ซื้อครีมกันแดดทั้งที ดูแค่ SPF อาจยังไม่พอ มาดูวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว พร้อมเทคนิคทาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ปกป้องผิวจากทั้ง UVA และ UVB แบบเข้าใจง่าย
แดดเมืองไทยขึ้นชื่อว่าแรงแทบทุกฤดู ไม่ว่าจะออกไปทำงาน เดินทาง ท่องเที่ยว หรือแค่ขับรถไปซื้อของ ผิวก็มีโอกาสสัมผัสรังสี UV ได้ตลอดทั้งวัน หลายคนจึงมี
ครีมกันแดด เป็นไอเทมประจำโต๊ะเครื่องแป้ง แต่รู้หรือไม่ว่า การมีครีมกันแดดอย่างเดียวอาจยังไม่พอ หากเลือกไม่เหมาะกับผิว หรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวลดลงกว่าที่คิด หลายคนมักเลือกครีมกันแดดจากตัวเลข SPF สูง ๆ หรือซื้อเพราะรีวิวดี แต่จริง ๆ แล้วยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันรังสี UVA และ UVB ความแตกต่างระหว่างครีมกันแดดแบบมิเนอรัลกับแบบเคมี รวมถึงการเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง วันนี้เราเลยรวม 8 เคล็ดลับในการเลือกและใช้ครีมกันแดดที่ปลอดภัย มาฝากกันค่ะ รับรองว่าผิวสวยสตรองท้าแดดแน่นอน
8 วิธีเลือกและใช้ครีมกันแดดให้ผิวสวยปลอดภัย
1. เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็น Broad Spectrum
เวลาเลือกครีมกันแดด หลายคนมักมองหาตัวเลข SPF ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหลายแห่งแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป เพราะสามารถช่วยป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคำว่า Broad Spectrum หรือ "ปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB" เพราะรังสีทั้งสองชนิดส่งผลต่อผิวแตกต่างกัน ได้แก่
- UVA แทรกซึมลึก ทำให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวแก่ก่อนวัย
- UVB เป็นสาเหตุหลักของอาการผิวไหม้แดด และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง
ดังนั้น ครีมกันแดดที่ดีควรมีทั้ง SPF 30 ขึ้นไป และระบุว่า Broad Spectrum เพื่อให้ปกป้องผิวได้ครอบคลุมมากกว่า
2. ค่า SPF สูง ไม่ได้แปลว่าอยู่กลางแดดได้นานขึ้น
หลายคนเข้าใจว่า SPF 100 จะป้องกันแดดได้ดีกว่า SPF 30 หลายเท่าตัว แต่ความจริงแล้ว ความแตกต่างของประสิทธิภาพไม่ได้มากอย่างที่คิด ตัวอย่างเช่น
- SPF 30 ป้องกันรังสี UVB ได้ประมาณ 97%
- SPF 50 ป้องกันได้ประมาณ 98%
แม้ตัวเลขจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถอยู่กลางแดดได้นานขึ้น หรือไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำ เพราะประสิทธิภาพของครีมกันแดดจะค่อย ๆ ลดลงจากเหงื่อ การเสียดสี และการสัมผัสน้ำ ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ SPF เท่าไร ก็ควรทาซ้ำตามคำแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
3. เข้าใจความแตกต่างระหว่างครีมกันแดดแบบมิเนอรัลและแบบเคมี
ปัจจุบันครีมกันแดดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งมีจุดเด่นต่างกัน
ครีมกันแดดแบบมิเนอรัล (Mineral Sunscreen)
- ใช้ส่วนผสมอย่าง Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide
- เหมาะกับผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย
- โอกาสระคายเคืองค่อนข้างน้อย
- บางสูตรอาจทิ้งคราบขาวบนผิว
ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen)
- เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย
- เหมาะกับการแต่งหน้าและการใช้ในชีวิตประจำวัน
- มักไม่ทิ้งคราบขาว
- บางคนที่มีผิวไวต่อส่วนผสมอาจเกิดการระคายเคืองได้
ปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ที่ผสมทั้งสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งความสบายผิวและการปกป้องที่ครอบคลุม ดังนั้นควรเลือกจากสภาพผิวและความชอบของแต่ละคนมากกว่าจะตัดสินว่าประเภทใดดีกว่าเสมอไป
4. หากผิวแพ้ง่าย ควรตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ
นอกจากค่า SPF แล้ว การดูรายการส่วนผสมก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือเคยมีประวัติแพ้เครื่องสำอาง ดังนัันก่อนซื้อครีมกันแดด ลองสังเกตข้อมูลบนฉลาก เช่น
- สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin)
- ไม่มีน้ำหอม
- ไม่มีแอลกอฮอล์ (ในผู้ที่ไวต่อแอลกอฮอล์)
- ผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิว (Dermatologically Tested) หากมีการระบุ
สำหรับบางประเทศยังมีการแนะนำให้หลีกเลี่ยงสารกันแดดบางชนิด เช่น Oxybenzone ในบางกลุ่มผู้ใช้ แม้ว่าปัจจุบันยังมีข้อมูลวิจัยที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม และหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศยังคงประเมินความปลอดภัยของส่วนผสมเหล่านี้อยู่ ดังนั้นผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลจากฉลากผลิตภัณฑ์ และเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
