อย่าชะล่าใจ หมอเปิด 5 ภัยเงียบ รู้ตัวอีกทีอาจสายเกินไป เตือนหมั่นเช็กสัญญาณสุขภาพ

            อาจารย์หมอ มช. เตือน 5 ภัยเงียบภัยร้ายเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดที่อันตรายถึงชีวิต แม้ร่างกายภายนอกจะดูแข็งแรงดีก็อาจเสี่ยงเสียชีวิตฉับพลันได้

โรคหัวใจ

            วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช อาจารย์ประจำหน่วยวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความรู้ให้หัวข้อ "5 ภัยเงียบที่คุณต้องรู้ มิฉะนั้นอาจตายไม่รู้ตัว" ระบุว่า แม้บางคนจะดูแข็งแรงดีและไม่มีสัญญาณผิดปกติชัดเจน ซึ่งบางกรณีอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันระหว่างนอนหลับ พร้อมแนะให้สังเกตอาการผิดปกติของตัวเองและปัจจัยเสี่ยง เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาและป้องกันการสูญเสียก่อนวัยอันควร

            5 ภัยเงียบเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด แม้บางคนจะดูแข็งแรงดี โดยเฉพาะกลุ่มดาราและนักกีฬาที่มีภาพลักษณ์ว่าร่างกายแข็งแรง แต่กลับอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดและเสียชีวิตอย่างฉับพลันขณะหลับได้ โดยสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจนล่วงหน้า โดยมีปัจจัยดังนี้

โรคหัวใจ

1. เส้นเลือดหัวใจตีบ 


            ภาวะดังกล่าวอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย โดยอาจพบการตีบของหลอดเลือดหัวใจ 1 เส้น 2 เส้น หรือ 3 เส้น หากมีการตีบของหลอดเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้นพร้อมกัน อาจส่งผลให้หัวใจหยุดทำงานและนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้

2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจเต้นพริ้ว 


            จากปกติที่หัวใจควรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่เมื่อเกิดความผิดปกติ อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดบริเวณภายในห้องหัวใจ และลิ่มเลือดดังกล่าวสามารถหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้ หากไปอุดตันบริเวณก้านสมอง อาจมีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เนื่องจากก้านสมองมีหน้าที่ควบคุมการทำงานสำคัญของร่างกาย

3. โรคหลอดเลือดบริเวณคอ 


            บางครั้งอาจไม่แสดงอาการแบบโรคหลอดเลือดสมองอย่างชัดเจน เช่น อัมพาตหรือปากเบี้ยว แต่อาจมีสัญญาณเตือนอย่างอาการเวียนศีรษะ เดินเซ หรือพูดไม่ชัด หากมีอาการเหล่านี้โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเกี่ยวกับหลอดเลือด

โรคหัวใจ

4. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 


            อาจสัมพันธ์กับการนอนกรนและทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันระดับคาร์บอนไดออกไซด์อาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว หลอดเลือดแข็งตัว และความดันโลหิตสูงขึ้น หากเกิดภาวะดังกล่าวซ้ำ ๆ ในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองได้

5. ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณช่องท้องโป่งพอง หรือหลอดเลือดเอออร์ตาบริเวณช่องท้องโป่งพอง 


            บางคนอาจมีอาการปวดท้องและเข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่หากคลำบริเวณท้องแล้วพบความรู้สึกเต้นตุบ ๆ อาจเป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เนื่องจากหากหลอดเลือดที่โป่งพองเกิดแตก อาจทำให้มีเลือดออกภายในช่องท้องและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

            แนะนำให้ประชาชนหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หากพบอาการผิดปกติควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อย่าชะล่าใจ หมอเปิด 5 ภัยเงียบ รู้ตัวอีกทีอาจสายเกินไป เตือนหมั่นเช็กสัญญาณสุขภาพ โพสต์เมื่อ 3 กันยายน 2569 เวลา 10:00:17 2,792 อ่าน
TOP
x close