
วันที่ 12 กันยายน 2560 เฟซบุ๊ก กองคุ้มครองฯ กระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีความเข้มงวดในการนำเข้าของเนเธอร์แลนด์ รายการสิ่งของต้องห้าม/ควบคุมการนำเข้าเป็นจำนวนมาก บางรายการเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ (โดยเฉพาะส่วนประกอบจากพืชและสัตว์ตามอนุสัญญา CITES) หากวินิจฉัยพบว่าเข้าข่ายการกระทำผิด ก็จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารมีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ข้อกล่าวหา และร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
อย่างไรก็ดี ยาหอมตรา 5 เจดีย์ เป็นกรณีของยาสมุนไพรและยาจีน ที่มีส่วนผสมของพืชต้องห้ามที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตามอนุสัญญา CITES การนำเข้าต้องมีใบอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดูจากส่วนผสมตามที่ปรากฏบนฉลากเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ศุลกากรเนเธอร์แลนด์ จะเข้มงวดกับการนำเข้าสิ่งของต้องห้าม/ควบคุมตามอนุสัญญา CITIES ได้แก่ สิ่งของที่มีส่วนประกอบจากเสือหรือแมวขนาดใหญ่ จระเข้ (หากนำเข้าเกินกว่า 3 ชิ้น) และตะกวด/วรนุช (Varanus) ที่จะต้องมีใบอนุญาตนำเข้ามาแสดงด้วยทุกครั้ง
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ศุลกากรเนเธอร์แลนด์ จะเพ่งเล็งและเข้มงวดกับชาวเนเธอร์แลนด์ หรือผู้มีถิ่นพำนักในเนเธอร์แลนด์ ที่เดินทางมาจากประเทศไทย มากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทย โดยจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษกับการนำเข้าสิ่งของต้องห้ามดังนี้
1. อาวุธ ซึ่งรวมถึงไม้ยิงหนังสติ๊ก เนื่องจากเห็นว่าอาวุธเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่ายใน ปทท.
2. กล้วยไม้ที่มีรากติดมาด้วย (ไม่รวมดอกกล้วยไม้ที่ผ่านกระบวนการปลอดศัตรูพืชแล้ว)
3. การนำเงินสดติดตัวเกินกว่า 10,000 ยูโร ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน
4. ยาสมุนไพร ยาจีน
5. การนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 430 ยูโร (จะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม)
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเกี่ยวกับความชัดเจนของสิ่งของต้องห้าม/ควบคุมการนำเข้าโดยเฉพาะในส่วนของยาสมุนไพร แนะนำให้ผู้ที่เดินทางมาเนเธอร์แลนด์ ตรวจสอบกับศุลกากรเนเธอร์แลนด์
โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ทางเว็บไซต์ www.douane.nl ทางเฟซบุ๊ก Douane Nederland ทาง Twitter : @doune, ทาง Instagram : douane_nl รวมทั้งยังสามารถ download แอปพลิเคชัน "Douane reizen" ของศุลกากร นธ. ที่มีทั้งในระบบ iOS และระบบ Android
ผู้ที่มีข้อสงสัยเพียงถ่ายรูปสิ่งของที่ต้องการนำเข้าส่งมาตามช่องทางดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและให้ข้อมูลที่ถูกต้องกลับไปอย่างรวดเร็ว
ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กองคุ้มครองฯ กระทรวงการต่างประเทศ





