เปิดประวัติและเส้นทางชีวิตนักการเมืองคนดัง ฉลอง เรี่ยวแรง เจ้าของฉายา หลอง งูเห่า ผ่านเส้นทางการเมืองมาแล้วหลายสนามและหลายพรรค ตั้งแต่ สส.นนทบุรี การเมืองระดับชาติ ไปจนถึงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนชื่อของเขาจะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังเกิดเหตุยิงภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ว่าแต่ ฉลอง เรี่ยวแรง ประวัติคือใคร ?
อ่านข่าว : ด่วน ! ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. นนทบุรี บุกยิx พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี
เปิดประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง นักการเมืองหลายสมัยแห่งเมืองนนท์
สำหรับ ฉลอง เรี่ยวแรง ประวัติเกิดวันที่ 18 ก.พ. 2498 ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตรบัณฑิต จากสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และระดับปริญญาโท สาขาศิลปศาสตร์ด้านพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เส้นทางการเมืองของ ฉลอง เรี่ยวแรง เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ก่อนก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สส.นนทบุรี ครั้งแรกในปี 2539 ในนามพรรคประชากรไทย
จากนั้นเส้นทางการเมืองของเขาผ่านการย้ายพรรคมาแล้วหลายครั้ง โดยในการเลือกตั้งปี 2544 ฉลอง เรี่ยวแรง สังกัดพรรคชาติพัฒนา แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนย้ายเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2548 และได้รับเลือกกลับมาเป็น สส. อีกครั้ง
ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2550 ฉลอง เรี่ยวแรง ลงสมัครในนามพรรคประชาราช แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนกลับมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 2554 และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.อีกครั้ง นับเป็นสมัยที่ 3
นอกจากตำแหน่ง สส. แล้ว ฉลอง เรี่ยวแรง ยังเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกหลายบทบาท ทั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อุไรวรรณ เทียนทอง
ภาพจาก bhumjaithai.com
ฉลอง เรี่ยวแรง กับที่มาฉายา หลอง งูเห่า
ชื่อของ ฉลอง เรี่ยวแรง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากฉายา หลอง งูเห่า ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์ทางการเมืองช่วงปลายปี 2540 เมื่อเขาเป็นหนึ่งในกลุ่ม สส. ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคประชากรไทย และหันไปสนับสนุน นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นอกจาก หลอง งูเห่า แล้ว ฉลอง เรี่ยวแรง ยังเคยได้รับฉายา หลอง ซีดี จากกรณีที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักใน จ.นนทบุรี แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย
ฉลอง เรี่ยวแรง จากการเมืองระดับชาติ สู่สนาม อบจ.นนทบุรี
หลังผ่านการเมืองระดับชาติและการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองหลายครั้ง ฉลอง เรี่ยวแรง ยังคงมีบทบาทในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยในการเลือกตั้งปี 2562 ได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แม้ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ต่อมา ครม. มีมติเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2562 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ปี 2563 ฉลอง เรี่ยวแรง หันเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในนามกลุ่มพลังนนท์
การเลือกตั้งครั้งนั้นมีผู้สมัคร 3 ราย โดย ฉลอง เรี่ยวแรง ได้หมายเลข 2 ขณะที่นายไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ได้หมายเลข 1 และ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ได้หมายเลข 3
ภาพจาก bhumjaithai.com
ฉลอง เรี่ยวแรง ยกครอบครัวซบภูมิใจไทย
อิทธิพลทางการเมืองของ ฉลอง เรี่ยวแรง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเขาเอง แต่ยังมีสมาชิกในครอบครัวเข้ามามีบทบาททางการเมืองในพื้นที่นนทบุรี โดยภริยาเคยเป็น สส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ และอดีตสมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี ขณะที่บุตรสาวและญาติพี่น้องบางส่วนก็เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในนามกลุ่มพลังนนท์ในหลายพื้นที่
กระทั่งเดือน ก.พ. 2566 ฉลอง เรี่ยวแรง และครอบครัวตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยได้รับการต้อนรับจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคในขณะนั้น โดย ฉลอง เรี่ยวแรง ให้เหตุผลว่า ชื่นชอบแนวนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค รวมถึงประทับใจแนวทางการทำงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ฉลอง เรี่ยวแรง เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลคดีบัญชีทรัพย์สิน
นอกจากบทบาททางการเมืองแล้ว ฉลอง เรี่ยวแรง ยังเคยเผชิญประเด็นทางกฎหมาย โดยในปี 2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลกรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่ง สส.
ข้อมูลที่ปรากฏระบุว่า ในขณะนั้น ฉลอง เรี่ยวแรง แจ้งว่ามีทรัพย์สินประมาณ 27 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้สินเกือบ 100 ล้านบาท
ฉลอง เรี่ยวแรง ปมขัดแย้งเมืองนนท์ สู่เหตุยิงใน อบจ.
ภาพจาก bhumjaithai.com






