ซัมซุง บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงาน จ่ายโบนัสพนักงานฝ่ายชิป เฉลี่ย 11 ล้านบาทต่อคน เลี่ยงวิกฤตนัดหยุดงานครั้งใหญ่ ท่ามกลางสมรภูมิ AI โลก

ภาพจาก Ki young / Shutterstock.com
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 AFP รายงานว่า ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung
Electronics) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
รอดพ้นจากการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ของกลุ่มพนักงาน
หลังสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับสหภาพแรงงานได้สำเร็จ
โดยเฉพาะการจัดสรรโบนัสให้แก่พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ในระดับสูงเฉลี่ยถึง
509 วอนต่อคน (ราว 11 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า ซัมซุง เตรียมจัดสรรโบนัสรวมประมาณ 40 ล้านล้านวอน (ราว 880,000 ล้านบาท) ให้แก่พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ หลังสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานได้ทันเวลาขณะที่ข้อมูลจากเอกสารบริษัทระบุว่า รายได้เฉลี่ยของพนักงาน Samsung ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 158 ล้านวอน (ประมาณเดือนละ 290,000 บาท)
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซัมซุง จะจัดสรรกำไร 10.5% เป็นโบนัสในรูปแบบหุ้น พร้อมเพิ่มอีก 1.5% เป็นเงินสด และโครงการนี้จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี หากบรรลุเป้าหมายกำไรที่กำหนดไว้
ล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงานซัมซุง เตรียมลงคะแนนเสียงต่อข้อตกลงค่าจ้างเบื้องต้น หลังการเจรจาระหว่างบริษัทและฝ่ายแรงงาน ซึ่งมีรัฐบาลเข้ามาเป็นตัวกลาง สามารถยุติความเสี่ยงการนัดหยุดงานเป็นเวลา 18 วัน ที่เดิมมีกำหนดเริ่มต้นในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะมีสมาชิกสหภาพประมาณ 70,000 คนเข้าร่วมลงคะแนน ซึ่งข้อตกลงจะได้รับการรับรอง หากมีผู้ใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งและเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ
สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือ การจัดตั้งกองทุนโบนัสใหม่สำหรับพนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ คิดเป็น 10.5% ของกำไรจากการดำเนินงาน และจ่ายในรูปแบบหุ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทเปิดเผยว่า พนักงานฝ่ายชิปอาจได้รับโบนัสเฉลี่ยประมาณ 509 ล้านวอนต่อคน (ประมาณ 11 ล้านบาท) จากการคำนวณโดยอ้างอิงประมาณการกำไรและจำนวนพนักงาน
ก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานเคยแสดงความไม่พอใจต่อระดับผลตอบแทนของ ซัมซุง ซึ่งถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งอย่าง เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) อีกทั้งยังมีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของระบบโบนัส จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการย้ายงานไปยังบริษัทคู่แข่ง
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า
การตกลงจ่ายโบนัสระดับสูงอาจช่วยรักษาบุคลากรในอุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ไว้ได้
แต่ก็อาจส่งผลต่อการลงทุนด้านวิจัย พัฒนา หรือผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ขณะที่แนวโน้มเรียกร้องการแบ่งกำไรในสัดส่วนที่สูงขึ้นเริ่มขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นของประเทศเช่นกัน
รวมทั้งยังสะท้อนความสำคัญของแรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจ
AI โลก ซึ่งมีผู้ผลิตรายสำคัญอย่าง ซัมซุง, เอสเค ไฮนิกซ์ และ ทีเอชเอ็มซี
(TSMC) เป็นต้นก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า ซัมซุง เตรียมจัดสรรโบนัสรวมประมาณ 40 ล้านล้านวอน (ราว 880,000 ล้านบาท) ให้แก่พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ หลังสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานได้ทันเวลาขณะที่ข้อมูลจากเอกสารบริษัทระบุว่า รายได้เฉลี่ยของพนักงาน Samsung ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 158 ล้านวอน (ประมาณเดือนละ 290,000 บาท)
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซัมซุง จะจัดสรรกำไร 10.5% เป็นโบนัสในรูปแบบหุ้น พร้อมเพิ่มอีก 1.5% เป็นเงินสด และโครงการนี้จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี หากบรรลุเป้าหมายกำไรที่กำหนดไว้
ล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงานซัมซุง เตรียมลงคะแนนเสียงต่อข้อตกลงค่าจ้างเบื้องต้น หลังการเจรจาระหว่างบริษัทและฝ่ายแรงงาน ซึ่งมีรัฐบาลเข้ามาเป็นตัวกลาง สามารถยุติความเสี่ยงการนัดหยุดงานเป็นเวลา 18 วัน ที่เดิมมีกำหนดเริ่มต้นในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะมีสมาชิกสหภาพประมาณ 70,000 คนเข้าร่วมลงคะแนน ซึ่งข้อตกลงจะได้รับการรับรอง หากมีผู้ใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งและเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ
สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือ การจัดตั้งกองทุนโบนัสใหม่สำหรับพนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ คิดเป็น 10.5% ของกำไรจากการดำเนินงาน และจ่ายในรูปแบบหุ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทเปิดเผยว่า พนักงานฝ่ายชิปอาจได้รับโบนัสเฉลี่ยประมาณ 509 ล้านวอนต่อคน (ประมาณ 11 ล้านบาท) จากการคำนวณโดยอ้างอิงประมาณการกำไรและจำนวนพนักงาน
ก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานเคยแสดงความไม่พอใจต่อระดับผลตอบแทนของ ซัมซุง ซึ่งถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งอย่าง เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) อีกทั้งยังมีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของระบบโบนัส จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการย้ายงานไปยังบริษัทคู่แข่ง
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์จาก Barclays ยังมองว่า การแข่งขันดึงดูดบุคลากรระดับโลกทำให้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องเหมาะสม แต่ก็เตือนว่าระบบดังกล่าวอาจเพิ่มภาระระยะยาว เนื่องจากแรงงานได้รับประโยชน์ทั้งในช่วงเศรษฐกิจเติบโตและช่วงชะลอตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก AFP, Bloomberg





