หมอเจดเตือน อาการท้องอืดเรื้อรัง อาจไม่ใช่แค่อาหารไม่ย่อย ระวังเป็นสัญญาณซ่อนโรคร้าย อย่างมะเร็ง 5 ชนิด แนะวิธีเช็กแบบไหนผิดปกติบ้าง

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ในหัวข้อ "5 สัญญาณเตือนมะเร็ง ปวดท้องบ่อย อย่าคิดว่าแค่ท้องอืด !" แนะให้หมั่นสังเกตอาการหากท้องอืดเรื้อรัง หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง กินยาแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา
ท้องอืดต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เกิดจากอาหารไม่ย่อย แต่จริง ๆ แล้วนี่คือ 5 มะเร็ง ที่อาจทำให้คุณมีอาการท้องอืดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งคุณไม่ควรมองข้าม
1. มะเร็งตับ
อาการท้องอืดส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวด จุก แน่นบริเวณใต้ชายโครงข้างขวา บางคนมีลักษณะท้องป่องเหมือนชูชก ตัวเหลือง ตาเหลือง จุกแน่น น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
จริง ๆ แล้วมะเร็งตับมีสาเหตุเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น
- ดื่มเหล้าหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก
- ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และไวรัสตับอักเสบซี (HCV)
- คนที่ชอบกินหวานมาก ๆ จนเกิดภาวะไขมันพอกตับ สุดท้ายทำให้เกิดตับอักเสบ ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับ
2. มะเร็งกระเพาะอาหาร
อาการจะคล้ายกับคนที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร แต่เป็นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน เวลากินอาหารเข้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง จะรู้สึกจุก แน่น เสียดท้อง เหมือนอาหารไม่ย่อย
ถ้าเมื่อไรก็ตามมีอาการต่อเนื่องเกิน 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน กินยาแล้วไม่ดีขึ้น คุณควรรีบไปตรวจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งหากปล่อยไว้ก็อาจลุกลามจนเป็นระยะสุดท้ายได้
ปัจจัยเสี่ยงมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori และอาจมีความผิดปกติของต่อมน้ำเหลืองรอบกระเพาะอาหาร จนกลายเป็นมะเร็งบริเวณนั้นได้เช่นกัน
3. มะเร็งรังไข่
เป็นมะเร็งที่ผู้หญิงหลายคนเป็นแล้วมักเข้าใจผิดว่าตัวเองอ้วน น้ำหนักไม่ลง ท้องโต ทั้งที่กินปกติเหมือนเดิม
อาการที่มักพบคือ ปวด จุก แน่นท้อง และคลำพบก้อนบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายหรือด้านขวา รู้สึกว่าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น บางคนก้อนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะเล็ดได้ หรือบางครั้งก้อนไปกดทับลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ขับถ่ายไม่ค่อยออกได้
เพราะฉะนั้น ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง แนะนำให้ตรวจภายในกับคุณหมอทุกปี เพื่อดูว่ามีความผิดปกติของมดลูกและรังไข่หรือไม่
4. มะเร็งลำไส้ใหญ่
อาการโดยส่วนใหญ่คือ ปวด จุก แน่นท้อง เหมือนคนถ่ายไม่ออก บางครั้งถ่ายแล้วรู้สึกว่าอุจจาระก้อนเล็กลง หรือเป็นเส้นเล็กลง บางคนอาจถ่ายเป็นมูกเลือดปนออกมาได้
ในบางราย หากก้อนมะเร็งอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ด้านขวา อาจไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย แต่อาจรู้สึกว่าตัวเองซีด เหนื่อยง่ายมากขึ้น
ดังนั้น คนที่มีอาการปวด จุก แน่นท้องจากลำไส้ใหญ่ อาการค่อนข้างบอกได้ยาก หากก้อนอยู่ตรงกลาง อาจปวดเหมือนโรคกระเพาะอาหาร แต่ถ้าอยู่ด้านซ้าย มักมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือถ่ายแล้วอุจจาระก้อนเล็กลงอย่างชัดเจน
5. มะเร็งตับอ่อน
เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยนัก เนื่องจากตำแหน่งของตับอ่อนอยู่บริเวณลิ้นปี่ด้านหลังกระเพาะอาหาร
เพราะฉะนั้น เวลาที่เป็นมะเร็งตับอ่อน ส่วนใหญ่อาการมักไม่ค่อยแสดง กว่าจะตรวจพบก็มักอยู่ในระยะที่รักษาได้ยาก
นอกจากอาการจุกแน่นแล้ว ผู้ป่วยมักมีอาการปวดร้าวแบบ ปวดทะลุไปถึงด้านหลัง และอาจมีตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วย
มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่หากตรวจพบแล้ว ต้องรีบเข้ารับการรักษา ตัวอย่างเช่น สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) และคนที่มีชื่อเสียงอีกหลายคนก็เคยเป็นมะเร็งตับอ่อน และเสียชีวิตจากโรคนี้
เพราะฉะนั้น การดูแลตัวเองด้วยการซื้อยากินเอง คิดว่า "ช่างมันเถอะ" แล้วไม่ไปพบแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด






