นาฬิกาเด็กโทร.ได้ รุ่นไหนดี ติดตามตำแหน่ง วิดีโอคอลได้

แนะนำนาฬิกาเด็กโทร.ได้ รุ่นไหนดี Smart Watch Kid 2026 น่าใช้ มาพร้อม GPS ติดตามตำแหน่ง วิดีโอคอลได้ เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครองตลอดวัน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น นาฬิกาเด็กโทร. ได้จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ปกครองจำนวนมาก เพราะนอกจากจะใช้เป็นนาฬิกาบอกเวลาแล้ว ยังสามารถโทรศัพท์ วิดีโอคอล และติดตามตำแหน่งของลูกผ่านระบบ GPS ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างที่เด็กอยู่โรงเรียน ทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือเดินทางกับผู้อื่น สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาเด็กน่าใช้ ฟังก์ชันครบ และเหมาะกับช่วงวัยของลูก วันนี้เราได้รวบรวมรุ่นที่น่าสนใจพร้อมวิธีเลือกซื้อมาแนะนำกันแล้ว

วิธีเลือกซื้อนาฬิกาเด็กโทร.ได้

1. เลือกรุ่นที่มีระบบติดตามตำแหน่ง GPS ที่แม่นยำ

ฟังก์ชันสำคัญของนาฬิกาเด็กคือการติดตามตำแหน่ง ควรเลือกรุ่นที่รองรับ GPS ร่วมกับ Wi-Fi และ LBS เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง รวมถึงมีฟีเจอร์กำหนดพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) และแจ้งเตือนเมื่อเด็กออกนอกพื้นที่ที่กำหนด

2. รองรับการโทร. และวิดีโอคอล

การสื่อสารเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ควรเลือกรุ่นที่รองรับการโทร. ผ่านเครือข่าย 4G และวิดีโอคอลแบบเห็นหน้า เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถติดต่อกับลูกได้สะดวกและตรวจสอบความปลอดภัยได้ตลอดเวลา

3. มีฟังก์ชัน SOS สำหรับเหตุฉุกเฉิน

นาฬิกาเด็กที่ดีควรมีปุ่ม SOS ซึ่งเด็กสามารถกดขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยระบบจะส่งตำแหน่งปัจจุบันและการแจ้งเตือนไปยังผู้ปกครองโดยอัตโนมัติ

4. เลือกแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน

ควรเลือกนาฬิกาที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง สามารถใช้งานได้อย่างน้อย 1-3 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่แบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันและช่วยให้ติดตามตำแหน่งได้ต่อเนื่อง

5. พิจารณาความทนทานและการกันน้ำ

เด็กมักใช้งานอุปกรณ์อย่างสมบุกสมบัน จึงควรเลือกรุ่นที่มีมาตรฐานกันน้ำ เช่น IP67, IPX7 หรือสูงกว่า รวมถึงใช้วัสดุที่แข็งแรงและสายรัดที่สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว

6. ตรวจสอบความเข้ากันได้กับเครือข่ายและแอปฯ

ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่านาฬิการองรับซิมการ์ดของผู้ให้บริการในประเทศไทย และมีแอปพลิเคชันสำหรับผู้ปกครองที่ใช้งานง่าย รองรับทั้งระบบ Android และ iOS เพื่อการตั้งค่าและติดตามข้อมูลได้สะดวก

นาฬิกาเด็กโทร.ได้ ยี่ห้อไหนดี

1. imoo Watch Phone Z1

imoo Watch Phone Z1

ภาพจาก : imoo official store

imoo Watch Phone Z1 นาฬิกาโทรศัพท์สำหรับเด็กที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในประเทศไทยโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ช่วยให้ผู้ปกครองติดต่อและติดตามตำแหน่งลูกได้อย่างสะดวกผ่านระบบระบุตำแหน่ง 7 รูปแบบที่อ้างอิงแผนที่ Google Maps รองรับการโทร วิดีโอคอล และแชทผ่านแอป imoo พร้อมกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลสำหรับถ่ายภาพและวิดีโอคอลแบบเห็นหน้า ตัวเครื่องกันน้ำระดับ IPX8 สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มีโหมดห้ามใช้ขณะเรียน ระบบแจ้งเตือนเมื่อเด็กออกนอกพื้นที่ที่กำหนด และรองรับซิม AIS, DTAC และ True ราคาประมาณ 2,700 บาท

2. Awei Smart Watch

Awei Smart Watch

ภาพจาก : Awei Official Store.Th

Awei Smart Watch นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็กที่รวมฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและการสื่อสารไว้ในเครื่องเดียว รองรับการโทร วิดีโอคอล HD แชทกลุ่มครอบครัว และถ่ายภาพพร้อมซิงค์ขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบระบุตำแหน่ง GPS, Wi-Fi และ LBS ที่ช่วยให้ผู้ปกครองติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ รวมถึงกำหนดพื้นที่ปลอดภัยและรับการแจ้งเตือนเมื่อลูกออกนอกบริเวณที่กำหนดได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่ม SOS สำหรับเหตุฉุกเฉิน โหมดเรียนหนังสือ บล็อกเบอร์แปลกหน้า และเมนูรองรับหลายภาษา ราคาประมาณ 1,600 บาท

3. Kiumo 4G Kids Smartwatch

Kiumo 4G Kids Smartwatch

ภาพจาก : KIUMO Official Store

Kiumo 4G Kids Smartwatch นาฬิกาโทรศัพท์สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี ที่ผสานฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและความบันเทิงไว้ในเครื่องเดียว รองรับการโทรและวิดีโอคอลผ่านเครือข่าย 4G พร้อมระบบติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ด้วย GPS, LBS และ Wi-Fi รวมถึงปุ่ม SOS สำหรับติดต่อผู้ปกครองในกรณีฉุกเฉิน รุ่นกล้องคู่ยังมาพร้อมกล้องหน้าและกล้องหมุนสำหรับถ่ายภาพหรือวิดีโอคอลได้สะดวก อีกทั้งมีโหมดห้ามรบกวนขณะเรียน เกมเสริมทักษะ เครื่องนับก้าว และรองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย ราคาประมาณ 1,099 บาท

4. Mibro Kids Z5/P6

Mibro Kids Z5/P6

ภาพจาก : Mibro Thailand Store

Mibro Kids Z5 และ P6 สมาร์ทวอตช์สำหรับเด็กที่เน้นความปลอดภัยและการติดต่อสื่อสารแบบครบวงจร รองรับการโทรและวิดีโอคอลผ่านเครือข่าย 4G พร้อมกล้องคู่ความละเอียด 2MP และระบบระบุตำแหน่ง 6 ชั้น ทั้ง GPS, GLONASS, Wi-Fi และ LBS ช่วยให้ผู้ปกครองติดตามตำแหน่งลูกได้อย่างแม่นยำตลอดเวลา ทั้งสองรุ่นมีปุ่ม SOS สำหรับเหตุฉุกเฉิน ฟังก์ชันแชทและส่งข้อความภายในครอบครัว รวมถึงการกำหนดโซนปลอดภัยเพื่อแจ้งเตือนเมื่อเด็กออกนอกพื้นที่ที่กำหนด อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ 900mAh ใช้งานได้ยาวนานและตัวเครื่องกันน้ำระดับ 2ATM ราคาประมาณ 1,999-2,990 บาท

5. TrueX Smart Watch For Kid 4G

TrueX Smart Watch For Kid 4G

ภาพจาก : True Official Store

TrueX Smart Watch For Kid 4G นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็กที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการสื่อสาร รองรับการโทรและวิดีโอคอลผ่านเครือข่าย 4G พร้อมกล้อง 2MP สำหรับถ่ายภาพและใช้งานวิดีโอคอลแบบเห็นหน้า มีระบบติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ พร้อมฟังก์ชันกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ตรวจสอบประวัติการเดินทาง และปุ่ม SOS สำหรับเหตุฉุกเฉิน ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 1.4 นิ้ว กันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 รวมถึงโหมดห้องเรียนที่ช่วยลดสิ่งรบกวนระหว่างเรียน ราคาประมาณ 1,290 บาท

6. Xiaomi Smart Kids Watch

Xiaomi Smart Kids Watch

ภาพจาก : Xiaomi Thailand Store

Xiaomi Smart Kids Watch นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ที่ช่วยให้ผู้ปกครองติดต่อและติดตามความปลอดภัยของลูกได้อย่างสะดวก รองรับการโทร วิดีโอคอล และแชทผ่านแอป Xiaomi Kids APP พร้อมกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลสำหรับการสื่อสารแบบเห็นหน้า ระบบระบุตำแหน่ง 7 รูปแบบ ทั้ง GPS, GLONASS, Wi-Fi และ AI Positioning ช่วยติดตามตำแหน่งได้อย่างแม่นยำผ่าน Google Maps นอกจากนี้ยังมีโหมดห้ามใช้ขณะเรียน ฟังก์ชันนับก้าวเดิน นาฬิกาปลุก และแบตเตอรี่ความจุ 900mAh ที่ใช้งานได้ยาวนาน ตัวเรือนมาพร้อมสายนุ่มจากวัสดุ TPSIV ที่สวมใส่สบายและไม่ระคายเคืองผิวเด็ก ราคาประมาณ 3,190 บาท

7. Aolon DF92 4G

Aolon DF92 4G

ภาพจาก : Aolon Official Shop

Aolon DF92 สมาร์ตวอทช์ 4G สำหรับเด็กที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปกครองกับบุตรหลาน มาพร้อมระบบระบุตำแหน่ง 4 รูปแบบ ได้แก่ GPS, WiFi, LBS และ AGPS ช่วยติดตามตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ รองรับการโทร วิดีโอคอล และแชทด้วยเสียงผ่านซิมการ์ด 4G รวมถึงมีปุ่ม SOS สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัย รับการแจ้งเตือนเมื่อเด็กออกนอกบริเวณที่กำหนด และบล็อกสายรบกวนจากบุคคลภายนอกได้ ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 1.69 นิ้ว และแบตเตอรี่ 800mAh ที่ใช้งานได้นานถึง 5-7 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ราคาประมาณ 1,079 บาท

8. HOCO Y106

HOCO Y106

ภาพจาก : HOCO official store

HOCO Y106 นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็กที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD HD ขนาด 1.83 นิ้ว รองรับซิม 4G สำหรับการโทรและวิดีโอคอลได้อย่างสะดวก มีฟังก์ชันติดตามตำแหน่งผ่านระบบ LBS และ WiFi ช่วยให้ผู้ปกครองตรวจสอบตำแหน่งของลูกได้ง่ายขึ้น พร้อมปุ่ม SOS สำหรับติดต่อฉุกเฉิน กล้องในตัวสำหรับถ่ายภาพ และการส่งข้อความ ตัวเครื่องกันน้ำระดับ IPX7 ใช้งานได้ยาวนาน 1-2 วันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งด้วยแบตเตอรี่ความจุ 730mAh อีกทั้งยังรองรับถึง 17 ภาษา ดีไซน์สีสันสดใส น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ราคาประมาณ 879 บาท

9. Bluem Q12/Q19

Bluem Q12/Q19

ภาพจาก : BLUEM

Bluem Q12/Q19 นาฬิกาโทรศัพท์สำหรับเด็กที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ปกครองติดต่อและดูแลลูกได้อย่างใกล้ชิด มาพร้อมหน้าจอ TFT IPS ขนาด 1.3 นิ้ว และกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล รองรับการโทร วิดีโอคอล และถ่ายภาพได้ในตัว ระบบติดตามตำแหน่ง 7 รูปแบบ ทั้ง GPS และ Wi-Fi ช่วยให้ตรวจสอบตำแหน่งของเด็กได้อย่างแม่นยำ พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อออกนอกพื้นที่ที่กำหนด โหมดห้ามใช้ขณะเรียน และการปฏิเสธสายหรือข้อความจากคนแปลกหน้า ตัวเรือนใช้สายนุ่มจากวัสดุซิลิโคนคุณภาพสูง สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ราคาประมาณ 259 บาท

นาฬิกาเด็กโทร.ได้ ถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครองและเสริมความปลอดภัยให้กับเด็กในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งด้านการติดตามตำแหน่ง การสื่อสารผ่านวิดีโอคอล ความทนทาน และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อก็ควรพิจารณาฟังก์ชันให้เหมาะกับอายุและลักษณะการใช้งานของลูก เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มค่าและความสบายใจของคนในครอบครัวมากที่สุดนั่นเอง

บทความแนะนำ Gadget อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
นาฬิกาเด็กโทร.ได้ รุ่นไหนดี ติดตามตำแหน่ง วิดีโอคอลได้ อัปเดตล่าสุด 4 มิถุนายน 2569 เวลา 15:31:01 37,287 อ่าน
TOP