Showing posts with label ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky). Show all posts
Showing posts with label ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky). Show all posts

Tuesday, August 19, 2014

ลักษณะนิสัยของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้






อุปนิสัย 
เป็นสุนัขที่มีความเฉียวฉาด อารมณ์ดี ตื่นตัวตลอดเวลา กระโดดโลดเต้น ขี้เล่น สนใจสิ่งแปลกใหม่ โดยถ้าเปรียบเทียบแล้ว ไซบีเรียน ฮัสกี้ ก็ไม่ต่างกับเด็กเล็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ยังเป็นสุนัขนักประชาสัมพันธ์ ชอบที่จะแจกมิตรไปทั่ว ดังนั้นหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน มันก็พร้อมที่จะทักทายประหนึ่งเหมือนเคยรู้จักกันมานาน ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงไม่เหมาะสมกับการเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน แม้ว่าลักษณะภายนอกจะดูสง่างาม น่าเกรงขาม น่ากลัว แต่โดยเนื้อแท้แล้วเป็นสุนัขใจดี ขี้เล่นเป็นที่สุด 

 
สัญชาตญาณนักล่า 
สัญชาตญาณจับสัตว์อื่นเป็นอาหารในสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้นั้นมีมาก พวกมันมีความรวดเร็ว และฉลาดแกมโกงในเกมการล่าอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องมีความระมัดระวังสัตว์เล็กๆ ที่อยู่ในบ้านและรอบบ้าน เช่น กระรอก กระต่าย นก หนูตะเภา และน้องแมว ซึ่งอาจจะตกเป็นเหยื่อให้กับสัญชาตญาณการล่าของพวกมัน 

 
การกระโดด โลดเต้น 
ไซบีเรียน ฮัสกี้ โดยเฉพาะอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป มักจะชอบกระโดดโลดเต้น ควบวิ่ง โถมใส่ มันเป้นสุนัขที่มีพลังเหลือเฟือ ชอบเล่นแรงๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะคำนวณพลังของตัวเองไม่ถูก ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวของต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงคนที่อยู่ในบ้านด้วย ดังนั้นหากมีเด็กเล็กๆ หรือคนแก่อยู่ภายในบ้าน ก็คงระวังเป็นอย่างยิ่ง 

 
ความดื้อรั้น 
ไซ บีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขที่มีความคิดเป็นอิสระ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง พวกมันมีความดื้อรั้นพอสมควร และมีสัญชาตญาณของการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทั้งยังต้องการจะประกาศตัวเองเป็นจ่าฝูง ดังนั้นหากต้องการจะฝึกสุนัขพันธุ์นี้ให้ทำตามคำสั่งแล้วละก็ จะต้องแสดงให้พวกมันรู้และยอมรับว่าเราเป็นจ่าฝูงของพวกมัน และสิ่งที่เราสั่งให้มันทำเป็นสิ่งที่พวกมันต้องทำจริง

แหล่งที่มา  http://www.moemay.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, April 22, 2014

ทำไม ไซบีเรียน ฮัสกี้ ไม่ค่อยเชื่อฟัง และกินยาก




          เป็นปัญหาที่คนเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้ ส่วนใหญ่จะพบเจอและปวดหัวกันมากที่สุด และส่วนใหญ่หาทางออกกันไม่ได้ หรือแก้ไขกันด้วยวิธีที่ผิด อันจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมในทางลบให้กับสุนัขแทน

          ท้าวความถึงต้นกำเนิดของไซบีเรียน ฮัสกี้นั้น เดิมถูกใช้เป็นสุนัขลากเลื่อนในเขตหนาวอย่างไซบีเรีย ตอนเหนือของยูราเซีย หรือโซเวียตเดิม ซึ่งสุนัขเหล่านี้จะมีหน้าที่วิ่งลากหรือขนสำภาระของเจ้าของเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ บนพื้นหิมะ ที่ยานพาหนะใด ๆ ก็ไม่อาจเข้าถึงได้ และเนื่องด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหิมะ เป็นสีขาวเวิ้งว้างว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา สุนัขลากเลื่อนในทีมหนึ่ง ๆ อาจมีตั้งแต่น้อย ๆ จนถึงหลายสิบตัว ตามจำนวนน้ำหนักของที่จะขนไป โดยมีสุนัขตัวนำ หรือจ่าฝูงเป็นตัววิ่งนำหน้าสุดของทีม และเป็นผู้นำทางสุนัขที่เหลือรวมทั้งสัมภาระและมนุษย์ไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ

          แล้วคราวนี้เราลองนึกภาพดูสิครับ หลับตาแล้วนึกถึงดินแดนว่างเปล่าสีขาวโพลนไปหมด ทีมสุนัขลากเลื่อนทีมหนึ่งทำงานของมันโดยวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผู้คุมเลื่อนที่อยู่ท้ายสุดของขบวนคือมนุษย์ ออกคำสั่งให้สุนัขวิ่งตะบึงไปข้างหน้า และด้วยสายตาของมนุษย์ พื้นที่ข้างหน้าที่เราเห็นนั้นดูเรียบเนียนเป็นสีขาวไปหมด เราก็สั่งให้สุนัขวิ่งต่อไปโดยไม่คิดอะไร

          แต่ใครจะรู้เล่า!! ว่าพื้นที่ข้างหน้าที่เราจะเหยียบลงไปนั้น ข้างใต้หิมะจะเป็นอะไร อาจจะเป็นธารน้ำแข็ง หุบเหวลึก หรือชะง่อนผาอันสูงชัน ซึ่งหากพลาดเพียงนิด นั่นหมายถึง ชีวิตของคุณจะจบสิ้นทันที

          แต่เราเหล่ามนุษย์ยังมีผู้นำที่มีประสาทการรับรู้ที่ฉับไว ประสาทการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม และสัญชาตญาณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในอันที่จะเอาตัวรอดในพื้นที่อันทรหดนี้มาตั้งแต่ยุคของสุนัขป่าโบราณ สุนัขลากเลื่อนเช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้ ทุกตัวสามารถรับรุ้ได้ว่าข้างหน้านั้นมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่ และเมื่อรับรู้ถึงสิ่งนั้น สุนัข จะเลือกตัดสินใจเชื่อสัญชาตญานของตนเองและหยุดชะงักลงโดยไม่ฟังคำสั่งใดๆ ของ มนุษย์ ไม่ว่า จะโบยด้วยแส้ หรือออกคำสั่งอย่างใดๆ ก็ตาม และนั่นเองคือการช่วยชีวิตมนุษย์อย่างเรา ๆ ไปโดยปริยาย 

 
          และ อุปนิสัยการเชื่อสัญชาตญาณของตนเองมากกว่าคำสั่งของมนุษย์นั้น ทำให้สุนัขลากเลื่อนเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้ที่ต้องดำรงชีพในดินแดนที่ปกคลุมด้วยหิมะอันแสนทรหด เพราะหากไม่มีสุนัขเหล่านี้ พวกเขาอาจตายระหว่างการเดินทางไปแล้ว นับครั้งไม่ถ้วนก็เป็นได้ ผู้คนเหล่านี้รักสุนัขของเขามาก และไม่คิดว่าอุปนิสัยเชื่อตนเองมากกว่าเจ้าของของสุนัขเหล่านี้ จะเป็นอุปสรรค์ใด ๆ ต่อการอยู่ร่วมกับพวกมัน เพราะพวกมันคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของป่าของธรรมชาติที่ยังไม่สาบสูญไปกับกาลเวลา

          จวบมาจนปัจจุบันนี้ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง และอุปนิสัยเชื่อสัญชาตญาณมากกว่าคำสั่งของมนุษย์ที่มีค่าสำหรับมนุษย์น้ำแข็งนั้นได้ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงเจ้าลูก ๆ หน้าตาบ้องแบ๊วของเรา ๆ ทั้งหลาย แต่ตอนนี้อุปนิสัยแบบนี้ กลายเป็นปัญหาเมื่อ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ไม่ต้องใช้ลากเลื่อนอีกแล้ว จนทำให้ใครหลาย ๆ คนปวดหัว แต่อยากให้ลองย้อนถามตัวเองสักนิดครับ ว่าเราควรเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเป็นมาหลายร้อยปี หรือควรเปลี่ยนให้เขามาเป็นแบบเรากันแน่!!

          มาต่อกันด้วยเรื่อง ทำไมไซบีเรียนถึงกินยากจัง

          ก็อีกนั่นล่ะครับ เมื่อสมัยที่สุนัขยังถูกใช้ในงานลากเลื่อนอยู่นั้น ถิ่นที่อยู่ของพวกเค้าเป็นพื้นที่ทุรกันดาร อาหารมีอยู่น้อย และหายาก...สิ่งมีชีวิตในแถบขั้วโลกจึงปรับสภาพร่างกายของตนเองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ รวมถึงสุนัขลากเลื่อนอย่างไซบีเรียนของพวกเราด้วย

          โดยร่างกายของสุนัขในเขตหนาวนี้จะถูกปรับให้รับอาหารในปริมาณที่น้อย แต่อาหารที่รับเข้าไปนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกโปรตีนและไขมันล้วน ๆ เพื่อให้ร่างกายอดทนต่อสภาพความหนาวเย็นของแถบขั้วโลกได้ และมีระบบเผาผลาญอาหารที่ช้ากว่าสัตว์ในเขตอบอุ่น โดยระบบย่อยจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามสภาพอากาศที่เค้าอยู่ ร่างกายจึงสามารถเก็บสารอาหารไว้ใช้ได้ยาวนานกว่า จึงทำให้สุนัขลากเลื่อนในเขตหนาวไม่จำเป็นต้องกินอาหารบ่อย ๆ แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงหรือมีพลังงานในการที่จะวิ่งหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

 
          ทั้งนี้ สุนัขลากเลื่อนในเขตหนาวนั้น จะมีอาหารหลักเป็นเนื้อสด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแมวน้ำ สิงโตทะเล หรือเพนกวิน หรืออะไรก็ตามที่เจ้าของหามาได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีปริมาณไขมันสูงมาก ผู้คนในแถบขั้วโลกจะออกล่าโดยจะล่าเนื้อทีละมาก ๆ แล้วนำเนื้อที่ล่าได้มาฝังไว้ใต้พื้นหิมะหนาๆ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นห้องเย็นตามธรรมชาติ เนื้อจะไม่เน่าเปื่อยและเก็บได้นาน โดยสุนัขเหล่านี้จะได้รับอาหาร 3 วัน ต่อ 1 มื้อ โดยเจ้าของจะนำสุนัขเทียมเลื่อนออกไปยังที่ที่ใช้ฝังเนื้อที่ล่ามาได้ แล้วขุดออกมาตัดเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้สุนัขกินทั้งแข็ง ๆ อย่างนั้นเลย โดยจะมีลำดับการกินตั้งแต่ตัวนำฝูงลงไปจนถึงตัวสุดท้ายของฝูงตามลำดับ...

          และด้วยอาหารเพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้วสำหรับที่จะให้สุนัขใช้เป็นพลังงานในการทำงานไปอีก 2 วัน จนกว่าจะได้กินในมื้อต่อ ๆ ไป

          ด้วยสภาพร่างกายที่สามารถรับอาหารในปริมาณที่น้อย แต่คงสภาพของพลังงานภายในร่างกายไว้ได้เป็นเวลานานกว่าสุนัขในเขตอบอุ่น จึงทำให้ไซบีเรียนตามธรรมชาตินั้น แม้ว่าจะไม่ได้กินอาหารครบถ้วนทุกมื้อ ก็จะไม่หมดเรี่ยวแรง หรือว่าหิวง่ายเหมือนสุนัขอื่น ๆ ทั่วไป เพราะร่างกายของเค้านั้นจะมีระบบย่อยอาหารที่ค่อยเป็นค่อยไป และมีระบบสะสมพลังงานจากสารอาหารเอาไว้ได้มาก เราจึงจะเห็นได้ว่า สุนัขของเราแม้จะกินอาหารน้อยหรือกินไม่หมดทุกมื้อ ก็ยังจะมีแรงวิ่งเล่นหรือมีแรงซนจนหอบได้เหมือนเดิมโดยไม่แสดงอาการว่าหิว หรือต้องการอาหารเลยในสุนัขบางตัว ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะนี่คือสภาพร่างกายตามปกติของสุนัขในเขตหนาว

