Showing posts with label เมื่อสุนัขป่วย. Show all posts
Showing posts with label เมื่อสุนัขป่วย. Show all posts

Saturday, August 9, 2014

โรคแผลหนอนแมลงวัน






โรคแผลหนอนแมลงวันคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร

โรคแผลหนอนแมลงวัน คือ แผลเปิดที่มีหนอนแมลงวันระยะตัวอ่อนอยู่ภายในแผล มีสาเหตุจากแมลงวันชื่อ คริสซอมเมีย เบซเซียนา (Chrysomyia bezziana) ซึ่งเป็นแมลงวันมีลักษณะที่คล้ายกับแมลงวันหัวเขียวที่พบได้ทั่วไปมาก แต่เป็นคนละชนิดกัน มาวางไข่ที่แผล ไข่จะฟักเป็นหนอนแมลงวัน (maggot) ระยะที่ 1 ในระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง หนอนแมลงวันระยะที่ 1 จะไชเข้าสู่แผล และจะกินเนื้อเยื่อเป็นอาหาร ทำให้เกิดแผลลึกลงไป และจะลอกคราบเป็นหนอนระยะที่ 2 และหนอนระยะที่ 3 ระยะเวลาที่หนอนแมลงวันจะอยู่ในเนื้อเยื่อประมาณ 6-7 วัน จากนั้นหนอนแมลงวันระยะที่ 3 ก็จะออกจากแผลตกลงบนดิน ฝังตัวในดินกลายเป็นระยะดักแด้ (pupa) และเจริญเป็นแมลงวันตัวเต็มวัยต่อไป

สัตว์ชนิดใดเป็นโรคแผลหนอนแมลงวันได้บ้าง

โรคนี้สามารถพบได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข  สุกร  แกะ แพะ  โค กระบือ และ ม้า

สัตว์เกิดโรคแผลหนอนแมลงวันได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้วสัตว์จะต้องมีบาดแผล หรือจุดเลือดออกบนผิวหนังก่อน เช่น ที่สายสะดือของลูกสัตว์เกิดใหม่ บาดแผลที่อวัยวะเพศของแม่สัตว์ที่เกิดจากการคลอดลูก แผลที่เกิดจากการต่อสู้กัน หรือเกิดขึ้นเอง เช่น ไม้ตำ ลวดหนามเกี่ยว หรือแผลจากเห็บดูดเลือด หรือรอยเลือดออกที่เกิดจากการดูดเลือดของเหลือบ ก็จะโน้มนำให้แมลงวันมาวางไข่ได้


โรคแผลหนอนแมลงวันมีผลต่อสัตว์อย่างไร

ผลจากการที่สัตว์มีแผลและมีหนอนแมลงวันอยู่ภายใน หนอนจะกินเนื้อเยื่อและเคลื่อนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง โดยทั่วไปแล้วจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนร่วมด้วย จะทำเกิดการอักเสบ ความรุนแรงจะขึ้นอยู่ปัจจัยหลายประการ เช่น ถ้าเป็นในลูกสัตว์เกิดใหม่มีแผลที่สะดือ ถึงแม้ว่าหนอนแมลงวันจะออกจากแผลหมดแล้ว แต่การติดเชื้อแบคที่เรียจะทำเกิดหนอง กรณีที่เป็นแผลปิดก็จะเกิดการอักเสบหรือเป็นฝีเรื้อรังต่อไปได้อีกนาน ถ้าเป็นในโคนมก็จะมีผลทำให้น้ำนมลด หรือสัตว์จะรำคาญจนทำให้กินอาหารได้น้อยลง จนอาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโต

คนติดโรคแผลหนอนแมลงวันได้หรือไม่

ในประเทศไทย เคยมีข่าวที่คนเกิดโรคแผลหนอนแมลงวันหลายราย ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่สามารถยืนยันชนิดของแมลงที่ทำให้เกิดแผลโรคหนอนแมลงวันได้ก็ตาม จากที่เคยตรวจสอบพบว่าเป็นหนอนแมลงวัน คริสซอมเมีย เบซเซียนา เพียงชนิดเดียวเท่านั้นทั้งในสัตว์ชนิดต่างๆ และในคน

การติดโรคในคนอาจจะเกิดในเด็ก คนปัญญาอ่อน หรือคนที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เมื่อเกิดแผลเลือดออกทำให้แมลงวันชนิดดังกล่าวมาวางไข่


ควรติดต่อใครเมื่อสงสัยว่าเกิดโรคแผลหนอนแมลงวัน

กรณีสัตว์ : พบสัตวแพทย์
กรณีคน : พบแพทย์

จะป้องกันสัตว์จากโรคแผลหนอนแมลงวันได้อย่างไร

เมื่อเกิดแผล ต้องทำการรักษาทันที ทำความสะอาด ถ้าพบหนอนแมลงวันในแผล ต้องจัดการเอาออกให้หมด ใส่ยาฆ่าเชื้อที่อาจจะเป็นยาปฏิชีวนะหรือกลุ่มซัลฟา แล้วทำการปิดแผล ถ้าไม่สามารถปิดแผลได้ ต้องใส่ยาฆ่าแมลงลงในแผลด้วย ซึ่งปัจจุบันจะมียาใส่แผลที่มียาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลงผสมอยู่ด้วยกัน และต้องดูแลรักษาจนกว่าแผลจะหายสนิท

จะป้องกันตัวจากโรคแผลหนอนแมลงวันได้อย่างไร

เมื่อเป็นแผล ต้องจัดการทำความสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อ ปิดแผลให้มิดชิด ป้องกันอย่าให้แมลงวันมาตอม ถ้าแผลใหญ่และเป็นแผลเปิด อาจจะต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน ซึ่งจะสามารถกำจัดไข่หรือหนอนแมลงวันได้

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, June 7, 2014

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง... ในน้องหมาก็มีนะ




          โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ โรค MG  ไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในคนเท่านั้น แต่ในน้องหมาก็สามารถพบได้เช่นกัน เรามาดูกันดีกว่าว่า หากน้องหมาของเราต้องป่วยเป็นโรคที่ว่านี้ เขาจะมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง ?!?

          โรค MG เป็นโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติกับระบบประสาทสั่งการของน้องหมา มีผลทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงคล้ายเป็นอัมพาต สามารถเกิดขึ้นได้ในน้องหมาทุกอายุ และเกิดได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย แต่จากการศึกษาพบว่า มีสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ นั่นคือ สุนัขพันธุ์ อาคิตะ สกอตทิช เทอร์เรียร์ และชิวาว่า

 
          คราวนี้ เราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประสาทและการทำงานของกล้ามเนื้อในน้องหมา กันนะคะ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อน้องหมาต้องการเคลื่อนไหว ในน้องหมาปกติ จะมีการหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า Acetylcholine ออกมา เพื่อขนส่งกระแสประสาทไปยังตัวรับ (Acetylcholine Receptor)  และกระตุ้นให้สมองสั่งการ ทำให้สามารถสั่งกล้ามเนื้อให้เคลื่อนไหวไปอย่างที่ต้องการได้

           แต่ในน้องหมาที่ป่วยเป็นโรค MG จะมีการผลิตแอนตี้บอดี้จากร่างกายขึ้นมา ซึ่งเจ้าแอนตี้บอดี้นี้ จะไปขัดขวางการรับสารสื่อประสาทของตัวรับ ทำให้สมองไม่สามารถสั่งการและกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวไม่ได้ตามต้องการ จึงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในที่สุด ส่วนอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้คือ อาเจียน กลืนอาหารลำบาก และการเห่าผิดปกติไป เป็นต้น

 
          สำหรับการวินิจฉัยโรค MG ค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากอาการอ่อนแรงเป็นอาการที่สามารถพบได้ในหลายโรค จึงจำเป็นต้องทำการวินิจฉัยแยกโรคโดยค่อย ๆ ตัดไปทีละโรค อาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบภาวะการติดเชื้อและค่าตับ ค่าไต หรืออาจต้องทำการเอ็กซเรย์ เพื่อดูว่ามีภาวะหลอดอาหารขยายใหญ่หรือไม่ (80% ของน้องหมาที่ป่วยโรค MG จะมีหลอดอาหารที่ขยายใหญ่กว่าปกติ) รวมถึงการทำ Anti-Acetycholine Receptor Antibody Test เมื่อไม่พบโรคอื่น ๆ แล้วจึงค่อยพิจารณารักษาในแนวทางของโรค MG  โดยการให้สุนัขลองทานยา แล้วสังเกตอาการว่าดีขึ้นหรือไม่

 
          การรักษาโรค MG สามารถทำได้โดยการให้ยาไปกดภูมิคุ้มกันเอาไว้ ไม่ให้ร่างกายสร้างแอนตี้บอดี้ออกมา ซึ่งไปขัดขวางการรับส่งกระแสประสาท รวมทั้งอาจให้ยาที่มีในการช่วยทำลายแอนตี้บอดี้ หรือสุดท้ายก็คือ การรักษาโดยการผ่าตัด "ต่อมไธมัส" ซึ่งทำหน้าที่ผลิตแอนตี้บอดี้ออกมา แต่ในน้องหมาพบว่า การผ่าตัดต่อมไธมัส มักให้ผลทางการรักษาที่ไม่ดีเท่าที่ควร

          อย่างไรก็ดี โรค MG พบได้น้อยในน้องหมา แต่ถ้าเป็นแล้วก็ยากที่จะรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดผู้เลี้ยงก็ควรจะได้มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ติดตัวไว้บ้าง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย หากน้องหมาของเราต้องโชคร้าย เจอแจ็กพ็อต ป่วยเป็นโรคนี้ในภายภาคหน้า ^__^

โดย สพ.ญ.ปิยกาญ โรหิตาคนี
แหล่งที่มา  Dogazine, http://pet.kapook.com/view19646.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, April 12, 2014

ทำไมสุนัขพันธุ์ชิสุ ถึงมีปัญหาเกี่ยวกับตามากที่สุด?




         ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหมาชิสุจะมีปัญหาเกี่ยวกับสายตามากที่สุด เราก็คงพอรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ดูจากขนาดตาของมันที่กลมโตและโปนด้วย จึงไม่แปลกที่สุนัขพันธุ์นี้จะมีปัญหาเรื่องสายตา และเราจะสามารถสังเกตได้ หากเห็นขี้ตาที่จับตัวเป็นก้อนเป็นเมือกจำนวนมากติดบริเวณขอบตา นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่ควรพาเจ้าตูบไปหาหมอได้แล้วล่ะ

          สุนัขหลาย ๆ ตัวมีปัญหาเหล่านี้ได้เพียงเพราะไม่มีเล็บที่จะเขี่ยก้อนขี้ตาออกได้ หลายคนเข้าใจว่า แม้สุนัขไม่สามารถแคะขี้ตาออกเองได้ แต่มันก็จะมีน้ำตาที่คอยชะล้างให้ก้อนขี้ตาหลุดออกไปเองได้ แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะกลายเป็นว่า น้ำตากลายเป็นสารเคมีที่ทำปฏิกิริยาให้เกิดการแข็งตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากในน้ำตานั้นมีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลัก แต่เมื่อมันแห้งก็จะจับตัวเป็นคราบอยู่ดี ดังนั้นน้ำตาจึงไม่สามารถชำระล้างตรงนี้ได้ 

  
          อย่างไรก็ตาม เจ้าชิสุไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคตาเรื้อรังเสมอไป แต่เพราะเจ้าตูบพันธุ์ชิสุมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ด้วยลูกตาที่กลมโต เบ้าตาตื้น และโปนออกมา จึงทำให้มันมีปัญหาที่มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า lagophthalmos นั่นคือ อาการที่เปลือกตาไม่สามารถปิดคลุมดวงตาได้ทั้งหมด ซึ่งมันมักจะส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งด้วย ดังนั้นอาการเหล่านี้ถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นไปตามปกติของสุนัขพันธุ์นี้ แต่อาการดังกล่าวกลับเป็นสาเหตุให้เกิดการจับตัวของก้อนขี้ตาในปริมาณมากได้ เช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าตูบพันธุ์นี้จึงมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับสายตาได้มากกว่าพันธุ์อื่นนั่นเอง

   
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, April 6, 2014

ไข้น้ำนมในสุนัข




ไข้น้ำนมในสุนัข หรือ ภาวะมีแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉิน โดยมักพบในสุนัขมากกว่าในแมว

แสดงอาการเด่นชัดที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย สั่น หอบ ตากระตุกและเดินไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงตามมาจากการสั่นของกล้ามเนื้อ โดยมักจะพบในสุนัขหลังคลอดลูกแล้วที่ให้น้ำนมในปริมาณมาก ลูกดก ซึ่งก็จะทำให้สูญเสียแคลเซียมในร่างกายไปกับน้ำนมด้วย

อาการ : กล้ามเนื้อกระตุก สั่น หอบ ชักเกร็ง เดินไม่สัมพันธ์กัน มีไข้สูง

สาเหตุ : ภาวะแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำเนื่องจาก

- ภาวะขาดสารอาหาร
 
- ปริมาณโปรตีน (อัลบูมิน)ในกระแสเลือดต่ำ
 
- โรคที่เกี่ยวกับต่อมพาราไทรอยด์
 
- ให้น้ำนมในปริมาณมาก แม่สุนัขที่มีลูกปริมาณมากความต้องการน้ำนมจึงมากขึ้นตามไปด้วย ในวันที่สิบถึงสามสิบของการให้นม ความสามารถในการปรับระดับแคลเซียมในกระแสเลือดของแม่สุนัขจะน้อยลง แต่ลูกสุนัขก็มีความต้องการและความสามารถในการดูดนมในปริมาณมากขึ้น ทำให้แม่สุนัขไม่สามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอ ทำให้ระดับแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำลง ซึ่งโดยปกติแล้วแคลเซียมมีความสำคัญต่อการส่งผ่านของกระแสประสาท และการบีบตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงเกิดความผิดปกติขึ้นกับกล้ามเนื้อเมื่อระดับแคลเซียมต่ำ

 
 การรักษา :

- ให้แคลเซียม ทางกระแสเลือดอย่างช้าๆ

-  เช็ดตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย หรือใช้ cool pack ประคบเพื่อลดอุณหภูมิเข้าใกล้ระดับปกติ

ภายหลังจากนั้น ควรเสริมด้วยแคลเซียมเม็ดแก่แม่สุนัข

การป้องกัน :

1. ให้อาหารที่มีคุณภาพสูง
แต่ไม่มากเกินความต้องการเพื่อเป็นแหล่งของแคลเซียม และวิตามินต่างๆ

2. เราสามารถป้องกันได้โดยการเสริมแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินดี  ในช่วงกลางของการตั้งท้องได้ ไม่ควรให้แต่แคลเซียมอย่างเดียว เพราะอาจเกิดความไม่สมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้
 
3. แนะนำให้นมผงสำหรับลูกสุนัขแทน

4. ควรหย่านมเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

 
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต