มีผู้กำกับบางคนที่เมื่อพูดถึงชื่อของเขา คนจะนึกถึงหนังก่อนนึกถึงตัวเขา และนั่นน่าจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดที่คนทำหนังจะได้รับ
ณฐพล บุญประกอบ หรือ “ไก่” คือหนึ่งในชื่อนั้น
เส้นทางที่เริ่มจากการเลียนแบบพี่ชาย
เส้นทางการเป็นผู้กำกับของ ณฐพล บุญประกอบ เริ่มต้นจากการเลียนแบบพี่ชายมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป อ่านการ์ตูน ฟัง Fat Radio เล่นดนตรี เรียนสายศิลป์-ฝรั่งเศส เข้าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลือกสาขาการภาพยนตร์และภาพนิ่ง แต่สุดท้าย ความสนใจของเขาก็เบนไปทางสารคดีจนตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก
การที่ชีวิตของ ณฐพล บุญประกอบ เริ่มจากการ “เลียนแบบ” ไม่ใช่เรื่องของการขาดตัวตน แต่เป็นเรื่องของการค้นหา เขาทดลองทุกอย่างที่พี่ชายทำเพื่อหาว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ และคำตอบนั้นนำเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาที่นิวยอร์ก
ณฐพล บุญประกอบ ชื่อเล่น ไก่ เป็นผู้กำกับและเขียนบทชาวไทย เคยไปศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Social Documentary จาก School of Visual Arts, New York สารคดีสั้นของเขาได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Shortlist ของงาน BAFTA Student Film Awards 2017
การที่งานนักศึกษาถูก Shortlist จาก BAFTA Student Film Awards ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลก บอกได้ว่าสิ่งที่เขาค้นพบในนิวยอร์กไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เป็นวิธีมองโลกที่แตกต่างออกไปจากที่เรียนมา

ไม่ใช่ผู้กำกับสารคดี แต่คือนักสื่อสาร
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ ณฐพล บุญประกอบ คือการนิยามตัวเองอย่างชัดเจน
ณฐพล บอกว่าเขาไม่ใช่ผู้กำกับสารคดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องการนิยามตัวเองอย่างนั้น เขาว่าเขาเป็นนักสื่อสาร และสารคดีเป็นเพียงเครื่องมือที่จะนำสิ่งที่เขาอยากพูดไปสู่คนฟัง
ความแตกต่างระหว่าง “นักทำสารคดี” กับ “นักสื่อสาร” ฟังดูเหมือนเรื่องของการตั้งชื่อ แต่ในความเป็นจริงมันคือปรัชญาการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนทำสารคดีอาจทำหนังเพื่อหนัง แต่นักสื่อสารทำหนังเพื่อให้คนเปลี่ยนวิธีมองโลก และนั่นคือสิ่งที่งานของ ไก่ ณฐพล ทำได้ทุกครั้ง
2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว จุดเปลี่ยนสำคัญ
ชื่อของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ เริ่มเป็นที่คุ้นหูในวงกว้างตอนที่เขากำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว ที่เล่าถึงโครงการก้าวคนละก้าวของตูน บอดี้สแลม กับการวิ่งระยะไกลจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมทุนให้กับโรงพยาบาลต่างๆ
ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว ที่เปลี่ยนคำว่าสารคดีให้กลายเป็นภาพยนตร์คลุกวงในตลอด 55 วัน ระหว่างโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศของตูน บอดี้สแลม ที่สนุก ดูเพลิน และเรียกน้ำตาให้กับหลายคน
ก่อนหนังเรื่องนี้ คำว่า “สารคดีไทย” มักถูกมองว่าเป็นหนังที่ต้องดูในชั้นเรียนหรือในงานเทศกาล ไม่ใช่หนังที่คนทั่วไปจะไปดูในโรงและร้องไห้ด้วยกัน ณฐพล บุญประกอบ เปลี่ยนสมการนั้น
เอหิปัสสิโก หนังที่เขากลัวที่สุดแต่ตัดสินใจทำ
หลังจากความสำเร็จของ 2,215 ณฐพล บุญประกอบ เลือกทำหนังที่กล้าหาญกว่า และอาจเสี่ยงกว่ามาก
ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับหนังสารคดี เอหิปัสสิโก (Come and See) แม้จะรู้สึกว่าการทำสารคดีสีเทาเต็มไปด้วยข้อจำกัด แต่เมื่อมานั่งชั่งน้ำหนักดูแล้ว เขากลับมองว่ามันมีประโยชน์มาก หากคนในวงกว้างได้รับรู้ถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เขายืนหยัดตอนทำ เอหิปัสสิโก (Come and See) ว่าถ้ามีความเสี่ยงก็จะยอมรับมัน เพราะอยากเป็นปุ๋ยให้สารคดีไทยเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ
คำว่า “อยากเป็นปุ๋ย” บอกอะไรได้มากเกี่ยวกับวิธีคิดของ ไก่ ณฐพล เขาไม่ได้ทำหนังเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อให้วงการสารคดีไทยมีพื้นที่ขยายตัว แม้ต้นทุนของการนั้นคือการรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง
วัย 34 ของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ เป็นปีที่เจ้าตัวคอนเฟิร์มว่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะภาพยนตร์กึ่งสารคดีซึ่งเขาดองเก็บไว้นานหลายปีอย่าง เอหิปัสสิโก (Come and See) จะฉายอย่างเป็นทางการในโรงภาพยนตร์ทั่วไป แม้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเกรงผลกระทบและเสียงวิพากษ์วิจารณ์สุดๆ แต่ประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตที่ผ่านมา สอนให้รู้จักจัดการความคิดและความคาดหวัง

ศิลปะคือน้ำ ไม่ว่าจะกั้นหินก้อนไหนก็ฝ่าได้
หนึ่งในคำพูดที่ ณฐพล บุญประกอบ พูดถึงบ่อยครั้งคือเรื่องของข้อจำกัดในการสร้างงานสร้างสรรค์
เขาบอกว่า “ผมชอบหนังอิหร่านมาก ผู้กำกับอิหร่านหลายคนเลือกที่จะทำหนังสะท้อนสังคม แม้อิหร่านจะเป็นประเทศที่ถูกเซนเซอร์อย่างเข้มข้น เพราะรัฐเอาศาสนามานำ ผู้กำกับคนหนึ่งชื่อว่า อัสการ์ ฟาร์ฮาดี เคยโพสต์ว่า การเซนเซอร์ก็เหมือนหินที่กั้นทาง แต่ศิลปะมันคือน้ำ ยังไงน้ำจะหาทางฝ่าหินเข้าไปได้ ไม่ว่ามึงจะกั้นหินก้อนเท่าไหนก็ตาม”
ประโยคนี้ไม่ใช่แค่การยกคำพูดของคนอื่น แต่คือสิ่งที่ ณฐพล บุญประกอบ ใช้ดำรงชีวิตในฐานะผู้กำกับสารคดีไทยที่เลือกทำหนังเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ง่ายในบริบทของสังคมไทย
หนังสือที่เปลี่ยนมุมมอง
นอกจากการทำหนัง ณฐพล บุญประกอบ ยังเป็นคนที่หนังสือมีบทบาทสำคัญในชีวิตการทำงาน
รายการพ็อดแคสต์ The Reader’s Secret ชวน ณฐพล มาเล่าถึงประสบการณ์การอ่านหนังสือเล่มที่สั่นสะเทือนมุมมองจนอยากหยิบไปสร้างเป็นหนัง
ข้อนี้บอกว่า ไก่ ณฐพล มองโลกอย่างกว้างกว่าการเป็นแค่คนทำหนัง เขาเป็นนักอ่าน นักสังเกต และนักสะสมเรื่องราวที่รอวันถูกแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหว
สงคราม ส่งด่วน ก้าวที่กล้าสู่ Fiction เป็นครั้งแรก
กว่าจะมาเป็นซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn) ผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นับเป็นช่วงเวลาของการทำงานหนักแบบใส่สุดใส่เต็มตลอดสี่ปีของ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและคนเขียนบท ที่ต้องการส่งต่อความรู้สึกอันทรงพลังที่เขาได้รับจากคนต้นเรื่อง เพื่อไปถึงคนดูให้ได้มากที่สุด
ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว เก้ง จิระ มะลิกุล และ วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ สองโปรดิวเซอร์แถวหน้าแห่งค่ายหนัง GDH ชวน ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดี เจ้าของผลงานสารคดีอย่าง 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว, Come and See เอหิปัสสิโก รวมถึงผู้กำกับร่วมในภาพยนตร์ One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ ไปสัมภาษณ์นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงคนหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจและน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน
ชื่อชั้นได้รับการยอมรับในฐานะผู้กำกับสารคดีมือรางวัลอยู่แล้ว ทั้งจาก 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว และเอหิปัสสิโก การได้เข้ามากำกับผลงาน Fiction เรื่องแรกของ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ จึงถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ยิ่งกับการลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดัง ที่เจ้าตัวใช้เวลาร่วมปลุกปั้นถึง 4 ปี
การก้าวจากสารคดีมาสู่ Fiction ด้วยซีรีส์ Mad Unicorn Netflix คือการพิสูจน์ว่า ณฐพล บุญประกอบ ไม่ได้ผูกตัวเองกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เขาผูกตัวเองกับเรื่องราว และจะเลือกเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเล่ามันออกมา
ข้อได้เปรียบที่ผู้กำกับไทยมีและต้องใช้ให้เป็น
ณฐพล บุญประกอบ พูดถึงข้อได้เปรียบของผู้กำกับไทยไว้ว่า “ข้อได้เปรียบของเราคือความที่ผู้กำกับไทยรู้อินไซต์คนไทย เราจับดีเทลต่างๆ มาให้คนไทยด้วยกันอินได้ก่อนเลย ทำหนังจีบกัน ทำหนังสถานการณ์บ้านเมือง คนไทยก็จะทัชได้ง่าย แต่นั่นแหละครับ คอนเทนต์ดีๆ เหล่านี้จะเกิดได้เมื่อประเทศมีอิสระทางความคิดก่อน”
คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การพูดถึงวงการหนัง แต่คือการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างอิสรภาพทางความคิดกับคุณภาพของงานสร้างสรรค์ในภาพรวม สิ่งที่ ณฐพล บุญประกอบ พูดคือสิ่งที่คนทำงานสร้างสรรค์ทุกแขนงเข้าใจดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กล้าพูดออกมาตรงๆ
ผู้กำกับที่มองหนังเหมือนกระจก
ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับหนัง เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการดูภาพยนตร์คือการได้เห็นตัวเองจากภาพยนตร์เรื่องนั้น เหมือนการส่องกระจกที่ทำให้เรารู้จักตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น
ในโลกที่หนังถูกทำขึ้นเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก ณฐพล บุญประกอบ ยืนยันว่าหนังที่ดีต้องทำงานมากกว่านั้น มันต้องให้คนดูได้สะท้อนตัวเอง ได้ตั้งคำถาม และออกจากโรงหนังหรือปิดจอในฐานะคนที่ไม่เหมือนเดิม
เส้นทางของ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ตั้งแต่เด็กที่เลียนแบบพี่ชาย ไปเรียนที่ School of Visual Arts นิวยอร์ก กลับมาทำ 2,215 ที่ทำให้คนทั้งประเทศร้องไห้ ทำ เอหิปัสสิโก ที่กล้าแตะเรื่องที่ไม่มีใครอยากแตะ และก้าวสู่ สงคราม ส่งด่วน บน Netflix — ทั้งหมดนั้นไม่ใช่แผนที่วางไว้ล่วงหน้า แต่คือผลของการที่คนคนหนึ่งยืนยันซ้ำๆ ว่าเขาจะพูดเรื่องที่ควรพูด ด้วยวิธีที่ดีที่สุดที่เขาทำได้
