แล้วกลูตาไธโอนมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านไหนบ้างนะ จะเลือกซื้อ กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี และควรพิจารณาจากอะไรบ้าง มาหาคำตอบกันก่อนซื้อมารับประทาน
กลูตาไธโอน คืออะไร
กลูตาไธโอน ช่วยอะไร
มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
หลายคนอาจรู้จักกลูตาไธโอนในแง่ของการดูแลผิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลูตาไธโอนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายในหลายด้าน โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนี้
- มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกาย
- มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากภาวะออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์และความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด
- มีการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับกลูตาไธโอนชนิดรับประทานมีแนวโน้มริ้วรอยลดลงและผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกในบางตำแหน่งที่ประเมิน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของกลูตาไธโอนที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากปัจจัยแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ยังมีจำนวนจำกัดและกลุ่มตัวอย่างไม่ใหญ่มาก จึงยังจำเป็นต้องมีงานวิจัยขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผลลัพธ์ให้ชัดเจนต่อไป
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน จึงช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น
- มีบทบาทช่วยให้เอนไซม์หลายชนิดในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
- มีบทบาทในกระบวนการกำจัดสารบางชนิดออกจากร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการขับสารพิษ
- มีส่วนช่วยฟื้นฟูสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง เช่น วิตามินซีและวิตามินอี หลังจากที่สารเหล่านี้ทำหน้าที่จัดการอนุมูลอิสระไปแล้ว จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบต้านอนุมูลอิสระโดยรวมของร่างกาย
กลูตาไธโอน กินแล้วขาวจริงไหม
กลูตาไธโอน กินแล้วขาวจริงไหม นี่คือคำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้ที่สุด เพราะภาพจำของกลูตาไธโอนมักผูกติดกับเรื่องผิวขาวใสมาโดยตลอด
วิธีเลือกซื้อกลูตาไธโอน
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูตาไธโอนให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและหลายรูปแบบ แล้วเราควรเลือกซื้ออย่างไรดี ลองมาดูแนวทางต่อไปนี้กัน
- เลือกจากรูปแบบของกลูตาไธโอน : กลูตาไธโอนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีอยู่หลัก ๆ 3 รูปแบบ ซึ่งต่างกันตรงกระบวนการผลิตและการดูดซึม ดังนี้
- Reduced Glutathione : เป็นรูปแบบพื้นฐานและได้รับการศึกษามากที่สุด แต่อาจถูกย่อยสลายได้ง่ายในกระเพาะอาหาร ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยS-Acetyl
- Glutathione : เป็นรูปแบบที่มีการเติมหมู่อะเซทิลเข้าไป ช่วยให้ตัวโมเลกุลทนทานต่อการถูกย่อยสลายมากขึ้น
- Liposomal Glutathione : เป็นรูปแบบที่ห่อหุ้มด้วยอนุภาคไขมันเล็ก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำลายระหว่างการย่อยอาหาร ช่วยให้มีโอกาสดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นกว่าแบบรีดิวซ์ทั่วไป
- เลือกจากปริมาณกลูตาไธโอนที่ควรได้รับต่อวัน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณกลูตาไธโอนไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งตรงตามข้อกำหนดของ อย. หากพบผลิตภัณฑ์ไหนระบุปริมาณเกินกว่านี้ ควรตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเลือกซื้อ
- พิจารณาส่วนผสมอื่นร่วมด้วย : หลายผลิตภัณฑ์มักผสมสารอาหารอื่นเข้าไปร่วมกับกลูตาไธโอน เช่น วิตามินซี คอลลาเจน สังกะสี วิตามินอี แอล-ซีสเทอีน สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสน หรือสารสกัดจากส้ม ซึ่งแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป จึงควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่เคยแพ้มาก่อน
