บ้านเมืองเข้าสู่โหมดเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงลงประชามติเห็นชอบมาแล้ว
แต่จะต้องไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ในกระบวนการของรัฐสภา
เนื่องจากรัฐบาล โดยนายกฯ อนุทิน ไม่ยืนยันใช้ร่างฉบับเดิมที่ค้างไว้ในสภา
ดังนั้น จึงต้องเริ่มร่างกันใหม่ และต้องยืดเวลาออกไปอีก
ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวออกมาแล้วจากพรรคภูมิใจไทย แกนนำรัฐบาล
โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำภูมิใจไทย ระบุว่าถ้าที่ประชุมสส.พรรคเห็นชอบก็จะเสนอร่างของพรรคต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 20 พ.ค.นี้
เนื้อหาของพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
แต่จะไม่มีการแก้ไขเนื้อหาในหมวด 1 และหมวด 2 โดยจะกำหนดล็อกไม่ให้สสร.มาแก้ไขในส่วนนี้
ส่วนซีกพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่ขับเคลื่อนเรื่องรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ก็แถลงเช่นกัน
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เปิด 3 หลักการใหญ่
1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 2.ป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
3.ไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษกับสว. สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการโหวตเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญสำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ด่านใหญ่และสำคัญตามมาตรา 256 ซึ่งถือเป็นประตูด่านแรกนั้น
โดยเฉพาะเงื่อนไขเสียงข้างมากในวาระที่ 3 นอกจากเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภาแล้ว
ในจำนวนนี้ต้องมีเสียงเห็นชอบจากสว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ด้วย
นับเป็นด่านหิน จะทำอย่างไรให้ 1 ใน 3 สว.เห็นชอบด้วย
อีกทั้งจากสัญญาณหลายอย่างที่ผ่านมา เครือข่ายอนุรักษนิยมทางการเมืองไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ
จึงต้องติดตามดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่แนบแน่นกับเครือข่ายเหล่านี้
จะจริงใจแค่ไหน เพื่อโน้มน้าวและผลักดันให้การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่สำเร็จ
ข้าวตอกแตก