เกือบครบ 1 สัปดาห์ หลังเกิดการบุกจับขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งขณะเข้าตรวจค้น พบว่ากำลังมีการแก้ไขกระดาษคำตอบ แต่วันนี้กลับยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยอมรับกับ PPTV ในรายการเปิดโต๊ะข่าวว่า ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาจริง พร้อมอธิบายว่า หลักกฎหมายของ ป.ป.ช. ใช้ระบบไต่สวน ต่างหากตำรวจที่จะเป็นระบบกล่าวหา เมื่อจะแจ้งข้อกล่าวหาใครต้องดูข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ภาพรวมทั้งหมด แม้จะเป็น “มวยช้า แต่หมัดหนัก”
นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อธิบายว่า ตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช. จะใช้ระบบไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริตและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งแตกต่างจากระบบการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน ตามหลักการประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวน เมื่อมีการควบคุมตัวแล้ว หากเป็นความผิดตามตำแหน่งหน้าที่ก็จะต้องส่งให้กับ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.
โดย ป.ป.ช. ที่มีการใช้ระบบไต่สวนนั้น ก็จะค้นหาความจริงก่อน ไม่ได้เน้นควบคุมตัว แต่ต้องค้นหาความจริงให้เสร็จสิ้น ดูข้อเท็จจริงว่ามีความผิดหรือไม่ หากมีความผิดทุจริตต่อหน้าที่ ก็จะต้องมาดูว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด แล้วจึงจะเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าไม่มา มีการหลบหนี จึงสามารถควบคุมตัวได้
ส่วนที่มีข้อกังวลว่า หากไม่มีการควบคุมตัวแล้ว จะเป็นช่องว่างทำให้ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้น นายพัฒนพงศ์ ย้ำว่า ป.ป.ช. ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งจากการตรวจค้นในบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ หรือหลักฐานที่มีการสืบค้นมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งพยานบุคคล ที่พบในสถานที่เกิดเหตุก็สอบปากคำแล้วทั้งหมด พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว ป.ป.ช. ก็ได้ดำเนินการรวดเร็วทันที
ขณะที่นาย พ. ซึ่งอาจจะมีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งในขบวนการโกงข้อสอบ นายพัฒนพงศ์ บอกว่า ไม่เจอตัว แต่ตอนนี้ ป.ป.ช. มีชื่อทั้งหมด และมีรายละเอียดว่า เป็นใคร อยู่ที่ไหน แต่วันนี้นาย พ. ไม่แสดงตัว ก็ไม่ได้มีปัญหาต่อการไต่สวน พร้อมยอมรับว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใครเลย เนื่องจากขบวนการไต่สวนต้องดูพฤติการณ์ว่าเป็นความผิดหรือไม่
ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่า เห็นความผิดอยู่แล้วซึ่งหน้า ทำไมถึงยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหานั้น นายพัฒนพงศ์ เปรียบว่า หากการดำเนินการผู้กระทำความผิดเหมือนกับมวย ก็เหมือน “มวยช้า แต่หมัดหนัก”
นายพัฒนพงศ์ ย้ำว่า ต้องดูข้อเท็จจริงภาพรวมก่อน แล้วค่อยเจาะไปว่ามีใครที่เกี่ยวข้องบ้าง ไม่ใช่เฉพาะแค่เจ้าหน้าที่ หรือ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะถูกจับกุมตอนแก้เอกสารกระดาษคำตอบ แต่จะไล่ดูตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ไปจนถึงฝ่ายนโยบาย
นายพัฒนพงศ์ กล่าวอีกว่า ในคดีการทุจริตต้องค่อยๆ รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งถ้ามีการควบคุมตัว สุดท้ายก็จะมีการยื่นขอประกันตัวภายใน 1 วัน แต่ ป.ป.ช. จะเน้นขอความร่วมมือ และขอข้อมูลก่อน ซึ่งมักจะสะดวกที่จะให้ข้อมูล เผลอๆให้ข้อมูลมากกว่าตอนถูกควบคุมตัวด้วยซ้ำ เพราะการควบคุมตัว ไม่สามารถไปบังคับให้มีการให้ข้อมูลได้ แต่ต้องหาพยานหลักฐานมา แล้วนำสอบถาม เพื่อที่จะให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.