น้าแจ่ม AZC เผยผลชันสูตรลูกน้อง หลังซื้อยาฆ่าหญ้าออนไลน์ วางในรถจนเกิดเรื่องเศร้า

          น้าแจ่ม AZC เตือนภัย ลูกน้องดับหลังซื้อยาฆ่าหญ้าออนไลน์ วางทิ้งไว้ในรถจนกลิ่นฟุ้ง แม้ไม่ได้เปิดขวด ผลชันสูตรชี้หัวใจล้มเหลว เพจหมอชี้สารเคมีไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนเปิดใช้ ย้ำอย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร 

ยาฆ่าหญ้า

          จากกรณีที่ น้าแจ่ม AZC อินฟลูเอนเซอร์สายแต่งรถ ออกมาโพสต์เตือนภัยผ่านเฟซบุ๊ก Paris Sittisarn เล่าเคสลูกน้องคนสนิทที่เสียชีวิต หลังซื้อยาฆ่าหญ้าจากช่องทางออนไลน์ แล้วนำมาวางทิ้งไว้ในรถในสภาพที่ยังไม่ได้แกะซีลหรือแกะห่อ แต่ระหว่างขับรถกลับบ้าน กลิ่นสารเคมีกลับฟุ้งทั่วรถทำให้หายใจไม่ออก ต้องโทร. เรียกเพื่อนมาช่วย

          หลังจากเพื่อนมาถึงในประมาณ 15 นาที พบว่ามีน้ำลายฟูมปากแล้ว ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยสันนิษฐานว่าเกิดจากการสูดดมกลิ่นสารเคมีที่ระเหยออกมา นำมาสู่การตั้งคำถามว่าปล่อยให้มีการวางขายสินค้าอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไรโดยไม่มีการควบคุม แถมสลากก็เป็นภาษาจีนล้วนด้วย  

ยาฆ่าหญ้า

          ต่อมา (1 มิถุนายน 2569) น้าแจ่ม AZC ได้เผยผลชันสูตรเบื้องต้นในกรณีนี้ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ตายหัวใจล้มเหลว ส่วนผลตรวจละเอียดต้องรออีก 3 วัน อย่างไรก็ตาม พวกตนพยายามนำขวดยาฆ่าหญ้าดังกล่าวไปให้ตำรวจตามเรื่อง แต่กลับถูกถามกลับว่า ผู้ตายกินเข้าไปเองหรือไม่ ทั้งที่ขวดไม่ได้เปิด ห่อยังไม่ได้ฉีกใด ๆ 

          ทั้งนี้ ทางเพจ หมอเวร ยังโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าในเรื่องนี้มีจุดที่อยากชวนคุย เพราะมันไม่ใช่แค่คำถามว่า "ยาขวดนี้คืออะไร" แต่มันคือเรื่องที่หลายบ้านอาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว คือการซื้อสารเคมีแรง ๆ จากออนไลน์ ฉลากก็อ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องไหม ไม่รู้ว่าสารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า แล้วเผลอเอาไปวางไว้ในรถเหมือนเป็นของใช้ทั่วไป

ยาฆ่าหญ้า

          จากรูปฉลากที่เห็น คำภาษาจีนบนขวดมีคำว่า "2甲4氯钠盐" ซึ่งถ้าแปลตามชื่อสาร น่าจะอยู่ในกลุ่ม MCPA sodium salt เป็นสารกำจัดวัชพืชชนิดหนึ่ง ใช้ฆ่าหญ้าหรือวัชพืชใบกว้างในงานเกษตร

          แต่จากรูปอย่างเดียว เรายังไม่ควรฟันธงว่าผู้เสียชีวิต "เสียชีวิตจากสาร MCPA แน่นอน" หรือเสียชีวิตจาก "พิษปกติของสารตัวนี้" เพราะในเคสจริงยังมีคำถามอีกเยอะมาก เช่น 

          - ขวดรั่วไหม

          - ซีลแน่นจริงไหม

          - สารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า

          - มีสารอื่นผสมอยู่ด้วยหรือไม่

          - ตัวทำละลายคืออะไร

          - ความเข้มข้นตรงตามที่ระบุไหม

          - รถร้อนแค่ไหน

          - อากาศในรถถ่ายเทหรือเปล่า

          - ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือภาวะแพ้สารเคมีอะไรอยู่ก่อนหรือไม่

          ทั้งหมดนี้ต้องรอผลตรวจทางการแพทย์และพิษวิทยายืนยันอีกที

          รวมถึงตัวสารที่คาดว่าอยู่บนฉลากนี้ ถ้าพูดเฉพาะชื่อสารกลุ่ม MCPA ก็ไม่ได้หมายความว่า "เป็นสารต้องห้ามในไทย" โดยตัวมันเอง แบบที่ห้ามขายห้ามใช้เด็ดขาดเหมือนสารบางกลุ่ม ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ "สารนี้ชื่ออะไร" แต่ "ของที่ซื้อมาถูกต้องตามระบบหรือเปล่า" 

          สารเคมีเกษตรที่ขายในไทยอย่างถูกต้อง ควรมีข้อมูลที่ผู้ใช้ในไทยอ่านรู้เรื่อง มีฉลากไทย มีชื่อสารสำคัญ มีความเข้มข้น วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วิธีปฐมพยาบาล คำเตือน เลขทะเบียน หรือข้อมูลผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ขวดจีนล้วนที่คนซื้ออ่านไม่ออก แล้วต้องใช้วิธีเดาจากรูปหญ้าบนฉลากว่า "อ๋อ น่าจะเอาไว้ฆ่าหญ้า"

          สารเคมีพวกนี้มีหลายทางที่เข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งกินเข้าไป สัมผัสผิวหนัง กระเด็นเข้าตา หรือสูดดมเข้าไป บางตัวทำให้แค่ระคายเคือง บางตัวทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก บางตัวกระทบระบบประสาท และบางตัวอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับในปริมาณมาก หรืออยู่ในพื้นที่ปิด

          แล้วรถยนต์นี่แหละคือพื้นที่ปิดชั้นดี ยิ่งถ้าขวดรั่วนิดเดียว ฝาไม่สนิท ซีลไม่ดี หรือสารมีตัวทำละลายระเหยง่ายอยู่ด้วย จากเหม็นนิดหน่อยอาจกลายเป็นหายใจไม่ออกได้เร็วกว่าที่คิด

          และเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ยาฆ่าหญ้า ของในบ้านหลายอย่าง ถ้าใช้ผิดวิธี หรือสูดดมในที่ปิด ก็อันตรายได้เหมือนกัน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์ สเปรย์กำจัดแมลง ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน น้ำยาล้างเล็บ สเปรย์พ่นสี กาวบางชนิด หรือสารทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุนแรง ๆ 

          ของพวกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าเรา แต่ถ้าใช้ผิดที่ ผิดวิธี ผสมมั่ว หรือใช้ในห้องปิด มันก็เล่นงานเราได้เหมือนกัน ตัวอย่างคลาสสิกที่พูดกันบ่อยมากคือ "ห้ามเอาน้ำยาล้างห้องน้ำไปผสมกับไฮเตอร์" ที่เมื่อเอามาผสมกันอาจเกิดก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษ มีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ถ้าโดนเยอะ ๆ อาจไอรุนแรง แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด ระบบหายใจล้มเหลว และอันตรายถึงชีวิตได้

          ทั้งนี้ ถ้าจำเป็นต้องซื้อหรือขนย้ายสารเคมีเกษตร สิ่งที่ควรทำคือ 

          - เลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ อย่าซื้อขวดที่ฉลากอ่านไม่ออกหรือไม่มีข้อมูลชัดเจน 

          - อย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร 

          - ถ้าต้องขน ควรวางในพื้นที่แยกจากคน เช่น ท้ายรถหรือท้ายกระบะ 

          - อย่าทิ้งไว้ในรถนาน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน 

          - ถ้าอยู่ดี ๆ มีกลิ่นสารเคมีฉุนในรถหรือในบ้าน ห้ามฝืนขับต่อ

          ถ้าแค่ได้กลิ่นฉุน ให้รีบออกจากพื้นที่ก่อน ไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท เปิดประตู-หน้าต่างถ้าทำได้โดยไม่เสี่ยง แต่ถ้าเริ่มแสบตา แสบจมูก ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนหัว คลื่นไส้ สับสน หรือหมดสติ อันนี้ไม่ต้องรอดูอาการ โทร. 1669 ได้เลย และถ้าเป็นเรื่องสารพิษ โทร. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

          สรุปสั้น ๆ คือสารเคมีไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนเปิดใช้ บางครั้งแค่ซื้อผิดแหล่ง เก็บผิดที่ ขนผิดวิธี หรืออ่านฉลากไม่ออก ก็อันตรายได้มากกว่าที่คิดแล้ว ของบางอย่างถูกกว่าร้านปกติไม่กี่สิบบาท แต่ถ้ามันไม่มีฉลากที่เราอ่านรู้เรื่อง ไม่มีคำเตือนที่เราเข้าใจ ไม่มีทางรู้ว่าข้างในมีอะไรจริง ๆ และไม่มีข้อมูลพอให้หมอช่วยทันตอนเกิดเหตุ ส่วนต่างที่ประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายเลยจริง ๆ


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
น้าแจ่ม AZC เผยผลชันสูตรลูกน้อง หลังซื้อยาฆ่าหญ้าออนไลน์ วางในรถจนเกิดเรื่องเศร้า โพสต์เมื่อ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 11:01:58 4,908 อ่าน
TOP
x close