 
          ปัจจุบันเมื่อ ไซบีเรียน ฮัสกี้ กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง การไม่ยอมกินอาหารที่เจ้าของเฝ้าอุตส่าห์ประคบประหงมเอามาป้อนให้นั้น กลายเป็นปัญหาน่าปวดหัวสำหรับใครหลาย ๆ คน และผู้คนเหล่านั้นก็มักหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมสุนัขของตนถึงไม่ย๊อมมมมมมมม ไม่ยอมกิน และนี่ล่ะครับคือคำตอบสำหรับปัญหาของท่านทั้งหลาย

          คราวนี้คงจะเข้าใจกันบ้างแล้วนะครับ ว่าทำไมเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ ของเราถึงดื้อและซนไม่ยอมเชื่อฟัง แถมกินก็ยากอีก

เรื่องโดย Little North
แหล่งที่มา Thailand Pet Journal, http://pet.kapook.com/view12303.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, April 20, 2014

เรื่องควรรู้...ก่อนจะรัก ไซบีเรียน ฮัสกี้




         ไม่ว่าจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ไหน ก็ย่อมจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งคนรักสุนัขจะต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะเลือกเลี้ยงสุนัข และใครที่กำลังจะตัดสินใจเลี้ยงน้องหมา ไซบีเรียน ฮัสกี้ เรามีข้อมูลมาให้คุณพิจารณาก่อนตัดสินใจเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้

        
 ผลัดขนจนเวียนหัว

         หากคุณคิดจะเลี้ยง สุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้ ขอให้เตรียมพร้อมกับการที่บ้านของคุณจะเต็มไปด้วยขนสุนัข ทั้งบริเวณพื้น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และทุกหนทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้ หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ขนสุนัข หรืออยากให้บ้านของคุณดูสะอาดอยู่ตลอดเวลา ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงยังไม่ใช่ สุนัข ที่เหมาะกับคุณ แต่หากคุณต้องการจะเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้ สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือการฝึกให้พวกเขาสนุกกับการแปรงขนตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข และเตรียมเครื่องดูดฝุ่นไว้ให้พร้อมรับการผลัดขน ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

 
        
 เป็นสุนัขครอบครัว ไม่ใช่สุนัขอารักขา

         ด้วยอุปนิสัยที่เป็นมิตรและเข้ากับคนได้ง่าย ทำให้ สุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้ มักจะมีความสุขที่ได้นั่งและเฝ้ามองใครก็ตามที่เข้ามาและออกไปจากบ้าน ซึ่งจะเป็นเรื่องดีสำหรับบรรดาหัวขโมย เนื่องจาก สุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้ จะเพียงแค่ มองดูพวกเขาเหล่านั้นเข้ามาในบ้าน แลบลิ้นเลียอย่างเป็นมิตร และส่งหัวขโมยออกจากบ้านพร้อมกับทรัพย์สินต่างๆ ของคุณ ทั้งนี้ Siberian Husky Club of Great Britain ได้ออกมายืนยันว่า ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็น สุนัข ที่ไม่มีสัญชาตญาณในการระวังภัย และจะต้อนรับเหล่าผู้บุกรุกด้วยไมตรีเช่นเดียวกับที่ให้แขกคนอื่นๆ ของครอบครัว

        
 หอนมากกว่าเห่า

         ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็น สุนัขช่างเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เขาต้องการให้เล่นด้วย พวกเขาเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่า แต่จะชอบหอนแบบสุนัขป่า ซึ่งมีเสียงค่อนข้างดังกังวาน และมีน้ำเสียงที่แตกต่างไปตามความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเจ้าของพูดคุยกับสุนัขบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ คลังคำศัพท์ซึ่งหมายถึงระดับเสียง ความสั้น-ยาว ในการหอนมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น 


        
 ซ่าอยู่ในสายเลือด

         ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขที่เฉลียวฉลาด เคลื่อนไหวได้อย่างปราดเปรียว มีพลังอย่างเหลือล้น เขาจะใช้เวลานอนกลางวันประมาณ 3-4 ชั่วโมง และนอนในเวลากลางคืน ประมาณ 10 ชั่วโมง นอกจากนั้น คือเวลาสำหรับเล่นสนุก ซึ่งเจ้าของควรมีกิจกรรมให้เขาทำอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นการวิ่งไล่จับ กระโดดคาบของ ฟัดของเล่น หรือหากเจ้าของกลัวจะเหนื่อยก็อาจใช้จักรยานเป็นตัวช่วยเสริม การทำกิจกรรมจะช่วยลดพลังงานของเจ้า ไซบีเรียน ฮัสกี้ คลายความเบื่อหน่าย ทั้งยังเป็นการกันข้าวของในบ้านของคุณไม่ให้กลายเป็นของขบเคี้ยวแก้เซ็ง เพราะหาก ไซบีเรียน ฮัสกี้ เกิดรู้สึกเบื่อ เขาจะขุดสวนหลังบ้านของคุณจนเต็มไปด้วยหลุม ที่แย่กว่านั้น เขาอาจจะหนีออกจากบ้านไปเที่ยวเล่นตามลำพังก็ได้

        
 รักอิสระ เป็นตัวของตัวเอง

         ไซบีเรียน ฮัสกี้ ไม่ใช่สุนัขที่จะอยู่ในโอวาทของเจ้าของตลอดเวลา เขาเป็นสุนัขที่รักอิสระ มีความคิดเป็นของตัวเอง การอยู่ร่วมกับ ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงไม่ใช่การควบคุมแบบที่เจ้านายปฏิบัติต่อลูกน้อง แต่ต้องอาศัยความผูกพันและมิตรภาพระหว่างเพื่อน ถึงแม้ว่าไซบีเรียน ฮัสกี้ จะเป็นสุนัขที่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการฝึกค่อนข้างมาก แต่การฝึกโดยเสริมแรงจูงใจด้วยขนม ของว่าง คำชม หรือการให้เวลาร่วมทำกิจกรรม ก็จะทำให้เขาได้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากเจ้าของใช้ความรุนแรงก็จะทำให้ สุนัขเกิดความรู้สึกไม่ไว้วางใจ และเกิดอาการต่อต้านเจ้าของได้ในที่สุด

 
        
 บ้านแสนสุข

         ผู้ที่เลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้ จะต้องมีพื้นที่บริเวณบ้านที่กว้างพอสมควร มีรั้วที่แข็งแรง มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เขาแอบหนีไปเที่ยวนอกบ้าน ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขรักสะอาด ไม่มีกลิ่นตัว จึงสามารถเลี้ยงในบ้านได้ ปัญหาที่พบจากการเลี้ยงในบ้านอาจมีเฉพาะช่วงผลัดขน แต่หากคุณต้องการเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้ ไว้นอกบ้าน ทางที่ดีไม่ควรปลูกดอกไม้เล็กๆ ไว้ในสนามหญ้า เนื่องจากดอกไม้ของคุณอาจจะกลายเป็นของเล่นของเจ้า ไซบีเรียน ฮัสกี้ เจ้าหมาจอมขุดก็เป็นได้

        
 กิจกรรมนอกบ้าน

         ด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ความกระฉับกระเฉง และความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงควรอยู่ในสายจูงเสมอเวลาที่คุณพาเขาออกไปนอกบ้าน และจะปล่อยให้เป็นอิสระได้เฉพาะเวลาที่อยู่ในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ

แหล่งที่มา  dogazine, http://pet.kapook.com/view3672.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต