ซี ศิวัฒน์ เปิดหมดเปลือก ชีวิตคู่ 21 ปี กับ เอมี่ ตอบชัดอยากมีลูกไหม ?

          ซี ศิวัฒน์ เปิดหมดเปลือก ชีวิตคู่ 21 ปี กับเอมี่ พร้อมเผยแผนชีวิตบั้นปลาย และคำตอบเรื่องมีลูกหลังเห่อหลานหนักมาก 
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

          ซี ศิวัฒน์ นักแสดงมากความสามารถ วันนี้เห่อหลานสาว น้องเจมม่า วัย 1 ขวบ ครึ่งหนักมาก หรือเปลี่ยนใจอยากมีลูกแล้ว ? พร้อมเม้าธ์ภรรยา เอมี่ กลิ่นประทุม ดื่มเก่งจนได้ดี  ใช้ชีวิตคู่ 21 ปี มีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน ถึงขั้นเดินออกจากรายการก็มีมาแล้ว พร้อมเผยเส้นทางการเป็นพิธีกรผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

หล่อขึ้น ?

          ซี ศิวัฒน์ : ทำมาหมาด  ๆ หัตถการมีเท่าไหร่ ทำไปให้หมดเลย (หัวเราะ)

ชีวิตมีความสุขมาก มีหลานสาวชื่อว่าน้องเจมม่า ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านเลย ?

          ซี ศิวัฒน์ : จริง ๆ ผมก็มีหลานเหมือนกัน แต่นี่เป็นความใกล้ชิดที่ค่อนข้างมากกว่าปกติ ลูกพี่ชายผมก็จะอยู่ที่ใต้ เราไม่ได้มีโอกาส แต่เจมม่าเราได้เห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด อยู่ด้วยกันก็มีความใกล้ชิด เพราะพี่มี่สนิทน้องชาย ผมเห็นแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในโลก แม้ว่าไม่ใช่ของเราเองก็ตาม ทำไมเด็กคนนี้มันคืออะไร ทำไมเรามองเขาได้ทั้งวัน

อาจเพราะไม่ได้มีลูก พอเขาเข้ามาแล้วก็เติมเต็ม ?

          ซี ศิวัฒน์ : ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีเป็นของตัวเอง ผมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เมื่อก่อนผมชอบปลาคาร์ฟ ผมก็นั่งมองปลาคาร์ฟได้สองสามชม. แต่ผมก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน ผมมองหน้าหลานแล้วน่ารักไปหมด ไม่รู้จะอธิบายยังไง จะเอาอะไรบอกมาเลยลูก เป็นของขวัญที่ไม่รู้ว่าพระเจ้าหรือเทวดาให้มา เราก็ให้พ่อแม่เขามาอยู่บ้านเราเลย ห้องที่ทำก็ทำให้หลาน ให้พ่อแม่เขาอยู่เลย ไม่ได้อยากพลาดสักช่วงเวลาไหนเลย เพราะเขาโตเร็วมาก เติบโตวันต่อวันเลย ไม่อยากพลาด

ดูพร้อมมาก ?

          ซี ศิวัฒน์ : พร้อมมาก มีอย่างเดียวคือไม่มีลูกเอง อย่างอื่นได้หมดเลย
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

ทำไมถึงไม่มีลูกเองไปซะเลย ?

          ซี ศิวัฒน์ : คุยกันแล้ว จริง ๆ ผมเคยพูดหลายรายการ ผมรู้สึกว่าความอยากเราอยากมีลูกอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่ใช่ว่าอยากแล้วทุกอย่างมันจบ คนเป็นพ่อสบายกว่าคนเป็นแม่เยอะ แม่ต้องรับภาระหลาย ๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากผลักภาระให้ภรรยา ไม่ใช่บอกว่าอยากมีลูก ๆ แล้วจบกัน มีลูกให้หน่อย สำหรับมุมผม ผมรู้สึกว่าเราเหมือนผลักภาระให้เขาคนเดียว เราก็จะเป็นคุณพ่อที่สปอยลูก แค่เล่นแล้วออกไปทำงาน แต่คุณแม่เขาต้องอุ้มท้องไม่พอ ต้องดูแลรับภาระอะไรหลาย ๆ 

          อย่างฉะนั้นผมจะไม่ยอมผลักภาระเหล่านี้ให้เขา ถ้าเขาไม่พร้อมจริง ๆ ครอบครัวที่มีความสุข หรืออยู่กันสมบูรณ์แบบไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ การที่เราอยู่กันสองผัวเมียแล้วได้เห็นหลาน ผมก็มีความสุข ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมเจอจุดที่มีความสุขที่สุดได้แล้วนะ เนื่องจากว่าด้วยผมไม่ใช่พ่อแม่เขา หลานมาอยู่บ้านผม ผมไม่มีหน้าที่เลี้ยงเขาให้เป็นคนดี แต่มีหน้าที่เอาความสุขจากหลาน หน้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คือหน้าที่พ่อแม่เขา ผมมีหน้าที่เอาความสุขอย่างเดียว ผมอยากเล่นกับหลานเมื่อไหร่ผมก็ไปเล่น

ได้ความสุขกับหลานปุ๊บ เราก็อุ้มไปคืนแม่เขา ?

          ซี ศิวัฒน์ : ใช่ พี่ไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่ พี่ดูแล มีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ พี่ก็ต้องมีสิทธิ์เอาความสุขจากหลานตัวเอง พี่อยากเล่นพี่อยากกอด พี่อยากอุ้ม อยากพาไปไหน มันเป็นสิทธิ์ของพี่ แล้วพี่มี่ก็เป็นอย่างนั้น เราสองคนมีความสุขได้อย่างเต็มที่ พี่รู้สึกว่าเขามาเติมเต็มให้ครอบครัว เขารวมคุณปู่คุณย่าคุณตา เขารวมทุกคนมา แล้วกลับมาปุ๊บ แค่เขามองหน้าแล้วยิ้มกับเรา เด็กบ้าอะไรโคตรน่ารักเลย

อยากลองคุยใหม่อีกรอบมั้ย พอมีเด็กมาอยู่ในบ้าน ความคิดอาจเปลี่ยนไป ?

          ซี ศิวัฒน์ : ไม่จำเป็นเลยครับ ไม่ต้องคุยเลย ผมกับพี่มี่ตกลงชัดเจนอยู่แล้ว เราก็มีความสุขแบบนี้ คิดดูตอนนี้ผม 44 ถ้าลูกผมอายุ 18 ผมอายุเท่าไหร่แล้ว ลูกผมรับปริญญา ผมไม่นั่งรถเข็นแล้วเหรอ ทรมาน วันนี้ผมจะไปไหนกับเมียผม ผมจะไปปาร์ตี้ พี่ก็รู้เมียผมเวลาปึ้งป้าง ๆ ไม่ต้องห่วงใครแล้ว เราก็มีความสุข ไม่ต้องกลับมาจุดนั้นแล้ว
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

กว่าจะตัดสินใจถึงจุดนี้ไม่มีแล้วแน่นอน คุยกันกี่รอบ ?

          ซี ศิวัฒน์ : แย็ป ๆ หลายรอบ แต่คุยจริง ๆ ประมาณรอบสองรอบ เราคุยกันว่าโอเคยู จริง ๆ ใช่มั้ย เขาบอกจริง ๆ ผมก็ต้องมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าต่อไปยังไงดี เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขในชีวิตผมไม่จำเป็นต้องเป็นลูกไง การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักที่สุด ก็คือเขา ฉะนั้นอะไรที่เป็นความสุข ผมก็มีความสุขได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นความเห็นแก่ตัว ตั้งเป้าว่า เฮ้ย ทำไมไม่มีลูกให้ ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่แฟร์

คุยกันยาวจนถึงวัยแก่แล้วนะ แพลนวัยชรา จะไปอยู่ที่ไหนกัน ?

          ซี ศิวัฒน์ : ก็ไม่รู้ครับ ผมว่าเวลเนสดี ๆ ในประเทศไทยก็มีเยอะนะครับ ก็มอง ๆ ไว้หลายที่เหมือนกัน เอาจริง ๆ ผมไม่เคยคิดจะให้ลูกหลานเลี้ยงดูผมอยู่แล้วนะ จะบอกให้ว่าโคตรดีเลย คอมมูนิตี้ดี มีรพ.อยู่ในนั้น อะไรดีหมด เราก็วางแผนล่วงหน้าไว้เลย สุดท้ายเราแก่ตัวไป สมบัติที่สร้างไว้จะเก็บไว้ทำไม ให้ลูกหลานไปสิ คุณอย่าตีกันก็แล้วกัน ผมสร้างให้แล้ว ผมมีสมบัติ รายได้ในตอนแก่แน่นอนวางแพลนเอาไว้ เราเอาไปใช้สองผัวเมีย จะใช้สักเท่าไหร่ ลูกหลานใครอยากเอาไปก็เอาไปเลย

แต่งงานกันมา 21 ปี ?

          ซี ศิวัฒน์ : อยู่ด้วยกัน 21 ปี แต่แต่งประมาณ 8-9 ปี คบกัน 12 เปล่า จำไม่ได้ เมียด่าผมตลอด เอารวม ๆ แล้ว 21 ปี คบกันตอน 23-24

เถียงกันทุกวัน ทะเลาะคอนเทนต์หรือทะเลาะจริง ?

          ซี ศิวัฒน์ : ทะเลาะจริงครับ ไลฟ์ก็ทะเลาะกันตลอด เราเป็นทุกอย่างให้กัน เราไม่ใช่แค่สามีภรรยา เราเป็นเพื่อนกันด้วย เป็นเจ้าของบริษัทด้วย เราเป็นเพื่อนสาวกันด้วย หมายถึงเราคุยกันได้ทุกเรื่อง วันนี้แต่งสวยมั้ย รูดซิปหน่อยแบบนี้โอเคมั้ย เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เราไม่ได้มีหมวกแค่หมวกเดียว เรามีหมวกหลายใบ ปนกันไปหมด เป็นผัวเมียกันด้วย เพื่อนด้วย เจ้าของบริษัทด้วย มันเลยทำให้บรรยากาศในการทำงานค่อนข้างรวม ๆ กัน เหมือนพุฒ-จุ๋ยทำงาน ปกติก็คุยเล่นกัน แต่พอเวลาทำงานก็ไปอีกเวลนึง ก็เป็นแบบนั้น

ซีเคยพูดว่าชีวิตคู่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ความอดทนก็ต่ำไปเรื่อย ๆ ความหมายจริง ๆ คืออะไร ?

          ซี ศิวัฒน์ : ต้องเล่าก่อน หลายคนบอกอยู่ไปเรื่อย ๆ มันจะง่ายขึ้น สมัยก่อนเป็นอย่างนั้น แต่สมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน ด้วยความที่โซเชียลมีเดียก็มา เรามีความอินดิเพนเดนต์มากขึ้น ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ทีนี้ยิ่งอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ มันจะยากขึ้น เพราะอีโก้คนเราจะแสดงออกกับคนใกล้ตัวมากที่สุด เราจะให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนใกล้ตัว มันจะยากก็ต่อเมื่อคุณลืมบางสิ่งบางอย่าง คนที่คุณควรแคร์ที่สุดคือคนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะดีจะเลว คน ๆ นี้จะอยู่ข้าง ๆ คุณ พอคนมันลืมตัว อคติตจะเพิ่มขึ้น  ความเกรงใจจะน้อยลง พอเป็นแบบนั้นมันจะยากขึ้น เพราะว่าเขาจะทำแบบนั้นซ้ำ ๆ พรุ่งนี้กินไร กินอันนี้ก็ได้ อีกแล้วเหรอ เปลี่ยนอย่างอื่นได้มั้ย ถ้าเราทำแบบนี้ปกติ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สำหรับคนหมดรักแล้ว ที่ไม่มีความเกรงใจแล้ว อะไรนิดหน่อยก็จะรำคาญกัน ฉะนั้นในมุมผม สำหรับคนสมัยนี้ ยิ่งอยู่กันไปนาน ๆ ผมว่ายิ่งยากขึ้น ฉะนั้นต้องไม่ลืมจุดเริ่มต้นของกันและกันว่าการเดินทางความรักของเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ มันต้องดูแลหัวใจซึ่งกันและกัน เรื่องเล็กน้อย การบอกรัก การสัมผัส การฟัง ก็ควรที่จะไม่ลืม คุณไม่ควรให้ความสำคัญคนอื่นมากไปกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

เอารางวัลสามีแห่งชาติดีเด่นไปเลย ?

          ซี ศิวัฒน์ : พูดตรง ๆ ว่าผมก็ยังตีกับเมียทุกวัน

ผู้ชายมีหลายประเภท อย่างซีเข้าใจ และทำ พยายามทำ พยายามแก้ไขมัน แต่มีอีกบางประเภท ให้พูดอีกล้านรอบ บอกว่าเข้าใจแต่ไม่ทำ ?

          ซี ศิวัฒน์ : ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น คุณไม่สมควรอยู่กับใครเลย ถ้าคุณเป็นคนพูดว่าเข้าใจ แต่ลึก ๆ ในใจไม่ต้องการเข้าใจใครหรือพยายามเปลี่ยนเลย ขอบคุณที่ชมนะครับ แต่ผมเมื่อ 21 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้ คนละคนกันเลย มันเกิดจากการแก้ไข ประสบการณ์การเดินทางของเราสองคน ที่เราไม่เคยหยุดแก้กันเลย

ไม่เคยปล่อยมือกัน ?

          ซี ศิวัฒน์ : ถูกต้อง ผมมีทั้งช่วงดีและช่วงเลวที่สุดเหมือนกัน แต่ว่าเรายังเปิดโอกาส ให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมว่าคนเราเปลี่ยนไม่ได้หรอก เรายังมีสันดานยังไงก็เป็นอย่างนั้น แต่เราเลือกที่จะปรับ จะเปลี่ยน ถ้าเราจะใช้ชีวิตคู่กับพาร์ตเนอร์ของเราไปตลอดชีวิต คำว่าคู่มันไม่ใช่เราคนเดียวไง คำว่าคู่คือมีเขาด้วย บางคนประกาศเมื่อไหร่จะมีรักแท้สักทีวะ แต่ลืมไปหรือเปล่า ตัวเราเองก็ต้องเป็นรักแท้ให้เขาด้วยนะ

ในไลฟ์ทะเลาะกันบ่อย ๆ คอนเฟิร์มว่าทะเลาะกันจริง ๆ บางไลฟ์พี่มี่อยู่ดี ๆ ก็งอน ลุกออกจากรายการไปเลย ?

          ซี ศิวัฒน์ : ไม่ใช่งอน เขาจะมีวิธีการจัดการกับความโกรธตัวเองแตกต่างกัน พี่มี่จะเก็บไม่ค่อยดีนัก พี่จะเก็บได้มากกว่า แต่วิธีการเขาที่เราโอเค คือเขาจะฮึบนิดนึง แล้วก็กลับมาก็ทิ้งเลย แต่ต้องผ่านการฝึกมาพอสมควรนะ (หัวเราะ) เราสองคนทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่เราไม่เล่นเกมซึ่งกันและกัน การทะเลาะกันคือการที่เราสองคนร่วมกันทำงาน มีความคิดเห็นที่ต่างกัน เพราะเราทำงาน เราไม่เล่นเกม เขาไม่เล่นเกม สมมติผมทะเลาะกับพี่หนิง จะไม่เล่นเกมด้วยการพูดแดกดันทำหน้าตึง เราแสดงออกว่าเราไม่พอใจแต่ต่างคนต่างเข้าใจว่าเป้าเรา เราต้องการไปที่จุดหมายปลายทางที่ดีทั้งคู่ ฉะนั้นเราอาจมีบางอย่างที่มีอีโก้บ้าง ทำไมต้อฟึดฟัดต่อหน้าทีมงาน ทีมงานผมอึ้งหลายรอบนะ แต่ที่อึ้งยิ่งกว่าทะเลาะกันเสร็จปุ๊บ 5 วิ หายเลย แล้วผมไม่ได้โกหก ผมเป็นแบบนี้จริง ๆ เราต้องเข้าใจก่อนสิ่งที่อีโก้ใส่กัน มันไม่มีใครได้ประโยชน์เลย อีโก้เราคือต้องชนะเขาให้ได้ สมมติชนะกันเขาร้องไห้ ถามว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่คุณรักเหรอ คุณต้องการอะไร คุณได้ธงมั้ย คุณได้บ้านหรือได้ที่ดินมั้ย มันไม่ได้อะไรเลย ฉะนั้นถ้าเกิดคนที่คุณรัก เขาแพ้คนมาทั้งโลก แล้วถ้าเกิดเขาจะชนะเรา มันจะเป็นอะไร มันไม่เป็นอะไร
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

ชีวิตตกตะกอนหลาย ๆ เรื่อง จุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ความคิดเปลี่ยน คือช่วงมาเป็นพิธีกร ?

          ซี ศิวัฒน์ : น่าจะเป็นสิ่งสำคัญเลย มันเปลี่ยนคือการเป็นพิธีกร เราต้องฟังมากกว่าพูด พอเราได้ฟัง แปลว่าเราจะได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตคนมาก ผมว่าพิธีกรเป็นอาชีพเดียวในโลกเลยนะสำหรับผม ที่จะทำให้เราได้พบปะผู้คน ได้พบปะประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือเรื่องราวชีวิตที่ผ่านฟีลเตอร์ที่เขากลั่นกรองมาให้เราแล้ว ภายในเวลา 1 ชม.ทั้งชีวิตของเขาเลยนะ แล้วชีวิตเขาถูกกรองมาแล้ว เราจะได้รับแต่สิ่งดี ๆ ทั้งนั้นที่เราสามารถนำมาใช้กับชีวิตของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นพิธีกรผมเชื่อว่าเป็นอาชีพเดียวที่ทั้งเลี้ยงชีวิตเราด้วย และสร้างชีวิตเราด้วย เลี้ยงชีวิตคือให้รายได้ สร้างชีวิตคือพอเราได้คุยกับคนเยอะขึ้น เราได้เจอคนดี ๆ มันสร้างชีวิตเราคือทำให้เรากลายเป็นคนดีขึ้นไปในตัวด้วย มันไม่มีใครหรอก คุยกับคนดีแล้วจะกลายเป็นคนชั่วมากขึ้น หรือเวลาเราทำพิธีกร เราอยากให้กำลังใจเขา

          แต่พอเรื่องราวเขากลับเป็นอินสไปร์เห็นมั้ยเรามีแต่กำไร ไม่มีขาดทุนเลย ก็เลยทำให้เราได้คิดมากขึ้นได้โตขึ้น เพราะพิธีกรต้องอ่านหนังสือต้องดูข่าว มีความรู้รอบตัว ฟังคนเยอะ ๆ ฟังเรื่องราวผม บางคนอาจคิดว่าจริงเปล่า ก็แล้วแต่เลย แต่อยากบอกว่าผมไม่ใช่กูรูชีวิตคู่นะ ผมพูดในมุมมองชีวิตผมที่ผมเดินทางด้วยกันมา ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ผมทำถูก แล้วคุณเอาไปทำแล้วมันจะใช่ คุณต้องรู้วิธีการดีลกับคนของคุณ สิ่งสำคัญคือไม่สมควรมีการเปรียบเทียบนะ ดูเขาสิ เขาทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำบ้าง อย่าทำ เพราะถ้าคุณเห็นคนอื่นดีกว่า คุณไม่ควรอยู่กับคนนี้ คุณควรไปอยู่กับอีกคนนึง ถูกมั้ย ฉะนั้นคุณควรเปิดโอกาสให้กันและกัน ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ เดินทางไปด้วยกัน แค่นั้นเอง

เป็นคนที่ถูกกล่าวขานในวงการพิธีกรมาก ๆ คือได้ทำงานแทนพี่ตา ปัญญา ?

          ซี ศิวัฒน์ : จริง ๆ ไม่ขนาดนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมเพิ่งเดินเข้าไปในบริษัทเวิร์คพ้อยท์ แล้วผมบอกว่าผมอยากเป็นพิธีกรที่เก่งกว่านี้ ผมไม่ได้มองที่อื่นเลย ผมรู้สึกว่าเวิร์คพ้อยท์คือที่เดียวที่จะพัฒนาให้ผมผมพัฒนาตัวเองในแง่มุมพิธีกรมากกว่านี้ได้ ผมก็มาของผมแบบนี้ ตอนนั้นเวิร์คพ้อยท์เขามีรายการอะไรให้ผมทำ ผมทำทุกอย่างเลย เพราะผมไม่ได้เอาอะไรมาเลย ไม่ได้เอาความเป็นพระเอกดาราที่อยู่ในวงการมานาน  ไม่เอาอะไรไปเลย แค่เคยทำรายการจันทร์พันดาวมาแล้วผมชอบ ที่นี่ส่งรายการอะไรมา ผมรับหมดเลย ตอนได้มีโอกาสไปทำรายการชิงร้อยชิงล้าน หลายคนบอกว่าเฮ้ย จะโดนเปรียบเทียบหรือเปล่า กังวลอะไรมั้ย ผมตั้งมายด์เซ็ตตัวเองไว้ว่า คนเราจะเก่งได้ ต้องทำเยอะ ๆ อย่ารู้เยอะ ทำเยอะ ๆ เดี๋ยวเก่งเอง เปรียบเทียบไปเลย ทุกคนมีสิทธิ์เปรียบเทียบ แต่เป้าของผม การที่ผมจะเก่งได้ ผมต้องไปอยู่กับคนเก่งเท่านั้น แล้วผมจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปทำงานกับพี่ใหญ่ของเรา พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อแทนพี่ตา ไม่มีใครในโลกนี้สามารถแทนกันและกันได้ ผมไม่สามารถแทนพี่ตา ซึ่งอยู่วงการมาโดยเฉพาะชิงร้อยชิงล้าน ผมไม่มีเป้าไปแทนพี่ตา แต่อย่างน้อยหน้าที่ของผมคือผมจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการชิงร้อย ในฐานะซี ศิวัฒน์ซึ่งก็ไม่มีใครไปแทนผมได้เช่นเดียวกัน

คำว่าดื่มจนได้ดี คือยังไง ?

          ซี ศิวัฒน์ : จริง ๆ ผิดนะ คนที่ดื่มจนได้ดีคือเมียพี่ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่มี่เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกกันตนาแล้ว แต่คนไม่รู้ว่าเขาเป็นสายนี้ เมื่อก่อนเราปิดกล้องเราก็ไปรวมตัวกัน เจอกัน แต่เมื่อก่อนไม่มีโซเชียลมีเดีย

เขาดื่มแต่ไม่ได้เละเทะ ?

          ซี ศิวัฒน์ : เละ เอามาจากไหนไม่เละ เขาปีนโต๊ะ แปลงร่าง เมียพี่เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนรู้ว่าเมียพี่โทษนะเขาเป็นคนกวนตีx พี่เห็นมาเป็นสิบปี ยี่สิบกว่าปี ก็อยากให้คนอื่นได้เห็นด้วย พอมีโซเชียลมีเดียทุกคนก็ได้เห็น จริง ๆ นางไม่เคยเปลี่ยนนะ นางเป็นแบบนี้มานานแล้ว
ซี ศิวัฒน์ ในคุยแซ่บshow

ร่างนึงที่ซีเห็นมาตลอด แต่คนไม่เคยเห็น ?

          ซี ศิวัฒน์ : ใช่ พอมาถึงยุคนี้เขาไปไหน คนก็จะแบบ อุ้ยแม่มา พี่มี่ ๆ เชื่อมั้ย เวลาไปร้านที่อื่น เมียผมไม่เสียเงินสักบาท เพราะทุกคนพร้อมเลี้ยงเมียผม (หัวเราะ) นางสายดื่ม นางก็จะเอ็นเต็มที่ 

แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 21 ปี ไม่ค่อยได้เห็นบอกรักกันสักเท่าไหร่ ?

          ซี ศิวัฒน์ : จริง ๆ บอกรักเมียตลอดนะ เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกใบนี้คือความไม่แน่นอนเลย พี่สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไป วันนี้สิ่งที่โหยหาที่สุดคืออยากให้เขาอยู่กับเราตรงนี้ ฉะนั้นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนะครับ บอกรักคนที่คุณรักทุกวัน รักนะจ๊ะเมียจ๋า 
          ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama    
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ซี ศิวัฒน์ เปิดหมดเปลือก ชีวิตคู่ 21 ปี กับ เอมี่ ตอบชัดอยากมีลูกไหม ? โพสต์เมื่อ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 11:58:07 6,851 อ่าน
TOP
x close