กมธ.ปปง. เชื่อสอบท้องถิ่นส่อโกงเกิน 5,900 ราย เตรียมเชิญ ป.ป.ช. - มศว ร่วมแจง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กมธ.ปปง. เชื่อสอบท้องถิ่นส่อโกงเกิน 5,900 ราย เผยผลตรวจไฟล์สแกนยังคลาดเคลื่อน แนะอายัดทรัพย์นายหน้า-คืนสิทธิ์ผู้สุจริต เตรียมเชิญ ป.ป.ช. - มศว ร่วมแจง

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมของคณะ กมธ. โดยมีการพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ

ประเด็นแรก เรื่องการติดตามเส้นทางการเงินและกฎหมายฟอกเงิน กรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น กมธ. ประชุมร่วมกับผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ช่างภาพพีพีทีวี
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องความคลาดเคลื่อนของตัวเลขผู้ทุจริตกว่า 5,900 ราย ที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ตรงตามข้อเท็จจริง เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นการตรวจเทียบกับไฟล์ภาพสแกนเท่านั้น ยังไม่ได้ตรวจกับกระดาษคำตอบฉบับจริงที่ ป.ป.ช. ยึดอายัดไว้ กมธ. มองว่าอาจมีผู้กระทำความผิดมากกว่านั้น

และขณะนี้ผ่านไป 2 เดือน แต่ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำกลุ่มผู้ทุจริต ซึ่งเป็นพยานสำคัญในการเชื่อมโยงไปถึงนายหน้าและข้าราชการที่เรียกรับเงิน

ซึ่ง ปปง. สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของกลุ่มตัวการและนายหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรายงานจากคณะกรรมการชุดอื่น เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และควรจัดเรียงลำดับคะแนนใหม่หลังตัดกลุ่มทุจริตออก โดยต้องคืนสิทธิและเยียวยาผู้สอบโดยสุจริตอย่างเป็นธรรม ทั้งเรื่องการบรรจุและการเลือกสถานที่ทำงาน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนที่ตั้งใจ

นอกจากนี้ เสนอให้ตรวจสอบการสอบย้อนหลังในปีที่ผ่านมา หากพบทุจริตให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และใช้การสอบพยานทางนิติดิจิทัลเชิงลึกระบุตัวผู้เขียนข้อมูลเข้าสู่ระบบ และเนื่องจากพยานหลักฐานต้นฉบับอยู่ที่ ป.ป.ช. กมธ. จึงเตรียมเชิญ สถ., มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), ป.ป.ช., กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าชี้แจงร่วมกันอีกครั้ง

ส่วนประเด็นความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 กมธ. ร่วมประชุมกับผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ปปง. สรุปได้ว่าดำเนินการล่าช้าเกือบ 2 ปี ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ กระทบความชอบธรรมของวุฒิสภาและองค์กรอิสระ ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้ซับซ้อน สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด รายชื่อผู้เข้าพักโรงแรม และเส้นทางการเงินตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ แต่กลับไม่มีการเรียกสอบปากคำพยานบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวอ้าง

พร้อมเสนอให้ DSI ทำงานเชิงรุก โดยระหว่างรอสำนวนจาก กกต. สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกผู้สมัคร สว. และผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำในฐานะพยานเพื่อทำสำนวนไว้ล่วงหน้าได้ พร้อมทำหนังสือเร่งรัดและสอบถามกรอบเวลาที่ชัดเจนไปยัง กกต. และขอให้ DSI แถลงข่าวความคืบหน้าโดยเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีการหารือในประเด็นการตรวจสอบระบบการอายัดบัญชีธนาคาร กรณีเครือข่ายชวนลงทุน Forex ซึ่ง กมธ. ได้ร่วมประชุมกับ DSI, ปปง. และผู้เสียหาย คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่ามาตรฐานการดำเนินคดีมีความเหลื่อมล้ำ เป็นสองมาตรฐาน บางคดีเร็ว บางคดีกลับล่าช้า มีการอายัดบัญชีลักษณะเหมารวมโดยไม่กลั่นกรองว่าเงินส่วนใดได้มาจากการกระทำความผิดหรือได้มาโดยสุจริต

ส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน สูญเสียรายได้และช่องทางทำมาหากินระหว่างรอการตรวจสอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ มีความกังวลว่าระเบียบการอายัดและปลดอายัดยังไม่มีระบบอัตโนมัติ ต้องพึ่งพาดุลพินิจของพนักงานสอบสวนเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ในการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปลดอายัด

ทั้งนี้ ขอให้ DSI ประสานขอข้อมูลการทำธุรกรรมจากธนาคารเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์และใช้โปรแกรมคัดกรองบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องออก เพื่อลดการใช้ดุลพินิจ หาก DSI ตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยง ต้องปลดอายัดบัญชีให้ผู้บริสุทธิ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารชี้แจง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