นายกรัฐมนตรีสั่งทบทวนและยกเลิกเงื่อนไขคัดกรองผู้ถือบัตรคนจน กรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม

ภาพจาก sweet_tomato / Shutterstock.com
กระแสถกเถียงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์คัดกรองผู้ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน รอบใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังมีการกำหนดเงื่อนไขว่า หากบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพื่ออุปการะเลี้ยงดู อาจส่งผลให้บิดามารดาถูกตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
แนวทางดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยมีข้อกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุและครอบครัวรายได้น้อย เนื่องจากการที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวมีฐานะมั่นคง หรือสามารถดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบิดามารดาได้อย่างเพียงพอ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้มีสิทธิ และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่มีความจำเป็นจริง โดยมองว่าหากบุตรสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดาได้ ก็อาจหมายถึงการมีผู้ดูแลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับผลกระทบยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ในบางกรณี
ล่าสุด (8 มิถุนายน 2569) สปริงนิวส์ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน พร้อมให้ยกเลิกเงื่อนไขที่นำการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรมาเชื่อมโยงกับการพิจารณาสิทธิของบิดามารดาในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยยังคงยึดหลักการสำคัญในการคัดกรองผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อครอบครัวที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลบุพการีตามปกติ
สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติและทบทวนสิทธิของผู้ลงทะเบียน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเปิดทางให้ผู้มีสิทธิสามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส และเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ขอบคุณข้อมูลจาก สปริงนิวส์





