เตือนสาว ๆ แม้คลำไม่เจอก้อน ก็เสี่ยงมะเร็งเต้านมระยะ 0 เช็กอาการที่ควรพบหมอ


           หมอเตือนสาว ๆ แม้คลำไม่เจอก้อน ก็เสี่ยงมะเร็งเต้านมระยะ 0 เผยอาการที่ควรสังเกต ให้เจอโรคก่อนลุกลาม ชี้รักแร้จี๊ด ๆ เกี่ยวไหม ? 

มะเร็งเต้านม

           วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจ หมอเจด เตือนเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ที่แม้คลำดูไม่เจอก้อน ก็ยังมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมระยะ 0 ได้ พร้อมเตือนสิ่งที่ต้องระวัง 

           โดยหลายคนยังเข้าใจว่า "มะเร็งเต้านม" ต้องคลำเจอก้อนก่อน ถึงจะน่ากลัว แต่จริง ๆ ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป มีผู้หญิงหลายคนไม่มีอาการชัด ไม่มี ก้อนให้คลำ แต่ตรวจสุขภาพแล้วเจอความผิดปกติจากภาพถ่ายเต้านม สุดท้ายตรวจชิ้นเนื้อเจอ "มะเร็งเต้านมระยะ 0" หรือ DCIS: Ductal Carcinoma In Situ แบบเคสที่มีคนแชร์ว่าไม่ได้คลำเจอก้อน แต่มีจี๊ด ๆ แถวรักแร้ คันหัวนม ตรวจต่อจนเจอระยะ 0 

           อันนี้คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจคัดกรองถึงสำคัญ เพราะบางอย่างมือเราคลำไม่เจอ แต่เครื่องตรวจเห็นก่อน

มะเร็งเต้านม


มะเร็งเต้านมระยะ 0 คืออะไร ?


           ระยะ 0 ส่วนใหญ่ที่พูดถึงคือ DCIS คือเซลล์ผิดปกติอยู่ในท่อน้ำนม ยังไม่ทะลุออกไปบุกรุกเนื้อเยื่อรอบข้าง เราจึงเรียกว่า non-invasive breast cancer หรือมะเร็งที่ยังไม่ลุกลาม

           ฟังดูเหมือนเบา แต่อย่าประมาท เพราะถ้าปล่อยไว้ บางส่วนมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามได้ เป้าหมายของการเจอระยะนี้คือเจอก่อนที่มันจะข้ามเส้นออกไปทำเรื่องใหญ่

           NCCN อธิบายว่า DCIS คือระยะ 0 เซลล์มะเร็งยังอยู่ "ในที่เดิม" และการรักษามีเป้าหมายเพื่อป้องกันการกลายเป็นมะเร็งลุกลาม

ทำไมคลำไม่เจอก้อน แต่เป็นได้ ?


           เพราะ DCIS หลายเคสไม่ได้โตเป็นก้อนชัด ๆ ให้มือคลำเจอ มันอาจเริ่มจากความผิดปกติเล็ก ๆ ในท่อน้ำนม หรือมี microcalcifications คือจุดหินปูนเล็ก ๆ กระจายอยู่ในเต้านม ซึ่งแมมโมแกรมเห็นได้ แต่มือคลำไม่ได้ 

           DCIS มักถูกพบจากแมมโมแกรม และมักเห็นเป็นจุดแคลเซียมเล็ก ๆ ในเนื้อเต้านม พราะฉะนั้น "คลำไม่เจอ" ไม่ได้เท่ากับ "ไม่มีอะไร" 


อาการที่อาจมี แม้ไม่ใช่ก้อนชัด ๆ


          DCIS ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่บางคนอาจมีสัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่น คันหัวนมผิดปกติ เจ็บจี๊ด ๆ เต้านมหรือรักแร้ เต้านมบวมเฉพาะจุด ผิวหนังเปลี่ยน หัวนมบุ๋ม มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม หรือมีความรู้สึกผิดปกติข้างเดียวซ้ำ ๆ 

          ต้องย้ำว่าอาการพวกนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป หลายอย่างอาจเป็นฮอร์โมน ผิวหนังอักเสบ ซีสต์ หรือท่อน้ำนมอักเสบได้ แต่ถ้าเป็นซ้ำ ข้างเดียว หรือไม่หาย ควรตรวจ ไม่ใช่ทายาแก้คันแล้วจบ

รักแร้จี๊ด ๆ เกี่ยวไหม ?


          รักแร้มีทั้งต่อมน้ำเหลือง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเต้านมส่วนที่ยื่นไปทางรักแร้ อาการจี๊ด ๆ อาจมาจากกล้ามเนื้อ เส้นประสาท ฮอร์โมน หรือการอักเสบธรรมดาก็ได้ 

          แต่ถ้าเป็นข้างเดียวซ้ำ ๆ ร่วมกับคันหัวนม ผิวเปลี่ยน เต้านมเจ็บเฉพาะจุด หรือมีผลตรวจภาพผิดปกติ ก็ต้องตรวจต่อ ไม่ใช่เพราะจี๊ดรักแร้เท่ากับมะเร็ง แต่เพราะร่างกายกำลังให้สัญญาณที่ควรเอาไปประกอบภาพรวม 


มะเร็งเต้านม


ตรวจอะไรถึงเจอระยะ 0 ?


           การคลำเต้านมช่วยให้เรารู้จักร่างกายตัวเอง แต่ระยะ 0 หลายครั้งต้องอาศัยภาพถ่าย ตัวหลักคือ Mammogram เพราะเห็นหินปูนเล็ก ๆ หรือความผิดปกติที่คลำไม่เจอได้ ถ้ามีเต้านมหนาแน่น มีก้อนสงสัย หรือภาพไม่ชัด หมออาจเสริม Ultrasound และบางรายใช้ MRI breast ตามความเสี่ยง 

           สุดท้ายถ้าภาพออกมาอยู่กลุ่มสงสัย เช่น BI-RADS 4 ขึ้นไป มักต้องทำ biopsy หรือตัดชิ้นเนื้อตรวจ เพราะผลชิ้นเนื้อคือคำตอบจริง ไม่ใช่เดาจากภาพอย่างเดียว

BI-RADS คืออะไร แบบไหนต้องตัดชิ้นเนื้อ ?


           BI-RADS คือระบบให้คะแนนผลแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์เต้านม เพื่อบอกว่าภาพที่เห็น "น่ากังวลแค่ไหน" และควรทำอะไรต่อ 

           - BI-RADS 0 = ภาพยังไม่พอ ต้องตรวจเพิ่ม
           - BI-RADS 1–2 = ไม่พบความผิดปกติ หรือดูเป็นก้อน/ซีสต์ไม่อันตราย
           - BI-RADS 3 = น่าจะไม่ใช่มะเร็ง แต่มักต้องนัดติดตามภาพซ้ำ
           - BI-RADS 4 = เริ่มสงสัย ต้องพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อ หรือ biopsy
           - BI-RADS 5 = สงสัยมะเร็งสูง ต้องรีบตรวจชิ้นเนื้อ
           - BI-RADS 6 = ยืนยันมะเร็งแล้วจากผลชิ้นเนื้อ

           จำง่าย ๆ นะ ถ้า BI-RADS 4 ขึ้นไป ส่วนใหญ่ต้องตัดชิ้นเนื้อ เพราะภาพถ่ายบอกได้แค่ว่า "สงสัย" แต่คำตอบจริงต้องมาจากผลพยาธิวิทยา ส่วน BI-RADS 3 อย่าหายไปเอง ต้องคอยติดตามตามหมอนัด 

ใครบ้างควรตรวจ แม้คลำไม่เจอก้อน ?


           ผู้หญิงทั่วไปควรคุยกับแพทย์เรื่องเริ่มตรวจแมมโมแกรมตามอายุและความเสี่ยง หลายแนวทางปัจจุบันแนะนำให้ผู้หญิงความเสี่ยงทั่วไปเริ่มคัดกรองด้วยแมมโมแกรมตั้งแต่อายุ 40 ปี 

           โดยความถี่อาจต่างกันตามแนวทางและดุลยพินิจแพทย์ เช่น USPSTF แนะนำตรวจทุก 2 ปีในช่วงอายุ 40–74 ปี 

           ส่วน American Cancer Society แนะนำให้ช่วง 40–44 ปีมีทางเลือกเริ่มตรวจ, 45–54 ปีตรวจทุกปี และ 55 ปีขึ้นไปอาจตรวจทุก 2 ปีหรือเลือกตรวจทุกปีได้. ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม/รังไข่ เป็นมะเร็งเต้านมอายุน้อย มีพันธุกรรมเสี่ยง หรือเคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก อาจต้องเริ่มเร็วกว่านี้

อาการแบบไหนอย่ารอดูเอง


           - คลำได้ก้อน หรือมีก้อนรักแร้
           - หัวนมมีเลือดหรือน้ำใส ๆ ออกเอง
           - หัวนมบุ๋ม ดึงรั้ง หรือเปลี่ยนไปจากเดิม
           - ผิวเต้านมบุ๋ม เป็นรอยดึงรั้ง คล้ายผิวส้ม
           - เต้านมบวม แดง ร้อน หรือเจ็บเฉพาะจุดไม่หาย
           - คันหัวนมเรื้อรัง เป็นข้างเดียว หรือมีผื่น/ลอกไม่หาย
           - เจ็บจี๊ด ๆ เต้านมหรือรักแร้ซ้ำ ๆ ร่วมกับความผิดปกติอื่น
           - ผลตรวจภาพเต้านมผิดปกติ เช่น BI-RADS 4 หรือ 5

           มะเร็งเต้านมระยะ 0 คือโอกาสทองของการเจอเร็ว ไม่ใช่รอให้คลำได้ก้อนใหญ่ก่อนแล้วค่อยไปตรวจ เพราะบางอย่างเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่มือคลำไม่เจอ แต่แมมโมแกรมเห็นได้ ถ้ามีอาการแปลก ๆ ซ้ำ ๆ หรือถึงวัยตรวจคัดกรองแล้ว อย่าผัด ตรวจให้รู้ ดีกว่าปล่อยให้ระยะ 0 มีโอกาสกลายเป็นระยะลุกลาม 




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เตือนสาว ๆ แม้คลำไม่เจอก้อน ก็เสี่ยงมะเร็งเต้านมระยะ 0 เช็กอาการที่ควรพบหมอ อัปเดตล่าสุด 7 มิถุนายน 2569 เวลา 14:32:45 10,431 อ่าน
TOP
x close