- เลือกรูปแบบที่สะดวกต่อการรับประทานต่อเนื่อง :
- แบบเม็ด สะดวก พกพาง่าย เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
- แบบแคปซูล มักดูดซึมได้เร็วกว่าแบบเม็ดเล็กน้อย เพราะเปลือกแคปซูลแตกตัวง่าย
- แบบผงชงดื่ม เหมาะกับคนที่กลืนเม็ดยาก และบางสูตรอาจดูดซึมได้ดีเมื่อละลายในน้ำ แต่ต้องพกพาซองและชงก่อนดื่มทุกครั้ง
- แบบอมใต้ลิ้น ละลายในปาก ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระเพาะอาหาร
- ตรวจสอบส่วนผสมเพื่อเลี่ยงอาการแพ้ : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของปลา ถั่วเหลือง ธัญพืช กลูเตน หรือนมอยู่ด้วย ใครมีประวัติแพ้อาหารเหล่านี้จึงควรอ่านฉลากส่วนผสมให้ละเอียดก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
- ตรวจสอบเลขสารบบอาหาร : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- เลือกแบรนด์ที่เปิดเผยข้อมูลชัดเจน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุส่วนประกอบสำคัญ ปริมาณของสารแต่ละชนิด วิธีรับประทาน ชื่อผู้ผลิต และวันหมดอายุไว้อย่างครบถ้วน และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริง เช่น อ้างว่าทำให้ผิวขาวภายในไม่กี่วัน หรือรับประกันผลลัพธ์เดียวกันในทุกคน เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน
กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. CEO FACTORY ไลโปโซมอล กลูตาไธโอน
ภาพจาก : CEOFactoryShop
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ตอนท้องว่างหรือก่อนนอน
- ราคาปกติ : 1 ขวด 40 แคปซูล 690 บาท
2. NOW FOODS Glutathione 250 MG
ภาพจาก : NOW Foods by Daily Value
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้
- ราคาปกติ : 1 ขวด 60 แคปซูล 885 บาท
3. VISTRA Gluta Complex 1000 Plus Red Orange Extract
ภาพจาก : VISTRA (Official Shop)
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 830 บาท
4. Life L-glutathione Reduced
ภาพจาก : Life Supplements
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 990 บาท
5. VIDA GLUTAMAX
ภาพจาก : Vida Thailand Official
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า 1 ชั่วโมง
- ราคาปกติ : 1 ซอง 30 แคปซูล 399 บาท
6. INZENT L-GLUTA C+ Blood Orange
ภาพจาก : INZENT_OFFICIAL
- วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 ช้อน
- ราคาปกติ : 1 ซอง 150 กรัม 438 บาท
7. Yanhee Gluta Plus
ภาพจาก : Yanhee Official Store
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 299 บาท
8. Dr.PONG GLUTA 250 SL
ภาพจาก : Dr. Pong shop
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 1,300 บาท
กลูตากินตอนไหนดีที่สุด
ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่าการรับประทานกลูตาไธโอนในช่วงเวลาใดถึงดีกว่ากัน แต่หลายคนก็มักเลือกรับประทานในช่วงเวลาต่อไปนี้
- ตอนเช้า : เหมาะกับคนที่ต้องการรับประทานอย่างสม่ำเสมอ สามารถรับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารได้โดยไม่ลืม ยกเว้นผลิตภัณฑ์จะระบุวิธีรับประทานเป็นอย่างอื่น
- ตอนท้องว่าง : ผู้ผลิตบางรายแนะนำให้รับประทานตอนท้องว่างหรือก่อนอาหาร 30 นาที ด้วยแนวคิดว่าจะช่วยลดการแย่งดูดซึมกับสารอาหารชนิดอื่นในมื้ออาหาร อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าวิธีนี้ช่วยเพิ่มการดูดซึมได้จริงยังมีจำกัด และบางคนอาจรู้สึกระคายเคืองกระเพาะเมื่อทานตอนท้องว่าง ดังนั้นหากใครเป็นโรคกระเพาะหรือรับประทานแล้วรู้สึกไม่สบายท้อง สามารถเปลี่ยนไปรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารแทนได้
กลูตา กินก่อนนอนได้ไหม
กลูตาควรกินคู่กับอะไร
เราสามารถรับประทานกลูตาไธโอนเพียงอย่างเดียวได้ แต่ในท้องตลาด ผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อมักผสมสารอาหารชนิดอื่นเข้าไปด้วย เพื่อให้มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกายหรือระบบต้านอนุมูลอิสระร่วมกัน เช่น
- กลูตากับวิตามินซี : วิตามินเป็นสารอาหารที่มักพบร่วมกับกลูตาไธโอนมากที่สุด เพราะมีกลไกที่เกี่ยวข้องกัน คือวิตามินซีมีส่วนช่วยฟื้นฟูกลูตาไธโอนที่ถูกใช้งานไปแล้วให้กลับมาอยู่ในรูปที่ทำงานได้อีกครั้ง ขณะเดียวกันกลูตาไธโอนก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูวิตามินซีในลักษณะเดียวกัน จึงทำงานส่งเสริมกันในระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย
- กลูตากับคอลลาเจน : เป็นโปรตีนที่มักพบผสมในผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนสูตรที่เน้นเรื่องการดูแลผิว เพื่อเสริมเรื่องความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวควบคู่ไปด้วย
- กลูตากับแอล-ซีสเทอีน (L-Cysteine) : เป็นหนึ่งในกรดอะมิโน 3 ชนิดที่ร่างกายใช้สร้างกลูตาไธโอน และถือเป็นตัวตั้งต้นสำคัญที่สุด เพราะปริมาณซีสเทอีนที่ร่างกายมีมักเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดว่าร่างกายจะสร้างกลูตาไธโอนได้มากน้อยเพียงใด การได้รับแอล-ซีสเทอีนเพิ่มเติมจึงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างกลูตาไธโอนภายในร่างกาย
- กลูตากับสารสกัดจากผลไม้ เช่น องุ่น ส้ม อะเซโรล่า เชอร์รี : ผลไม้กลุ่มนี้มักเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น เช่น สารโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานินในเมล็ดองุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเช่นเดียวกัน จึงมักถูกผสมเข้ามาเพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยรวมของผลิตภัณฑ์
- กลูตากับซิงค์ (Zinc) : สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย รวมถึงเอนไซม์ในกลุ่มต้านอนุมูลอิสระบางชนิดที่ต้องอาศัยซิงค์เป็นโคแฟกเตอร์ในการทำงาน จึงมักถูกใส่ร่วมในผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการต้านอนุมูลอิสระควบคู่กับกลูตาไธโอน
ข้อควรระวังก่อนกินกลูตาไธโอน
แม้กลูตาไธโอนแบบรับประทานจะถือว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้ก่อนเริ่มรับประทาน ดังนี้
- ควรอ่านคำแนะนำ ข้อบ่งใช้ และคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดทุกครั้งก่อนรับประทาน
- รับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่รับประทานเกินปริมาณที่กำหนด และหากเพิ่งเริ่มรับประทานเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อนเพื่อสังเกตการตอบสนองของร่างกาย
- ถ้ารับประทานอาหารเสริมชนิดอื่นควบคู่กันอยู่แล้ว ควรตรวจสอบปริมาณสารอาหารอื่น ๆ ที่ผสมมาในผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนด้วย เช่น วิตามินซีหรือซิงค์ เพื่อไม่ให้ได้รับสารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันโดยไม่รู้ตัว
- คนกลุ่มต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
- เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอสำหรับกลุ่มนี้
- คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต โรคตับ หรือโรคหอบหืด และอยู่ระหว่างการรักษา
- คนที่รับประทานยาประจำหลายชนิด เนื่องจากกลูตาไธโอนอาจมีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม เช่น ยาเคมีบำบัดบางชนิด
- คนที่เคยมีประวัติแพ้อาหารเสริมหรือส่วนประกอบบางชนิดในผลิตภัณฑ์
- หากรับประทานแล้วมีอาการแพ้ เช่น ผื่นหรือลมพิษ คันตามผิวหนัง คลื่นไส้ ปวดท้องหรือท้องอืด ท้องเสีย ควรหยุดรับประทานและสังเกตอาการ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ควรหยุดรับประทานทันทีและรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดยังคงเป็นการรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ควบคู่ไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม
- 7 ผักที่มีกลูตาไธโอนสูง เติมสารบำรุงผิวจากธรรมชาติด้วยอาหารใกล้ตัว
- กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เช็กลิสต์ 8 ใบแปะก๊วยสกัด สูตรไหนน่าสนใจบ้าง
- วิตามิน D3 ช่วยอะไร ยี่ห้อไหนดี เติมวิตามินสำคัญให้ร่างกาย ช่วยดูดซึมแคลเซียม
- แคลเซียม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เสริมวิตามินดีมาด้วย ช่วยดูแลกระดูกและฟัน
- Zinc ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เลือกอาหารเสริมสังกะสีให้ได้ประโยชน์ ต้องเช็กก่อนซื้อ !
- วิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมตัวช่วยดูแลสุขภาพในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย






