ร้านค้าต้องรู้ ก่อนเปิดลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) 25 พฤษภาคม 2569 เช็กคุณสมบัติ ขั้นตอนสมัครแบบละเอียดได้ที่นี่

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Krungthai Care
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก Krungthai Care โพสต์ให้ข้อมูล โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
ซึ่งมีกำหนดการเปิดรับลงทะเบียนสำหรับประชาชนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ตั้งแต่วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ
ร้านค้า และผู้ให้บริการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถตรวจสอบ หลักเกณฑ์
คุณสมบัติ และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการดังนี้
คุณสมบัติผู้ประกอบการและร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการ
กลุ่มเป้าหมายของโครงการครอบคลุมผู้ประกอบการไทยหลากหลายประเภท โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. ผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป (สัญชาติไทย)
- ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล
- ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 2547
- ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เงื่อนไขเพิ่มเติม: ต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่เป็นกิจการในลักษณะรับสินค้าผู้อื่นมาจำหน่ายแล้วส่งต่อค่าสินค้าโดยได้รับค่าตอบแทนจากยอดขาย และต้องมีสถานที่ประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ (สัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล)
- ครอบคลุมรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย
- รถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารอื่น ๆ ที่ตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ
3. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ
- ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ
4. นิติบุคคลขนาดเล็ก
- ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 50) และงบการเงินตามประมวลรัษฎากร สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
- ประกอบกิจการขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือบริการขนส่งสาธารณะ (ต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง) โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569
5. เงื่อนไขสำคัญด้านประวัติการเข้าร่วมโครงการรัฐ
- ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Krungthai Care
ประเภทสินค้าและบริการที่รองรับ
- โครงการรองรับการใช้จ่ายในหมวดอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยมีข้อยกเว้นไม่รวมถึง สลากกินแบ่งรัฐบาล, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ, บัตรกำนัล, บัตรเงินสด และบริการในรูปแบบการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจมีการกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการในอนาคต
ช่องทางการลงทะเบียน
แบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ขึ้นอยู่กับประเภทและประวัติของร้านค้า ดังนี้
1.ผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส : ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถกดเข้าร่วมโครงการใหม่ได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน (ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569)
2. ผู้ประกอบการร้านค้าทั่วไป ร้านค้าบริการ และขนส่งสาธารณะ (นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส) : สามารถลงทะเบียนได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย
3. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ (นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส): ให้ดำเนินการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน ถุงเงิน โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย
ข้อควรระวังสำหรับร้านค้าทั่วไปและขนส่งสาธารณะ : หากไม่พบข้อมูลการประกอบกิจการในฐานข้อมูลของรัฐ ผู้ประกอบการจะต้องได้รับการยืนยันการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพมหานคร เว้นแต่เป็นผู้ที่เคยได้รับการยืนยันภายใต้โครงการรัฐที่ผ่านมาแล้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Krungthai Care
_1.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Krungthai Care
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้าใหม่
ร้านค้าใหม่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน ผ่านเว็บไซต์ www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงิน เป็นเวอร์ชันล่าสุด
3. ตรวจสอบประเภทกิจการ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อยื่นสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
5. รอผลการพิจารณา โดยร้านค้าจะได้รับการแจ้งผลผ่าน SMS
6. เมื่อผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ "ไทยช่วยไทย พลัส" จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
7.กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ของโครงการ
8. เริ่มรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น.
9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน ผ่านแอปฯ ถุงเงิน
_1.jpg)
ภาพจาก ไทยช่วยไทย พลัส
_1.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Krungthai Care
ภาพจาก ไทยช่วยไทย พลัส





