ตู้เย็นเหม็น ทำยังไง? เปิดวิธีใช้น้ำส้มสายชูดับกลิ่นง่ายๆ หอมสะอาดเหมือนใหม่

ตู้เย็นมีกลิ่นเหม็น ทำอย่างไรให้หาย? วิธีง่าย ๆ คือเริ่มจากนำอาหารที่มีกลิ่นหรือหมดอายุออก แล้วเช็ดทำความสะอาดคราบต่าง ๆ โดย ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ ช่วยกำจัดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
หากปล่อยให้เศษอาหารและคราบสกปรกสะสม กลิ่นในตู้เย็นอาจกลับมาได้อีก บทความนี้รวม วิธีดับกลิ่นตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู พร้อมวิธีทำความสะอาดจุดต่าง ๆ และวิธีป้องกันไม่ให้ตู้เย็นกลับมาเหม็นอีก
วิธีทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู ขจัดกลิ่นให้หมดจด
ตู้เย็น เป็นพื้นที่ที่มีอาหารเข้าออกอยู่ตลอดเวลา จึงอาจมีเศษอาหาร น้ำจากผักผลไม้ คราบจากภาชนะ หรืออาหารที่หมดอายุสะสมอยู่โดยไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้นาน นอกจากทำให้ตู้เย็นสกปรกแล้ว ยังเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
ควรทำความสะอาดตู้เย็นบ่อยแค่ไหน?
ควรเช็ดคราบอาหารและน้ำที่หกทันทีที่พบ และควรตรวจสอบอาหารภายในตู้เย็นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดอาหารที่หมดอายุหรือเริ่มมีกลิ่น การทำความสะอาดครั้งใหญ่ควรทำประมาณเดือนละครั้ง โดยนำชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้างให้ทั่วถึง
ส่วนการทำความสะอาดแบบละเอียด เช่น ถอดชั้นวางและลิ้นชักทั้งหมด รวมถึงทำความสะอาดบริเวณคอยล์ด้านหลังตู้เย็น สามารถทำได้ทุก 3–4 เดือน ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตตู้เย็นแต่ละรุ่นด้วย
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- น้ำส้มสายชูขาว
- น้ำสะอาด
- ขวดสเปรย์
- ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด
- ฟองน้ำชนิดไม่ทำให้เกิดรอย
- น้ำยาล้างจาน
- แปรงสีฟันเก่า
- กล่องเก็บความเย็นและเจลประคบเย็น สำหรับเก็บอาหารที่ต้องแช่เย็นระหว่างทำความสะอาด
ขั้นตอนทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู
1. นำอาหารออกจากตู้เย็น
นำอาหาร เครื่องดื่ม และวัตถุดิบทั้งหมดออกจากชั้นวางและลิ้นชัก แล้วเก็บอาหารที่เน่าเสียง่ายไว้ในกล่องเก็บความเย็นพร้อมเจลประคบเย็นระหว่างทำความสะอาด ควรตรวจสอบวันหมดอายุและทิ้งอาหารที่เสียหรือไม่ควรรับประทานแล้วไปพร้อมกัน
2. เช็ดเศษอาหารและคราบเบื้องต้น
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเศษอาหารและคราบที่อยู่บนชั้นวาง ลิ้นชัก และบริเวณผนังด้านในก่อน เพื่อให้ขั้นตอนการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูทำได้ง่ายขึ้น
3. ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำ
ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1 แล้วเทใส่ขวดสเปรย์ จากนั้นฉีดลงบนชั้นวาง ลิ้นชัก ช่องเก็บของ และผนังด้านในที่ต้องการทำความสะอาด
ทิ้งส่วนผสมไว้ประมาณไม่กี่นาทีเพื่อช่วยคลายคราบ ก่อนใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดเช็ดออก หากเป็นคราบที่ติดแน่น ควรเช็ดซ้ำโดยไม่ใช้วัสดุขัดที่อาจทำให้พื้นผิวเป็นรอย
4. ล้างชั้นวางและลิ้นชัก
ชั้นวางหรือลิ้นชักที่มีคราบอาหารติดอยู่สามารถนำออกมาล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน จากนั้นล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทก่อนนำกลับเข้าไปในตู้เย็น
5. ทำความสะอาดซอกมุม
ใช้แปรงสีฟันเก่าทำความสะอาดบริเวณมุม ร่อง หรือพื้นที่แคบที่ผ้าเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะจุดที่อาจมีเศษอาหารและคราบของเหลวสะสม
6. เช็ดและทำให้ตู้เย็นแห้ง
ใช้ฟองน้ำชุบน้ำสะอาดเช็ดพื้นผิวด้านในอีกครั้ง เพื่อกำจัดคราบหรือสารตกค้าง จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั่วก่อนนำชั้นวางและอาหารกลับเข้าไป

วิธีกำจัดคราบฝังแน่นในตู้เย็น
สำหรับคราบที่เช็ดออกได้ยาก สามารถผสมน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาให้เป็นเนื้อครีม แล้วทาลงบนบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ก่อนใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรผสมน้ำส้มสายชูกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่นโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำก่อนใช้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาว เพราะการผสมสารทำความสะอาดบางชนิดอาจทำให้เกิดไอระเหยที่เป็นอันตรายได้
ข้อควรระวังเมื่อล้างตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู
หากทำความสะอาดตู้เย็นครั้งใหญ่ การถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าหรือความเสียหายจากความชื้นที่อาจเข้าไปถึงส่วนประกอบทางไฟฟ้า ควรเก็บอาหารที่ต้องแช่เย็นไว้ในกล่องเก็บความเย็นระหว่างทำความสะอาด
น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรด จึงไม่ควรปล่อยให้สัมผัสพื้นผิวสเตนเลสเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้พื้นผิวเสียหายได้ ส่วน ยางขอบประตูตู้เย็น ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำส้มสายชูโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเมื่อใช้ซ้ำเป็นเวลานาน
วิธีทำความสะอาดตู้เย็นด้วยน้ำส้มสายชู สามารถทำได้ง่ายโดยผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำในอัตราส่วนเท่ากัน แล้วใช้เช็ดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้เย็น ควรนำอาหารออกมาตรวจสอบและทำความสะอาดชั้นวางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันคราบและกลิ่นสะสม สำหรับคราบฝังแน่นอาจใช้น้ำส้มสายชูร่วมกับเบกกิ้งโซดาอย่างเหมาะสม และควรระวังพื้นผิวสเตนเลสรวมถึงยางขอบประตูตู้เย็น
นอกจากนี้ การเช็ดคราบทันที เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท และตรวจสอบอาหารเป็นประจำ จะช่วยให้ตู้เย็นสะอาดและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ยาวนานขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
- 4 วิธีกำจัด "สนิม" ด้านนอกตู้เย็น ให้กลับมาใหม่ น่าใช้งาน
- ตู้เย็นควรล้าง "ช่องฟรีซ" บ่อยแค่ไหน? ถึงปลอดภัยจากเชื้อโรค-กลิ่นอับ และยืดอายุอาหาร!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
