นวัตกรรมเพื่อความมั่นคง ก้าวใหม่ของกลุ่ม ปตท. กับโครงการพัฒนาตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรน การติดตั้งแนวป้องกันเชิงกายภาพแบบ Passive เพื่อเสริมความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์
ในยุคที่เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles: UAVs) หรือ "โดรน" เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประโยชน์มหาศาลที่เกิดขึ้นก็มาพร้อมกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะโดรนเชิงพาณิชย์ดัดแปลงอย่าง FPV Drone ที่มีแนวโน้มถูกนำมาใช้ล้ำพื้นที่ หรือกระทั่งพุ่งชนเป้าหมายโดยเจตนา (Intentional Impact) เพื่อสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
แม้ปัจจุบันจะมีระบบตรวจจับและต่อต้านโดรนแบบเชิงรุก (Active Counter-Drone) ใช้งานอยู่ แต่ในทางปฏิบัติ ระบบเหล่านั้นย่อมมีความเสี่ยงจากความผิดพลาด (False Negative / System Failure) การมีเพียงระบบ Active จึงไม่เพียงพออีกต่อไป และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการสร้างชั้นป้องกันทางกายภาพ (Physical Protection Layer) หรือแนวป้องกันเสริมแบบ Passive เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับวิกฤต
จากแนวคิด สู่การพัฒนานวัตกรรมตาข่าย
ของกลุ่ม ปตท.
เพื่ออุดช่องโหว่ด้านความมั่นคง โครงการพัฒนาตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรนจึงถูกริเริ่มขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ของกลุ่ม ปตท. ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่การสร้างกำแพงแข็งทื่อ (Rigid Barrier) ที่อาจพังทลายลงมาทั้งแถบเมื่อถูกกระแทก แต่เป็นการออกแบบภายใต้แนวคิด Energy Absorption หรือการดูดซับพลังงาน โดยยอมให้ตาข่ายเกิดความเสียหายเฉพาะจุดเมื่อถูกโดรนพุ่งชน แต่ระบบโดยรวมจะต้องคงอยู่และทำหน้าที่ต่อไปได้ (Non-Catastrophic Failure) โดยมีวัตถุประสงค์หลักของโครงการดังนี้
- พัฒนาตาข่ายป้องกันแบบ Passive สำหรับติดตั้งถาวรในพื้นที่อุตสาหกรรม, คลังสินค้า/ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure)
- ออกแบบระบบให้สามารถดูดซับแรงกระแทก ชะลอและหยุดการเคลื่อนที่ของโดรน พร้อมลดการสะท้อนหรือกระเด็นกลับของวัตถุ
- สร้างต้นแบบที่ผลิตได้รวดเร็ว ต้นทุนเหมาะสม ใช้งานได้จริง และพร้อมต่อยอดทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงความมั่นคงของประเทศ
ขอบเขตภัยคุกคามที่ใช้ในการออกแบบ
ตาข่ายประสิทธิภาพสูงนี้ทำหน้าที่เป็นด่านสุดท้าย (Last Line of Defense) เสริมการทำงานของระบบตรวจจับโดรน โดยถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กถึงขนาดกลาง รวมถึง FPV Drone เชิงพาณิชย์ดัดแปลงที่มีความเร็วสูง และโดรนที่ตั้งใจพุ่งชนเป้าหมาย (Intentional Impact) ทั้งการชนเดี่ยวและการพุ่งชนซ้ำในบริเวณเดิม
เจาะลึก 5 ความโดดเด่นเหนือระดับ
สิ่งที่ทำให้ตาข่ายป้องกันโดรนของกลุ่ม ปตท. แตกต่างและเหนือกว่าตาข่ายทั่วไปในท้องตลาด ประกอบด้วย 5 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- ทนทานต่อการโจมตี : ขีดความสามารถในการดักจับและรับแรงกระแทกจากโดรนได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์อื่นในประเทศ
- ทนทานทุกสภาพอากาศ : ออกแบบมาเพื่อการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ ทนแดด ทนฝน ทนรังสี UV
- ติดตั้งง่าย : ลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาในการปฏิบัติงาน
- ซ่อมแซมง่าย : หากเกิดความเสียหายเฉพาะจุด สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมแซมชิ้นส่วนได้ทันที
- ภาพลักษณ์นวัตกรรม : ดีไซน์แตกต่าง ไม่ใช่แค่ตาข่ายทั่วไป แต่สามารถปรับสีและรูปแบบตาข่ายให้กลมกลืน หรือสะท้อนภาพลักษณ์ที่จำเพาะของสถานที่นั้น ๆ ได้
วิศวกรรมขั้นสูงเบื้องหลังเส้นใย
เพื่อให้ตาข่ายสามารถรองรับแรงกระแทกและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โครงการได้กำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคไว้อย่างละเอียดดังต่อไปนี้
1. วัสดุ (Material)
ผลิตจากวัสดุ HDPE เกรดพิเศษ และ UHMWPE ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดีเหนือกว่าตาข่ายจากวัสดุ HDPE ทั่วไปในท้องตลาด ได้แก่ ทนแรงกระแทก เหนียวเป็นพิเศษ ทนรังสี UV และชะลอการเสื่อมสภาพจากอุณหภูมิและแสงแดด
2. เส้นตาข่าย (Twine / Rope)
ใช้เส้นแบบ Twisted Twine (ด้ายตีเกลียว) ออกแบบตาม Performance-Based Requirement มีแรงดึงต่อเส้น (Minimum Breaking Load) มากกว่าตาข่ายจากวัสดุ HDPE ที่มีใช้ทั่วไป สนับสนุนการรับแรงกระแทกซ้ำ และมีความยืดหยุ่นสูง
3. ช่องตาข่าย (Mesh Size)
รูปแบบช่องตาข่ายสี่เหลี่ยม มีหลายขนาดตั้งแต่ 5x5 ซม. ถึง 20×20 ซม. โดยขนาดช่องต้องสามารถทำงานร่วมกันได้ คือ รบกวนใบพัด เกี่ยวโดรนหยุดเคลื่อนที่ ดักจับเสมือนใยแมงมุม และไม่เพิ่มแรงต้านลม
4. โครงสร้างตาข่าย (Net Construction)
โครงสร้างแบบถักทอมีปม (Reinforced Knotted) มีการเสริมความแข็งแรงบริเวณขอบทุกด้าน รวมทั้งออกแบบให้ติดตั้งและเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่ายเมื่อเกิดความเสียหาย
5. การติดตั้งหลายชั้น (Layer Compatibility)
รองรับการติดตั้งทั้งแบบชั้นเดียว (Single Layer) และหลายชั้น (Multi-Layer) โดยวัสดุต้องไม่เกิดการเสียดสีหรือเสื่อมสภาพเร็วเมื่อนำมาติดตั้งใช้งานร่วมกัน
6. คุณสมบัติด้านไฟ (Fire Behavior)
ต้องไม่ลามไฟ (Flame Retardant / Self-Extinguishing) และไม่เกิดการหลอมละลายหยดลงด้านล่างเมื่อโดนความร้อน เพื่อป้องกันอันตรายต่อพื้นที่หรือบุคลากรด้านล่าง
7. น้ำหนักและการรับแรงลม
ออกแบบให้เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่เปิดโล่งที่มีแรงลมปะทะ
8. อายุการใช้งาน
อายุการใช้งานออกแบบต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี สำหรับการใช้งานกลางแจ้ง สีไม่ซีด
9. สี
สามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของการใช้งานและสภาพแวดล้อม
สร้างความมั่นคง ต่อยอดนวัตกรรม
โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างตาข่ายป้องกันต้นแบบที่ใช้งานได้จริง แต่ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถใหม่ด้าน Passive Counter-Drone ให้กับประเทศไทย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือและการพัฒนานวัตกรรมภายในกลุ่ม ปตท. ผ่าน PRISM เพื่อเสริมความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพราะในยุคที่ภัยคุกคามทางอากาศพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมพร้อมด้วยนวัตกรรมที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และเชื่อถือได้ คือกุญแจสำคัญในการปกป้องพื้นที่ยุทธศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน





