นักวิชาการ ชี้ เยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา เสี่ยงเข้าวงจรสังคมสีเทา
ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กสศ. และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนนอกระบบจะติดกับดักชีวิตที่เรียกว่า โง่ จน เจ็บ เป็นวงจรจากรุ่นสู่รุ่น ถูกสังคมมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดด้วยอคติเชิงลบ เส้นทางชีวิตของเด็กและเยาวชนจะเป็นศูนย์หรือติดลบทันทีเมื่อหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่วงจรสังคมสีเทาที่อันตราย 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1. เส้นทางแรงงานนอกระบบ มีรายได้ต่ำ ถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ
2. เส้นทางของการค้าประเวณี โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง
3. เส้นทางยุวอาชญากร ตกอยู่ในวังวนยาเสพติด เป็นเด็กเดินยา ลักเล็กขโมย
"ถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไปอย่างไม่สนใจ ผลักไสให้พวกเขาไปอยู่ด้านมืดของสังคม ในที่สุดผลเสียจะเกิดแก่สังคมและประเทศชาติ ดังนั้น สิ่งที่สังคมไทยควรเรียนรู้ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อเด็กนอกระบบใหม่ ช่วยกันเยียวยาชีวิต ให้โอกาส รวมถึงช่วยกันสมทบความช่วยเหลือเพื่อสร้างคน ให้ชีวิตใหม่ต่อยอดอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้" ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าว
"กสศ." ระบุ ปี 2562 มีเด็กนอกระบบมากกว่า 8 แสนคน ใน 20 จังหวัด
นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และเครือข่าย 20 จังหวัด สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา ดำเนินโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระดมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา อายุระหว่าง 2-21 ปี ทั้ง 20 จังหวัด จะใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศเชื่อมฐานทะเบียนราษฎรกระทรวงมหาดไทย กับข้อมูลเด็กปฐมวัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจาก กศน. เพื่อคัดกรองรายชื่อเด็กเยาวชนนอกระบบให้เป็นปัจจุบันที่สุด
ข้อมูลที่ได้มาจากความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กศน. ท้องถิ่นจังหวัด และภาคีอีก 20 จังหวัด ทำให้ทราบว่าในเบื้องต้นจนถึงช่วงเดือนกันยายน 2562 พบข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบที่มีอายุระหว่าง 2-21 ปี เฉพาะใน 20 จังหวัด มีจำนวน 867,242 คน แบ่งเป็น
- เด็กปฐมวัยช่วงอายุ 2-6 ปี จำนวน 242,002 คน
- ช่วงอายุ 7-17 ปี จำนวน 177,383 คน
- อายุระหว่าง 18-21 ปี จำนวน 447,846 คน
สำหรับตัวเลขเด็กและเยาวชนนอกระบบรายจังหวัด เช่น นครราชสีมา 116,422 คน อุบลราชธานี 95,613 คน เชียงใหม่ 92,525 คน ขอนแก่น 78,977 คน สุราษฎร์ธานี 59,261 คน มหาสารคาม 45,103 คน กาญจนบุรี 43,914 คน พิษณุโลก 36,904 คน ยะลา 34,991 คน เป็นต้น
ขั้นตอน "ค้นหา-ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู" เยาวชนนอกระบบการศึกษา
ทั้ง 20 จังหวัด จะใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำงาน แต่ละจังหวัดจะนำรายชื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบเหล่านี้ พร้อมระดมสรรพกำลัง เช่น กศน. จังหวัด อพม. อาสาสมัคร ออกไปค้นหา สำรวจให้พบตัวเด็ก โดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นจุดแรกรับช่วยเหลือ หลังจากนั้นทีมสหวิชาชีพจะวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกเป็นรายบุคคลเพื่อทำแผนดูแลเด็กเป็นรายกรณีด้วยแนวทางที่มีความยืดหยุ่น โดยมีท้องถิ่น/ท้องที่ ประชาสังคม องค์กรเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย มีเป้าหมายเพื่อส่งต่อให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป
เด็กและเยาวชนนอกระบบเป็นกลุ่มเปราะบาง การกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โรงเรียนเองก็จะต้องปรับการเรียนการสอนให้มีความพร้อมที่จะรองรับ มีระบบแนะแนว เพื่อไม่ให้หลุดออกจากระบบซ้ำอีก สำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพหรือมีข้อจำกัด ก็จะมีทางเลือกอื่น ๆ ที่มีความยืดหยุ่นตามสภาพปัญหาของเด็กแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ทาง กศน. จะมีบทบาทสำคัญมากในการจัดโปรแกรมการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาเด็กต่อไป
ชวนสังคมไทยร่วมบริจาค โครงการ "ล้านคน ล้านใจ ร่วมบริจาคกับ กสศ. ให้โอกาสเด็กไร้...ได้เรียน"
ทั้งนี้ ในปี 2562 กสศ. ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเด็กนอกระบบกลุ่มแรกจำนวน 5,000 คน คนละ 4,000 บาท แต่ในขณะที่ขนาดของปัญหานี้ มีเด็กและเยาวชนเป้าหมายเป็นหลักแสนหรืออาจถึงหลักล้าน กสศ. ร่วมกับ 20 จังหวัด จึงขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมร่วมบริจาคในโครงการ "ล้านคน ล้านใจ ร่วมบริจาคกับ กสศ. ให้โอกาสเด็กไร้...ได้เรียน" โดยสามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อัตโนมัติ ที่ https://donate.eef.or.th/main-donate หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2079-5475
ความรู้สึก...เด็กนอกระบบการศึกษา
น้องธนกร นิโรรัม หรือ "อ๋า" เด็กนอกระบบการศึกษา จาก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า "ผมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนระหว่างอยู่ชั้น ม.1 เพื่อไปทำงาน รับจ้างเป็นเด็กยกเครื่องเสียงให้กับวงหมอลำที่อยู่ในหมู่บ้าน ตระเวนรับงานตามงานวัด งานบวชต่าง ๆ รายได้จากงานรับจ้างที่ไม่แน่นอน เงินที่ได้นำไปช่วยจุนเจือครอบครัว ตอนที่ต้องออกจากโรงเรียน ผมยังหวังว่าจะได้กลับไปเรียนเสมอ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เรียนก็อยากเรียนให้จบเหมือนเพื่อน"
ระดมพลังศิลปิน "Graffiti" สะท้อนเรื่องราวเด็กนอกระบบ
โครงการนี้ยังได้ระดมพลังศิลปิน Graffiti ชั้นนำของเมืองไทยกว่า 20 ชีวิต ร่วมสร้างผลงานกราฟิตี้ภาพชีวิต #iWasHere (ฉันเคยอยู่ตรงนี้) ถ่ายทอดเรื่องราวการมีอยู่ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เพื่อเป็นการบันทึกว่าครั้งหนึ่ง เคยมีเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากระบบการศึกษา และใช้ชีวิตเร่ร่อนตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยปรากฏตามกำแพงสำคัญ ๆ ใน 20 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา อีกด้วย






