสารตกค้าง จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั่วก่อนนำชั้นวางและอาหารกลับเข้าไป

วิธีกำจัดคราบฝังแน่นในตู้เย็น

สำหรับคราบที่เช็ดออกได้ยาก สามารถผสมน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาให้เป็นเนื้อครีม แล้วทาลงบนบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ก่อนใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออก

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรผสมน้ำส้มสายชูกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่นโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำก่อนใช้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาว เพราะการผสมสารทำความสะอาดบางชนิดอาจทำให้เกิดไอระเหยที่เป็นอันตรายได้

ข้อควรระวังเมื่อล้างตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู

หากทำความสะอาดตู้เย็นครั้งใหญ่ การถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าหรือความเสียหายจากความชื้นที่อาจเข้าไปถึงส่วนประกอบทางไฟฟ้า ควรเก็บอาหารที่ต้องแช่เย็นไว้ในกล่องเก็บความเย็นระหว่างทำความสะอาด

น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรด จึงไม่ควรปล่อยให้สัมผัสพื้นผิวสเตนเลสเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้พื้นผิวเสียหายได้ ส่วน ยางขอบประตูตู้เย็น ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำส้มสายชูโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเมื่อใช้ซ้ำเป็นเวลานาน

วิธีทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู  สามารถทำได้ง่ายโดยผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำในอัตราส่วนเท่ากัน แล้วใช้เช็ดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้เย็น ควรนำอาหารออกมาตรวจสอบและทำความสะอาดชั้นวางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันคราบและกลิ่นสะสม สำหรับคราบฝังแน่นอาจใช้น้ำส้มสายชูร่วมกับเบกกิ้งโซดาอย่างเหมาะสม และควรระวังพื้นผิวสเตนเลสรวมถึงยางขอบประตูตู้เย็น

นอกจากนี้ การเช็ดคราบทันที เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท และตรวจสอบอาหารเป็นประจำ จะช่วยให้ตู้เย็นสะอาดและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ยาวนานขึ้น

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล