ข่าวต่างประเทศ

รายงาน UN แฉ กองกำลังเคนยา ย่ำยีเด็ก 12 ขวบที่เฮติ เคนยาโต้เดือด ‘ไร้มูล’ ก่อนทิ้งภารกิจ

รายงานเลขาธิการ UN ระบุเจ้าหน้าที่ภารกิจ MSS ในเฮติก่อเหตุละเมิดทางเพศ 4 เคสในปี 2568 เหยื่อ 3 รายเป็นเด็ก เคนยาปฏิเสธ ก่อนถ่ายโอนภารกิจสู่กองกำลังใหม่ GSF

รายงานของเลขาธิการสหประชาชาติฉบับใหม่ ระบุว่าเจ้าหน้าที่กองกำลังภารกิจสนับสนุนความมั่นคงพหุภาคี (Multinational Security Support หรือ MSS) ซึ่งเคนยาเป็นหัวหอกและได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติให้ปฏิบัติการในเฮติ มีส่วนพัวพันคดีละเมิดทางเพศ 4 คดี รวมถึงการข่มขืนเด็กหญิงอายุ 12 ปี และวัยรุ่นหญิงอายุ 16 ปี อีก 2 ราย

คดีทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2568 และถูกบันทึกไว้ในรายงานลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ของอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ UN

รายงาน UN แฉ 4 คดีสะเทือนขวัญ เหยื่อเด็กอายุน้อยสุด 12 ขวบ

เหยื่อทั้ง 4 รายมีอายุ 12 ปี 16 ปี 16 ปี และ 18 ปี ตามลำดับ คดีทั้งหมดผ่านการสอบสวนโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และผลการสอบสวนยืนยันว่าข้อกล่าวหามีมูลทุกกรณี

รายงานระบุชัดว่า การล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางเพศถือเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจที่ชุมชนที่รับบริการมอบให้ UN และพันธมิตร

คดีของเด็กหญิงวัย 12 ปีเป็นเพียงคดีเดียวที่ MSS สอบสวนภายในองค์กรเอง ส่วนคดีอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสถานะ “รอดำเนินการ”

รายงานยังยกข้อกังวลว่า MSS ไม่ถูกจัดอยู่ในสถานะภารกิจรักษาสันติภาพของ UN อย่างเป็นทางการ จึงไม่เข้าข่ายการตรวจสอบของสำนักงานบริการตรวจสอบภายในของ UN โดยตรง ทำให้การสอบสวนข้อกล่าวหาละเมิดดำเนินการโดยหน่วยงานต้นสังกัดเอง

เคนยาตอบโต้ ปฏิเสธข้อกล่าวหา ยันตรวจสอบแล้วไม่มีมูล

ฝั่งรัฐบาลเคนยาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยนายมูซาเลีย มูดาวาดี รัฐมนตรีต่างประเทศเคนยา ส่งจดหมายประท้วงถึงเลขาธิการ UN อันโตนิโอ กูเตร์เรส แสดงความกังวลต่อข้อกล่าวหาที่รายงานครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

มูดาวาดีระบุว่า ไม่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานใด และผลการตรวจสอบได้แจ้งต่อหน่วยงานเฮติและ UN อย่างโปร่งใสแล้ว พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ผ่านการสอบสวนและพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล

แต่รายงานของ UN ระบุขัดแย้งว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 เคสล้วนถูกสื่อสารไปยังผู้บัญชาการกองกำลัง MSS ขณะที่การสอบสวนภายในเกิดขึ้นเพียงคดีเดียวเท่านั้น

ภารกิจ MSS ถ่ายโอนสู่กองกำลัง GSF ห่วงประเด็นความรับผิดชอบหลังทีมเคนยาถอนกำลัง

ขณะนี้ MSS อยู่ระหว่างถอนกำลังจากเฮติ โดยตำรวจเคนยามากกว่า 500 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่จากบาฮามาส ทยอยเดินทางกลับประเทศระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569

กองกำลังชุดใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่คือ Gang Suppression Force (GSF) หรือกองกำลังปราบปรามแก๊งอาชญากรรม ซึ่ง UN อนุมัติให้จัดตั้ง โดยทีมล่วงหน้าจากชาดเดินทางถึงเฮติเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมคณะผู้นำชุดใหม่ของภารกิจ

เอลซัลวาดอร์เป็นอีกประเทศที่ประกาศส่งกำลังเข้าร่วม GSF

ภารกิจ MSS เริ่มปฏิบัติการในเฮติเมื่อปี 2567 หลังจาก UN อนุญาตให้ตั้งกองกำลังเพื่อช่วยรับมือกับความรุนแรงของแก๊งอาชญากรรม แต่ด้วยปัญหาขาดแคลนงบประมาณและกำลังพล ภารกิจจึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 2,500 คน

ฮิวแมนไรท์วอทช์จี้ต้องมีกลไกอิสระ ก่อนกองกำลังใหม่เดินหน้าภารกิจ

ฮิวแมนไรท์วอทช์ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ก่อนที่เจ้าหน้าที่เคนยาจะถอนกำลังออกจากเฮติ ภารกิจต้องตรวจสอบข้อกล่าวหาทุกคดีอย่างถี่ถ้วน หากพบหลักฐานการละเมิดทางเพศ ต้องส่งเรื่องต่อทางการเคนยาเพื่อดำเนินคดี

พร้อมเสนอให้ GSF สร้างมาตรการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็งกว่าเดิม รวมถึงการอบรมมาตรฐานต่อเนื่องเรื่องความรุนแรงทางเพศและทางเพศสภาพ ความรุนแรงในครอบครัว และการคุ้มครองเด็ก

องค์กรยังเรียกร้องให้บังคับใช้นโยบาย zero-tolerance ต่อการละเมิดทางเพศ ปลดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากภารกิจ และส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา พร้อมกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในกองกำลัง และมีที่ปรึกษาด้านการคุ้มครองเด็กประจำในหน่วย

ที่สำคัญ กลไกสอบสวนต้องเป็นอิสระจากสายบังคับบัญชา มีการฝึกอบรมบุคลากรให้รองรับผู้รอดชีวิตอย่างเข้าใจบาดแผลทางใจ เป็นมิตรกับเด็ก และสอดคล้องกับวัฒนธรรม ผลการสอบสวนต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแปลเป็นภาษาเครโอลของเฮติและภาษาฝรั่งเศส และต้องคุ้มครองเหยื่อพร้อมรับประกันสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยา

นอกจากนี้ ควรขยายเครือข่ายผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนออกนอกเมืองปอร์โตแปรงซ์ ไปยังพื้นที่ทุกแห่งที่มีการประจำการของกองกำลัง

ข้อกล่าวหาครั้งนี้ไม่ใช่เคสแรกของเจ้าหน้าที่ต่างชาติในเฮติ CNN เคยรายงานว่ากองกำลังรักษาสันติภาพ UN ที่ส่งมาเฮติหลังเหตุแผ่นดินไหวปี 2553 มีเจ้าหน้าที่ที่ทำผู้หญิงเฮติตั้งครรภ์แล้วทอดทิ้งลูกจำนวนหลายสิบราย

ประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศโดยเจ้าหน้าที่ต่างชาติในเฮติเป็นปัญหาที่ฝังรากมานาน โดยภารกิจรักษาสันติภาพก่อนหน้าที่สิ้นสุดในปี 2560 ก็เคยเผชิญข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกัน ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปหลายอย่าง เช่น การเปิดเผยสัญชาติของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาต่อสาธารณะ และการตั้งกองทุนสนับสนุนผู้รอดชีวิต

รายงานของเลขาธิการ UN ฉบับเดียวกันนี้ ยังบันทึกข้อกล่าวหาการแสวงประโยชน์และละเมิดทางเพศโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนอกระบบ UN รวมแล้ว 298 เคสทั่วโลกในปี 2568 ลดลงจากปี 2567 ที่มี 382 เคส

แหล่งอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button