อดีตข้าราชการ มีเงินเก็บ 8.1 ล้าน พร้อมบำนาญเดือนละ 40,000 ชีวิตหลังเกษียณไม่สบายอย่างที่คิด ลังเลจนมือสั่น แม้ซื้อขนมปัง 20 บาท

ในขณะที่หลายคนมีการวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณ รวมถึงจัดเตรียมทรัพย์สินไว้เพื่อให้ใช้จ่ายยามบั้นปลายได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อก้าวสู่วัยเกษียณจริง ๆ กลับเต็มไปด้วยความกังวล แม้แต่การใช้จ่ายเงินเล็กน้อย ก็ยังอดคิดมากไม่ได้ ดังเช่นคุณตาชาวญี่ปุ่นวัย 75 ปี ที่แม้จะมีเงินเก็บร่วม 40 ล้านเยน (ราว 8.1 ล้านบาท) แต่เขายังคงลังเล และมือสั่นเทาแม้แต่การซื้อของเล็กน้อยอย่างขนมปังราคา 100 เยน (ราว 20 บาท)
โดยวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์มิร์เรอร์ เผยเรื่องราวของ คาโตะ มาซาโอะ (นามสมมติ) ชายวัย 75 ปี อดีตข้าราชการของญี่ปุ่น ที่มีเงินเก็บอยู่ราว 40 ล้านเยน และเงินบำนาญเดือนละ 200,000 เยน (ราว 40,000 บาท) ด้วยเงินจำนวนเท่านี้นับว่าค่อนข้างมั่นคงทางการเงิน และควรจะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ๆ แต่ความจริงกลับไม่ป็นเช่นนั้น
สื่อญี่ปุ่น THE GOLD ONLINE นำเสนอเรื่องดังกล่าว เผยให้เห็นภาพสะท้อนของชีวิตจริง เมื่อเงินออมกลายเป็นเกราะป้องกันสุดท้ายในชีวิต ชีวิตหลังเกษียณกลับอาจยิ่งอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ
รายงานเผยว่า คุณตาสูญเสียภรรยาไปเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ลำพังในชานเมือง จ.ชิบะ ก่อนเกษียณเขาจัดการเคลียร์หนี้จำนองบ้านจนหมด แถมยังใช้เงินสดปรับปรุงบ้านใหม่จนเสร็จ โดยไม่เคยแตะต้องเงินออมที่มีอยู่ 40 ล้านเยน แต่แม้ทรัพย์สินจะยังครบถ้วน ชีวิตหลังเกษียณก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
คุณตามาซาโอะใช้ชีวิตอย่างประหยัดขั้นสุด อาหารแต่ละมื้อมักเป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใช้ของลดราคา ทุก ๆ ครั้งที่ไปซูเปอร์มาร์เก็ต เขามักจะใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าของชิ้นนี้จำเป็นต้องซื้อจริง ๆ หรือไม่
ครั้งหนึ่งเขายืนอยู่หน้าชั้นวางขนมปัง หยิบขนมปังราคา 100 เยนขึ้นมา ก่อนจะวางกลับไปเงียบ ๆ และยืนลังเลอยู่แบบนั้น จนนิ้วมือสั่นโดยไม่รู้ตัว
เขายอมรับตรง ๆ ว่า "ไม่ใช่ว่าผมไม่มีเงิน แต่ทุก ๆ ครั้งที่ผมจ่ายเงิน มันรู้สึกเหมือนทรัพย์สินกำลังลดลง"
เมื่อนึกถึงว่าตัวอาจอาจจะต้องจ่ายเงินค่าบ้านพักคนชราแพง ๆ หรือมีค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ในอนาคต ก็ทำให้เขาวิตกกังวลขึ้นมาทันที
"จ่ายไป 1,000 เยน (ราว 200 บาท) เงินออมก็หายไป 1,000 เยน ความรู้สึกที่ตัวเลขมันลดลงนั้น น่ากลัวจริง ๆ" คุณตาเผย
ความกลัวที่ "ทรัพย์สินจะหดหาย" ค่อย ๆ กัดกร่อนชีวิตสังคมของเขาด้วย เขามักจะปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนไปกินข้าว เพราะมองว่าการใช้เงินไม่กี่พันเยนนั้นสิ้นเปลืองเกินไป และเขามักจะไปปรับสมุดบัญชีที่ธนาคารทุกสัปดาห์ เพื่อยืนยันว่าเงินบำนาญจะเข้าแล้ว และยอดเงินไม่ลดลงไปเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย
แต่ขณะที่พยายามรักษาเงินออมไว้ ระยะห่างระหว่างเขากับโลกภายนอกก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แม้จะมีทรัพย์สินหลังเกษียณสูงกว่าค่าเฉลี่ย ความรู้สึกไม่แน่นอนก็ยังทำให้เกิดความเครียดได้ โดยเฉพาะเมื่อสูญเสียคู่ชีวิตหรือขาดการสนับสนุนจากครอบครัว ทำให้เงินมักจะกลายมาเป็นที่พึ่งสุดท้าย เมื่อเงินเก็บถูกใช้ไป ก็แปลความได้ง่าย ๆ ว่า "ความเสี่ยงกำลังใกล้เข้ามา"
เรื่องราวของคุณตาท่านนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของคนชราที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นภาพสะท้อนของผู้สูงอายุจำนวนมากที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่การรักษาเงินเก็บไว้นั้นกลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในชีวิตหลังเกษียณ จากที่ควรได้ใช้ชีวิตพักผ่อนสบาย ๆ หลังการทำงานมาเนิ่นนาน กลายมาเป็นความกดดันทางจิตใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก Mirror





