7 กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 กินแล้วขาวจริงไหม ช่วยอะไรได้บ้าง ?

          กลูตาไธโอน ช่วยให้ผิวขาวได้จริงไหม ทำไมหลายคนรับประทานเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง รวมเรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อ
กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

          กลูตาไธโอน (Glutathione) หรือที่หลายคนเรียกว่า กลูตา มักถูกพูดถึงในฐานะอาหารเสริมที่หลายคนนิยมรับประทานเพื่อดูแลผิวพรรณ จนเกิดคำถามว่า กลูตาไธโอนกินแล้วขาวจริงไหม ? กลูตาช่วยอะไร ? ควรกินตอนไหนดีที่สุด ? แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง และมีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์หลายด้าน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผิวเพียงอย่างเดียว 

          แล้วกลูตาไธโอนมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านไหนบ้างนะ จะเลือกซื้อ กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี และควรพิจารณาจากอะไรบ้าง มาหาคำตอบกันก่อนซื้อมารับประทาน

กลูตาไธโอน คืออะไร

          กลูตาไธโอน (Glutathione หรือ GSH) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง โดยประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ กลูตาเมต (Glutamate) ซิสเทอีน (Cysteine) และไกลซีน (Glycine) สารชนิดนี้พบได้ในเซลล์เกือบทุกส่วนของร่างกาย แต่จะมีปริมาณสูงในตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัดสารพิษและเปลี่ยนแปลงสารต่าง ๆ ภายในร่างกาย
          นอกจากนี้ แม้ร่างกายจะสามารถสร้างกลูตาไธโอนได้เอง แต่ก็พบกลูตาไธโอนตามธรรมชาติในปริมาณเล็กน้อยจากอาหารบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด ผักโขม กระเจี๊ยบเขียว บรอกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว แตงโม มะเขือเทศ ส้ม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กลูตาไธโอนในอาหารอาจถูกย่อยสลายระหว่างกระบวนการย่อยอาหาร และการปรุงอาหารด้วยความร้อนก็อาจทำให้ปริมาณลดลงได้เช่นกัน
          ขณะเดียวกัน เมื่อเราอายุมากขึ้น หรืออยู่ในภาวะที่ร่างกายเผชิญความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือได้รับมลภาวะเป็นประจำ ระดับกลูตาไธโอนในร่างกายอาจลดลงได้ ส่งผลให้ร่างกายรับมือกับอนุมูลอิสระได้ลดลง

กลูตาไธโอน ช่วยอะไร 
มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

          หลายคนอาจรู้จักกลูตาไธโอนในแง่ของการดูแลผิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลูตาไธโอนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายในหลายด้าน โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนี้

  • มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกาย
  • มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากภาวะออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์และความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด
  • มีการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับกลูตาไธโอนชนิดรับประทานมีแนวโน้มริ้วรอยลดลงและผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกในบางตำแหน่งที่ประเมิน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของกลูตาไธโอนที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากปัจจัยแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ยังมีจำนวนจำกัดและกลุ่มตัวอย่างไม่ใหญ่มาก จึงยังจำเป็นต้องมีงานวิจัยขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผลลัพธ์ให้ชัดเจนต่อไป
  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน จึงช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น
  • มีบทบาทช่วยให้เอนไซม์หลายชนิดในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  • มีบทบาทในกระบวนการกำจัดสารบางชนิดออกจากร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการขับสารพิษ
  • มีส่วนช่วยฟื้นฟูสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง เช่น วิตามินซีและวิตามินอี หลังจากที่สารเหล่านี้ทำหน้าที่จัดการอนุมูลอิสระไปแล้ว จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบต้านอนุมูลอิสระโดยรวมของร่างกาย
          นอกจากนี้ ในทางการแพทย์ มีการศึกษาวิจัยการให้กลูตาไธโอนในรูปแบบฉีด ร่วมกับการรักษาบางกรณี เช่น การใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงต่อระบบประสาทในผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด หรือการศึกษาความสัมพันธ์ของระดับกลูตาไธโอนกับภาวะมีบุตรยากในเพศชาย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเหล่านี้เป็นการให้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง และยังไม่ได้รับการรับรองข้อบ่งใช้จากหน่วยงานด้านสาธารณสุข

กลูตาไธโอน กินแล้วขาวจริงไหม

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

          กลูตาไธโอน กินแล้วขาวจริงไหม นี่คือคำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้ที่สุด เพราะภาพจำของกลูตาไธโอนมักผูกติดกับเรื่องผิวขาวใสมาโดยตลอด

          จริง ๆ แล้วกลูตาไธโอนมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวอยู่จริง โดยสามารถไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส เอนไซม์ตัวหลักที่ใช้สร้างเม็ดสีผิว และยังไปปรับสัดส่วนการสร้างเม็ดสี จากเม็ดสีเข้ม (ยูเมลานิน) ให้เปลี่ยนไปเป็นเม็ดสีอ่อน (ฟีโอเมลานิน) มากขึ้น ด้วยกลไกนี้เองที่ทำให้เกิดงานวิจัยศึกษาผลของกลูตาไธโอนต่อความกระจ่างใสของผิว ทั้งในรูปแบบฉีด แบบทา และแบบรับประทาน
          อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากหลักฐานทางการแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน งานวิจัยส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาขนาดเล็ก และผลลัพธ์ก็ยังไม่แน่นอนเท่ากันในทุกกรณี จึงยังต้องรอการศึกษาขนาดใหญ่กว่านี้เพื่อยืนยันผลให้ชัดเจน โดยเฉพาะกลูตาไธโอนแบบฉีด ที่ยังไม่ได้รับการรับรองข้อบ่งใช้นี้จากหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพราะยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่มากเพียงพอ 
          ส่วนกลูตาไธโอนที่เป็นอาหารเสริมชนิดเม็ดหรือผงชง แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรรับประทานโดยคาดหวังว่าจะทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเมื่อกินเข้าไป กลูตาไธโอนจะถูกย่อยสลายในระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีปริมาณที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจริงค่อนข้างน้อย
          สรุปคือ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เพียงพอจะยืนยันว่าการรับประทานกลูตาไธโอนจะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างแน่นอน แม้จะมีงานวิจัยบางส่วนที่แสดงแนวโน้มน่าสนใจ แต่ก็ยังเป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในอนาคต ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูตาไธโอนควรเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพและการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลลัพธ์ด้านความขาวเพียงอย่างเดียว

วิธีเลือกซื้อกลูตาไธโอน

          ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูตาไธโอนให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและหลายรูปแบบ แล้วเราควรเลือกซื้ออย่างไรดี ลองมาดูแนวทางต่อไปนี้กัน

  • เลือกจากรูปแบบของกลูตาไธโอน : กลูตาไธโอนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีอยู่หลัก ๆ 3 รูปแบบ ซึ่งต่างกันตรงกระบวนการผลิตและการดูดซึม ดังนี้
    • Reduced Glutathione : เป็นรูปแบบพื้นฐานและได้รับการศึกษามากที่สุด แต่อาจถูกย่อยสลายได้ง่ายในกระเพาะอาหาร ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยS-Acetyl
    • Glutathione : เป็นรูปแบบที่มีการเติมหมู่อะเซทิลเข้าไป ช่วยให้ตัวโมเลกุลทนทานต่อการถูกย่อยสลายมากขึ้น 
    • Liposomal Glutathione : เป็นรูปแบบที่ห่อหุ้มด้วยอนุภาคไขมันเล็ก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำลายระหว่างการย่อยอาหาร ช่วยให้มีโอกาสดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นกว่าแบบรีดิวซ์ทั่วไป
          โดยรวมแล้วยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่ารูปแบบไหนดีที่สุด จึงควรพิจารณาจากงบประมาณและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ร่วมด้วย
  • เลือกจากปริมาณกลูตาไธโอนที่ควรได้รับต่อวัน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณกลูตาไธโอนไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งตรงตามข้อกำหนดของ อย. หากพบผลิตภัณฑ์ไหนระบุปริมาณเกินกว่านี้ ควรตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเลือกซื้อ
  • พิจารณาส่วนผสมอื่นร่วมด้วย : หลายผลิตภัณฑ์มักผสมสารอาหารอื่นเข้าไปร่วมกับกลูตาไธโอน เช่น วิตามินซี คอลลาเจน สังกะสี วิตามินอี แอล-ซีสเทอีน สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสน หรือสารสกัดจากส้ม ซึ่งแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป จึงควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่เคยแพ้มาก่อน    
  • เลือกรูปแบบที่สะดวกต่อการรับประทานต่อเนื่อง : 
    • แบบเม็ด สะดวก พกพาง่าย เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
    • แบบแคปซูล มักดูดซึมได้เร็วกว่าแบบเม็ดเล็กน้อย เพราะเปลือกแคปซูลแตกตัวง่าย
    • แบบผงชงดื่ม เหมาะกับคนที่กลืนเม็ดยาก และบางสูตรอาจดูดซึมได้ดีเมื่อละลายในน้ำ แต่ต้องพกพาซองและชงก่อนดื่มทุกครั้ง
    • แบบอมใต้ลิ้น ละลายในปาก ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระเพาะอาหาร
  • ตรวจสอบส่วนผสมเพื่อเลี่ยงอาการแพ้ : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของปลา ถั่วเหลือง ธัญพืช กลูเตน หรือนมอยู่ด้วย ใครมีประวัติแพ้อาหารเหล่านี้จึงควรอ่านฉลากส่วนผสมให้ละเอียดก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
  • ตรวจสอบเลขสารบบอาหาร : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • เลือกแบรนด์ที่เปิดเผยข้อมูลชัดเจน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุส่วนประกอบสำคัญ ปริมาณของสารแต่ละชนิด วิธีรับประทาน ชื่อผู้ผลิต และวันหมดอายุไว้อย่างครบถ้วน และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริง เช่น อ้างว่าทำให้ผิวขาวภายในไม่กี่วัน หรือรับประกันผลลัพธ์เดียวกันในทุกคน เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน
          คราวนี้ลองมาพิจารณากันต่อว่า กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี และน่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพใน พ.ศ. นี้บ้าง พร้อมพิกัดช้อปออนไลน์จากแบรนด์โดยตรง

กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. CEO FACTORY ไลโปโซมอล กลูตาไธโอน

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : CEOFactoryShop

          ไลโปโซมอล กลูตาไธโอน (Liposomal Glutathione) จาก CEO FACTORY สูตรนี้มีส่วนผสมของกลูตาไธโอน 2 รูปแบบ ได้แก่ แอล-กลูตาไธโอน รีดิวซ์ (L-Glutathione Reduced) และไลโปโซมอล กลูตาไธโอน (Liposomal Glutathione) พร้อมเสริมด้วยแอล-ซิสทีน, แอล-ซิสเทอีน, แอล-กลูตามีน และไกลซีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกลูตาไธโอนในร่างกาย รวมถึงซีลีเนียม บรรจุในแพ็กเกจใหม่กระปุกสีเขียว ดูทันสมัย ตัวแคปซูลมีขนาดไม่ใหญ่ รับประทานได้ไม่ยาก
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ตอนท้องว่างหรือก่อนนอน
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 40 แคปซูล 690 บาท

2. NOW FOODS Glutathione 250 MG

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : NOW Foods by Daily Value

          NOW FOODS กลูตาไธโอน แบรนด์อาหารเสริมชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา มาในรูปแบบ Reduced Glutathione ให้แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. ต่อแคปซูล โดยเป็นสูตรที่เน้นกลูตาไธโอนเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เติมวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมกลูตาไธโอนโดยเฉพาะ หรือต้องการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้บางชนิด เพราะไม่มีส่วนผสมของข้าวสาลี กลูเตน ถั่วเหลือง นม ไข่ ปลา และหอย  
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 60 แคปซูล 885 บาท

3. VISTRA Gluta Complex 1000 Plus Red Orange Extract

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : VISTRA (Official Shop)

          กลูตาไธโอน จาก วิสทร้า กลูตา คอมเพล็กซ์ 1000 พลัส เรด ออเร้นจ์ เอ็กซ์แทร็คซ์ เป็นอีกสูตรที่น่าสนใจ เพราะเสริมสารสกัดจากส้มแดง (Red Orange Extract) ซึ่งเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องการดูแลผิวควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดด ภายในสูตรมีแอล-กลูตาไธโอน 250 มก. พร้อมเสริมด้วยกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกลูตาไธโอนในร่างกาย ได้แก่ แอล-ซีสเทอีน แอล-กลูตามีน และไกลซีน รวมถึงกรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid) และน้ำมันโบราจ ซึ่งให้ทั้งกรดไลโนเลอิกและกรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) ตัวผลิตภัณฑ์บรรจุในแคปซูลนิ่ม แม้แคปซูลจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ก็รับประทานง่าย 
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 830 บาท

4. Life L-glutathione Reduced

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : Life Supplements

          หากกำลังมองหาอาหารเสริมกลูตาไธโอนที่ใช้แคปซูลจากพืชและได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล Life Extension L-Glutathione ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. ต่อแคปซูล พร้อมเสริมด้วยแอล-กลูตามีน แอล-ซีสเตอีนไฮโดรคลอไรด์ และไกลซีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกลูตาไธโอนในร่างกาย อีกทั้งตัวแคปซูลยังออกแบบให้แตกตัวในลำไส้เล็ก ซึ่งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมให้ดีขึ้น
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร 
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 990 บาท

5. VIDA GLUTAMAX

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : Vida Thailand Official

          VIDA Glutamax ให้แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. โดยใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเสริมด้วยสารอาหารและสารสกัดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผิวและสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid) ซิงค์ รวมถึงสารสกัดจากพืชหลายชนิด เช่น ส้ม มะเขือเทศ อะเซโรลาเชอร์รี เปลือกสน และเมล็ดองุ่น ตัวผลิตภัณฑ์บรรจุมาในรูปแบบซอง พกพาง่ายและรับประทานได้สะดวกทีเดียว
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า 1 ชั่วโมง
  • ราคาปกติ : 1 ซอง 30 แคปซูล 399 บาท

6. INZENT L-GLUTA C+ Blood Orange

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : INZENT_OFFICIAL

          สำหรับคนที่ไม่ถนัดกลืนยาเม็ด หรืออยากเสริมกลูตาไธโอนในรูปแบบผงชงดื่ม ลองดู L-GLUTA C Plus Blood Orange จากแบรนด์ INZENT ที่มาในรูปแบบเครื่องดื่มชงดื่ม โดยใน 1 ช้อน ให้แอล-กลูตาไธโอน 125 มก. พร้อมสารอาหารและสารสกัดหลายชนิด ได้แก่ สารสกัดจากส้มสีเลือด สารสกัดจากทับทิม วิตามินซี โคเอนไซม์คิวเทน ซิงค์ วิตามินดี 3 และวิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีผงน้ำส้มเป็นส่วนประกอบ ช่วยเพิ่มรสชาติให้ดื่มง่ายและให้ความสดชื่นด้วย
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 ช้อน
  • ราคาปกติ : 1 ซอง 150 กรัม 438 บาท

7. Yanhee Gluta Plus

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : Yanhee Official Store

          Yanhee Gluta Plus อาหารเสริมจากโรงพยาบาลยันฮีที่หลายคนคุ้นเคยในด้านการดูแลความงาม ภายใน 1 แคปซูล ให้แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. พร้อมเสริมด้วยแอล-ซีสเทอีน และแมกนีเซียม รวมถึงวิตามินและสารอาหารหลายชนิด ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 นิโคทินาไมด์ และกรดโฟลิก จึงเหมาะสำหรับคนที่มองหาผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนที่มีวิตามินและสารอาหารอื่น ๆ อยู่ในสูตรเดียว
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 299 บาท  

8. Dr.PONG GLUTA 250 SL

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

ภาพจาก : Dr. Pong shop

          Dr.PONG L-Glutathione เป็นอีกสูตรที่ไม่ได้มีเพียงแอล-กลูตาไธโอน 250 มก. แต่ยังเสริมด้วยวิตามินซี วิตามินอี ซิงค์ และวิตามินดี ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและการดูแลสุขภาพผิว ตัววิตามินมาในรูปแบบเม็ดอมใต้ลิ้น (Sublingual) กลิ่นส้ม รับประทานง่าย และไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่สะดวกรับประทานแคปซูลหรือเม็ดยาแบบกลืน
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 1,300 บาท

กลูตากินตอนไหนดีที่สุด

          ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่าการรับประทานกลูตาไธโอนในช่วงเวลาใดถึงดีกว่ากัน แต่หลายคนก็มักเลือกรับประทานในช่วงเวลาต่อไปนี้

  • ตอนเช้า : เหมาะกับคนที่ต้องการรับประทานอย่างสม่ำเสมอ สามารถรับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารได้โดยไม่ลืม ยกเว้นผลิตภัณฑ์จะระบุวิธีรับประทานเป็นอย่างอื่น
  • ตอนท้องว่าง : ผู้ผลิตบางรายแนะนำให้รับประทานตอนท้องว่างหรือก่อนอาหาร 30 นาที ด้วยแนวคิดว่าจะช่วยลดการแย่งดูดซึมกับสารอาหารชนิดอื่นในมื้ออาหาร อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าวิธีนี้ช่วยเพิ่มการดูดซึมได้จริงยังมีจำกัด และบางคนอาจรู้สึกระคายเคืองกระเพาะเมื่อทานตอนท้องว่าง ดังนั้นหากใครเป็นโรคกระเพาะหรือรับประทานแล้วรู้สึกไม่สบายท้อง สามารถเปลี่ยนไปรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารแทนได้
          สิ่งที่สำคัญที่สุด คือควรรับประทานตามคำแนะนำบนฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นหลัก เพราะแต่ละยี่ห้ออาจมีสูตรและคำแนะนำที่แตกต่างกัน

กลูตา กินก่อนนอนได้ไหม

          หากบนฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุข้อห้ามหรือคำแนะนำเป็นอย่างอื่นก็สามารถกินกลูตาก่อนนอนได้เช่นกัน เพราะปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าการรับประทานกลูตาไธโอนในช่วงกลางคืนหรือก่อนนอนจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ หรือทำให้นอนไม่หลับแต่อย่างใด

กลูตาควรกินคู่กับอะไร

กลูต้าไธโอน ยี่ห้อไหนดี 2026

          เราสามารถรับประทานกลูตาไธโอนเพียงอย่างเดียวได้ แต่ในท้องตลาด ผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อมักผสมสารอาหารชนิดอื่นเข้าไปด้วย เพื่อให้มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกายหรือระบบต้านอนุมูลอิสระร่วมกัน เช่น

  • กลูตากับวิตามินซี : วิตามินเป็นสารอาหารที่มักพบร่วมกับกลูตาไธโอนมากที่สุด เพราะมีกลไกที่เกี่ยวข้องกัน คือวิตามินซีมีส่วนช่วยฟื้นฟูกลูตาไธโอนที่ถูกใช้งานไปแล้วให้กลับมาอยู่ในรูปที่ทำงานได้อีกครั้ง ขณะเดียวกันกลูตาไธโอนก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูวิตามินซีในลักษณะเดียวกัน จึงทำงานส่งเสริมกันในระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย
  • กลูตากับคอลลาเจน : เป็นโปรตีนที่มักพบผสมในผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนสูตรที่เน้นเรื่องการดูแลผิว เพื่อเสริมเรื่องความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวควบคู่ไปด้วย 
  • กลูตากับแอล-ซีสเทอีน (L-Cysteine) : เป็นหนึ่งในกรดอะมิโน 3 ชนิดที่ร่างกายใช้สร้างกลูตาไธโอน และถือเป็นตัวตั้งต้นสำคัญที่สุด เพราะปริมาณซีสเทอีนที่ร่างกายมีมักเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดว่าร่างกายจะสร้างกลูตาไธโอนได้มากน้อยเพียงใด การได้รับแอล-ซีสเทอีนเพิ่มเติมจึงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างกลูตาไธโอนภายในร่างกาย
  • กลูตากับสารสกัดจากผลไม้ เช่น องุ่น ส้ม อะเซโรล่า เชอร์รี : ผลไม้กลุ่มนี้มักเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น เช่น สารโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานินในเมล็ดองุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเช่นเดียวกัน จึงมักถูกผสมเข้ามาเพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยรวมของผลิตภัณฑ์
  • กลูตากับซิงค์ (Zinc) : สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย รวมถึงเอนไซม์ในกลุ่มต้านอนุมูลอิสระบางชนิดที่ต้องอาศัยซิงค์เป็นโคแฟกเตอร์ในการทำงาน จึงมักถูกใส่ร่วมในผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการต้านอนุมูลอิสระควบคู่กับกลูตาไธโอน

ข้อควรระวังก่อนกินกลูตาไธโอน

          แม้กลูตาไธโอนแบบรับประทานจะถือว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้ก่อนเริ่มรับประทาน ดังนี้

  • ควรอ่านคำแนะนำ ข้อบ่งใช้ และคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • รับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่รับประทานเกินปริมาณที่กำหนด และหากเพิ่งเริ่มรับประทานเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อนเพื่อสังเกตการตอบสนองของร่างกาย
  • ถ้ารับประทานอาหารเสริมชนิดอื่นควบคู่กันอยู่แล้ว ควรตรวจสอบปริมาณสารอาหารอื่น ๆ ที่ผสมมาในผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนด้วย เช่น วิตามินซีหรือซิงค์ เพื่อไม่ให้ได้รับสารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันโดยไม่รู้ตัว
  • คนกลุ่มต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
    • เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอสำหรับกลุ่มนี้
    • คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต โรคตับ หรือโรคหอบหืด และอยู่ระหว่างการรักษา
    • คนที่รับประทานยาประจำหลายชนิด เนื่องจากกลูตาไธโอนอาจมีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม เช่น ยาเคมีบำบัดบางชนิด
    • คนที่เคยมีประวัติแพ้อาหารเสริมหรือส่วนประกอบบางชนิดในผลิตภัณฑ์ 
  • หากรับประทานแล้วมีอาการแพ้ เช่น ผื่นหรือลมพิษ คันตามผิวหนัง คลื่นไส้ ปวดท้องหรือท้องอืด ท้องเสีย ควรหยุดรับประทานและสังเกตอาการ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ควรหยุดรับประทานทันทีและรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดยังคงเป็นการรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ควบคู่ไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
          การมีผิวพรรณที่ดูสุขภาพดีควรเริ่มจากการดูแลสุขภาพโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนใครสนใจรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูตาไธโอน ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยอ่านรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน และรับประทานตามคำแนะนำ เพื่อใช้ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
7 กลูตาไธโอน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 กินแล้วขาวจริงไหม ช่วยอะไรได้บ้าง ? โพสต์เมื่อ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 10:09:04
TOP
x close