
ไทย พบ คูเวต เมื่อฤดูกาลลีกในประเทศเพิ่งสิ้นสุดลง ทีมชาติไทย “ช้างศึก” กลับมารวมตัวอีกครั้งในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 พร้อมกับภารกิจสำคัญถึงสองนัดติดต่อกัน วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. ช้างศึกจะเปิดบ้านพบคูเวตที่สนามปทุมธานี สเตเดียม ก่อนจะบินไปพบจีนที่สนามหวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569
สองนัดนี้ไม่ใช่เกมอุ่นเครื่องธรรมดา เพราะ ทั้งสองเกมเป็น FIFA International ‘A’ Match ซึ่งจะมีการนับคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้งระดับ Tier 1 และถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบสุดท้าย ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2570
ไทย พบ คูเวต ดูสดที่ไหน? ช่องทางถ่ายทอดสดครบครัน
สำหรับแฟนบอลที่อยากติดตามชม สามารถรับชมถ่ายทอดสดได้ทางช่อง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รวมถึงทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thairath.co.th/tv/live, Facebook: ไทยรัฐทีวี, ไทยรัฐสปอร์ต และ YouTube: Thairath Sport และ มีอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ทำการถ่ายทอดสดคือ Gogoalstream.com ส่วนแฟนบอลที่อยากไปเชียร์ในสนามสามารถติดตามรายละเอียดบัตรและเงื่อนไขการเข้าชมจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
รายชื่อ 23 แข้งช้างศึก ผสมซีเนียร์กับดาวรุ่ง
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย โดยผู้รักษาประตูได้แก่ ปฏิวัติ คำไหม (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), กรกฏ พิพัฒน์นัดดา (เมืองทอง ยูไนเต็ด) และ สรานนท์ อนุอินทร์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
แนวรับประกอบด้วย ศุภนันท์ บุรีรัตน์, พีฬาวัช อรรคธรรม (การท่าเรือ เอฟซี), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), อดิศร พรหมรักษ์ (ราชบุรี เอฟซี), มานูเอล ทอม เบียรห์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ณัฐพงษ์ สายริยา (ชลบุรี เอฟซี) และ วาริส ชูทอง (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
แนวกลางประกอบด้วย สารัช อยู่เย็น, กฤษดา กาแมน (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), อิคลาส สันหรน (พีที ประจวบ เอฟซี), อนันต์ ยอดสังวาลย์ (ลำพูน วอริเออร์), เสกสรรค์ ราตรี (ระยอง เอฟซี), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), คคนะ คำยก (เมืองทอง ยูไนเต็ด), ธีรภัทร ปรือทอง (ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร) และ เอราวัณ การ์นิเย่ (ล็องส์)
แนวรุกได้แก่ จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ (กริมสบี้ ทาวน์), ธีรศักดิ์ เผยพิมาย (การท่าเรือ เอฟซี) และ ธีรศิลป์ แดงดา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
ฮัดสันเปิดใจ เหตุผลเบื้องหลังการเลือกตัว
สิ่งที่น่าสนใจในแคมป์นี้คือรายชื่อที่ผสมผสานระหว่างนักเตะซีเนียร์และดาวรุ่งหน้าใหม่หลายราย แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า “การเลือกตัวในแคมป์ครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญหลายประการ อย่างแรกคือการพักนักกีฬาบางส่วนหลังการแข่งขันลีกที่มีมาอย่างยาวนานเพิ่งจบลงไป บ้างก็มีอาการล้าทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ดังนั้นจะใช้โอกาสนี้ให้เขาได้พักรักษาตัวให้เต็มที่ และเป็นการให้โอกาสสำหรับนักกีฬาคนอื่นๆ ได้แสดงผลงานและเป็นตัวเลือกในอนาคต”
โดยเฉพาะในแนวรับ ฮัดสันกล่าวถึง พีฬาวัช อรรคธรรม ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ดีมากกับการท่าเรือ เอฟซี ขณะที่ อดิศร พรหมรักษ์ แม้เวลาลงเล่นจะไม่มากนัก แต่เมื่อได้รับโอกาสก็แสดงสภาพจิตใจและทัศนคติที่น่าประทับใจ
ส่วนแนวกลาง กุนซือชาวอังกฤษระบุว่ารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียก วีระเทพ ป้อมพันธุ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มาก่อนหน้านี้ และครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีเพราะทั้งสองมีคุณภาพและความสามารถที่พิสูจน์แล้วจากสโมสร
ธีรศิลป์ กับบทบาทพิเศษในทีม

หนึ่งในไฮไลต์ของรายชื่อชุดนี้คือการกลับมาของ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก๋า ฮัดสันกล่าวว่า “ธีรศิลป์จะเป็นตัวอย่างให้น้องทุกคนในเรื่องของความนิ่งและบรรยากาศในการรับใช้ชาติ รวมถึงคุณภาพของเขาจะมายกระดับและสร้างมาตรฐานให้กับนักเตะรุ่นน้องได้ ผมไม่อยากโยนแรงกดดันให้ธีรศิลป์ แต่เชื่อว่าด้วยแคแรคเตอร์ตรงนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ในทีมได้”
เป้าหมายของนัด ไทย พบ คูเวต
ฮัดสันเผยเป้าหมายสำหรับนัดนี้ว่า “สิ่งที่คาดหวังจากนักเตะคือความดุดันในการเล่นเกมรุก และความตื่นตัวในการเล่นเป็นทีม นี่คือสิ่งที่เราจะแสดงออกมาในเกมกับคูเวต และเราได้เก็บตัวเร็วขึ้น 2 วัน ทำให้ทีมมีระยะเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”
ขณะเดียวกันเขายังส่งสารถึงแฟนบอลว่า “แฟนบอลคือส่วนสำคัญอย่างมาก นักกีฬาทุกคนคาดหวังว่าแฟนบอลจะมาช่วยให้กำลังใจ สนับสนุนพวกเรา เพราะแฟนบอลสำคัญกับเราอย่างมาก เราจะพยายามตอบแทนแฟนบอลที่มาเชียร์กันอย่างล้นหลาม”
ฟอร์มล่าสุดของช้างศึก ขาขึ้นต่อเนื่อง
ผลงานของทีมชาติไทยในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณบวกชัดเจน โดยล่าสุดเอาชนะเติร์กเมนิสถาน 2-1 ในรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ และก่อนหน้านั้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังถล่มศรีลังกา 4-0 อย่างขาดลอย ฟอร์มที่สม่ำเสมอนี้ทำให้ช้างศึกอยู่ในอันดับต้นของกลุ่มในการคัดเลือก ซึ่งยิ่งสร้างแรงกดดันในเชิงบวกว่าจะต้องรักษามาตรฐานนี้ต่อไปให้ได้
มองไปข้างหน้า ลุ้นตั๋วเอเชียนคัพ 2027
เป้าหมายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการเตรียมทีมทุกครั้งคือการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 ที่ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะเป็นเวทีที่ไทยต้องพิสูจน์ตัวเองในระดับทวีปอีกครั้ง การได้เก็บสะสมประสบการณ์จากเกมอย่าง ไทย พบ คูเวต และตามด้วยจีน ซึ่งเป็นทีมระดับเอเชียที่มีคุณภาพแตกต่างกัน จึงเป็นโอกาสทองที่ฮัดสันจะได้ทดลองทั้งโครงสร้างทีมและแทคติกอย่างจริงจัง
สำหรับแฟนบอลไทยทุกคน ค่ำวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่สนามปทุมธานี สเตเดียม คือคืนที่ไม่ควรพลาด มาร่วมเป็นกำลังใจให้ช้างศึกพิสูจน์ฝีมือบนแผ่นดินบ้านเกิดอีกครั้ง 🇹🇭⚽ รวมข่าวกีฬาฟุตบอล