5. เลือกครีมกันแดดกันน้ำ หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเล่นกีฬา
ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกาย ชอบเที่ยวทะเล เดินป่า หรือทำงานกลางแจ้ง ครีมกันแดดสูตร กันน้ำ (Water Resistant) ถือเป็นตัวช่วยที่ควรมีติดกระเป๋า เพราะสามารถคงประสิทธิภาพได้ดีกว่าเมื่อเจอเหงื่อหรือโดนน้ำ
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าครีมกันแดดกันน้ำคือ "ทาแล้วไม่ต้องเติม" ซึ่งความจริงไม่ใช่แบบนั้น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะระบุว่า กันน้ำ 40 นาที หรือ กันน้ำ 80 นาที หมายความว่า หลังจากผ่านระยะเวลาดังกล่าว หรือเมื่อว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนู ก็ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุกครั้ง เพื่อให้การปกป้องยังมีประสิทธิภาพ
สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในเมือง แม้จะไม่ได้ลงสระหรือไปทะเล แต่ถ้าต้องเดินกลางแจ้งเป็นประจำ หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย สูตรกันน้ำก็ช่วยให้ครีมกันแดดติดผิวได้ดียิ่งขึ้น
6. เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ใช้ทุกวันก็สบายผิวกว่า
ครีมกันแดดไม่มีสูตรเดียวที่เหมาะกับทุกคน การเลือกให้ตรงกับสภาพผิวจะช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง และลดโอกาสเกิดปัญหาผิวตามมา
| สภาพผิว |
แนะนำให้เลือก |
| ผิวมัน |
เนื้อเจล ฟลูอิด หรือสูตร Oil Free และ Non-Comedogenic |
| ผิวแห้ง |
สูตรครีมหรือโลชั่นที่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น |
| ผิวผสม |
เนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ |
| ผิวแพ้ง่าย |
สูตรมิเนอรัล ไม่มีน้ำหอม และลดส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคือง |
| ผิวเป็นสิวง่าย |
สูตรไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic) และเนื้อบางเบา |
หากเพิ่งเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ หรือไม่แน่ใจว่าผิวจะตอบสนองอย่างไร อาจลองทาบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้งานทั่วใบหน้า เพื่อสังเกตอาการระคายเคืองในช่วงแรก
7. ใช้ครีมกันแดดให้ถูกปริมาณ และอย่าลืมทาซ้ำ
ต่อให้เลือกครีมกันแดดราคาแพงหรือมีค่า SPF สูง แต่ถ้าทาน้อยเกินไป ก็อาจได้รับการปกป้องไม่เต็มประสิทธิภาพ สำหรับการใช้งานทั่วไป มีคำแนะนำดังนี้
- สำหรับใบหน้าและลำคอ: ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือราว 1 ช้อนชา
- สำหรับทั่วร่างกาย: ประมาณ 30 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 แก้วช็อต
นอกจากนี้ยังควร ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที หรือทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หากอยู่กลางแจ้ง และหากว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัว ควรทาซ้ำทันที แม้ว่าจะเป็นสูตรกันน้ำก็ตาม
อีกเรื่องที่หลายคนมักลืมคือการทาให้ครบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น ใบหู หลังคอ หนังศีรษะ (สำหรับผู้ที่ผมบาง) หลังมือ หลังเท้า และริมฝีปาก (ใช้ลิปบาล์มที่มี SPF) เพราะบริเวณเหล่านี้ก็สามารถถูกแสงแดดทำร้ายได้เช่นเดียวกับใบหน้า
8. ครีมกันแดดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปกป้องผิวจากแสงแดด
แม้ครีมกันแดดจะเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% ดังนั้นการดูแลผิวจากแสงแดดควรทำควบคู่กับวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น
- สวมหมวกปีกกว้าง
- ใส่เสื้อแขนยาวหรือเสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันรังสี UV
- สวมแว่นกันแดดที่ได้มาตรฐาน
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงประมาณ 10.00-16.00 น.
- หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรหาที่ร่มเป็นระยะ
การป้องกันหลายวิธีร่วมกัน จะช่วยลดการสะสมของรังสี UV และลดความเสี่ยงของปัญหาผิวในระยะยาวได้ดีกว่าการพึ่งครีมกันแดดเพียงอย่างเดียว
การมีผิวสวยสุขภาพดีเริ่มต้นจากการปกป้องที่ดี การเลือกครีมกันแดดที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการกันทั้งรังสี UVA และ UVB (Broad-Spectrum) ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ถือเป็นอาวุธสำคัญที่คุณต้องหยิบมาใช้ในทุก ๆ เช้าไม่ว่าจะวันฝนตกหรือแดดออก และอย่าลืมใส่ใจเรื่องปริมาณในการทาให้เพียงพอ รวมถึงเลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์แบบและห่างไกลจากปัญหาผิวในระยะยาว
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง