Showing posts with label เยอรมัน เชพเพอร์ด หรือ อัลเซเชี่ยน (Geman Shepherd). Show all posts
Showing posts with label เยอรมัน เชพเพอร์ด หรือ อัลเซเชี่ยน (Geman Shepherd). Show all posts

Friday, August 21, 2015

เมื่อน้องหมาเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือด!



        เชื่อว่าในหมู่คนเลี้ยงน้องหมาคงเคยได้ยินเรื่องโรคพยาธิเม็ดเลือดมาพอสมควร พยาธิเม็ดเลือจัดเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งในสุนัขมีทั้งหมด 3 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดแตกต่างกันไป แต่ วันนี้จะขอกล่าวถึงพยาธิเม็ดเลือดที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งนั่นคือ ชนิด Ehrlichia canis หรือเรียกกันย่อๆ ว่า E. Canis พยาธิเม็ดเลือดชนิดนี้พบได้ในสุนัขทุกเพศ ทุกพันธุ์ ทุกอายุ โดยมีพาหะนำโรคคือ เห็บ นั่นเอง

          ทั้งนี้ หลายท่านก็แอบสงสัยว่าน้องหมาของตัวเองไม่มีเห็บเลย แต่ทำไมถึงเป็นโรคนี้ได้ อาจเพราะมีจำนวนไม่มากพอ เราจึงไม่เห็นมากกว่า หรืออาจจะเป็นช่วงที่เห็บลงจากตัวน้องหมาไปลอกคราบ หรือลงไปวางไข่พอดี ทำให้เราไม่เจอเห็บบนตัวสุนัขก็เป็นได้ และการเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเห็บเยอะหรือหลายๆ ตัว แม้มีแค่ตัวเดียว แต่ถ้าตัวที่มากัดมีพยาธิเม็ดเลือดอยู่ ก็สามารถเป็นโรคได้แล้ว

          เมื่อเห็บดูดเลือดจากสุนัขที่มีเชื้อ E. Canis เข้าไป เชื้อจะเข้ามาอยู่ในตัวเห็บ จากนั้นถูกปล่อยออกไปกับน้ำลายของเห็บขณะที่กินเลือดสุนัขอีกตัว เมื่อเข้าร่างกายสุนัขแล้ว พยาธิจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ และลิมโฟไซต์ และมีระยะฟักตัว 8-20 วัน ก่อนจะปรากฎอาการ

อาการ

          สำหรับอาการที่พบทั่วไปมี 2 ระยะ คือ แบบเฉียบพลัน (1-4 สัปดาห์) สุนัขจะมีไข้ขึ้นๆ ลงๆ ซึม เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต บางตัวพบว่าเลือดกำเดาไหลข้างเดียว จุดเลือดออกตามตัว จากนั้นสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันดีจะสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้อได้

          แต่ถ้าภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ เชื้อพยาธิเม็ดเลือดจะพัฒนาเข้าสู่อาการในแบบเรื้อรัง (40-120 วัน) ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่ ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เยื่อเมือกซีด มีไข้สูง เลือดกำเดาไหลมาก ปัสสาวะเป็นเลือด หายใจลำบาก จนถึงไขกระดูกทำงานบกพร่อง ภูมิคุ้มกันทำลายกันเอง ทำให้โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย ตับอักเสบ ข้ออักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และนำไปสู่การเสียชีวิตได้

การรักษาและวิธีการป้องกัน

          วิธีการรักษาส่วนใหญ่คือ การให้ยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือดและการรักษาตามอาการ โดยจะต้องรักษาต่อเนื่อง อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ ร่วมกับตรงจเลือดเพื่อประเมิณค่าเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดเป็นระยะ และต้องติดตามผลต่ออีก 6 เดือน ถึง 1 ปี

          การป้องกันพยาธิเม็ดเลือดนั้นจะต้องอาศัยการเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าของ โดยการป้องกันการติดเห็บ ปัจจุบันมีหลายวิธีและหลายผลิตภัณฑ์มาให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น ตามลักษณะพื้นที่อยู่อาศัยและลักษณะการเลี้ยง เป็นต้น นอกจากนี้ควรตรวจเลือดน้องหมาอย่างน้อยปีละครั้งด้วยค่ะ


แหล่งที่มา   โลกสัตว์เลี้ยง, http://pet.kapook.com/view1453.html

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/218354281907196808/

Thursday, May 16, 2013

เยอรมัน เชพเพอร์ด หรือ อัลเซเชี่ยน (Geman Shepherd)






มีทั้งพันธุ์ขนสั้นและพันธุ์ขนยาว

ความสูง/น้ำหนัก เพศผู้สูง 24 ถึง 26 นิ้ว น้ำหนัก 65 ถึง 85 ปอนด์ เพศเมียสูง 22 ถึง 24 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 70 ปอนด์ 

สี สีดำด้าน สีเทา สีแทน สีแทนแดง สีน้ำตาล ซึ่งปกติจะมีแต้มหรือด่างสีน้ำตาล สีแทนหรือไม่ก็สีเทา แต่สุนัขอัลเซเชี่ยนส่วนมากที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกจะเป็นสีน้ำตาลแดงหรือสี ชาปนแต้มดำ

เหมาะสำหรับ สุนัขพันธุ์อัลเซเชี่ยนเป็นสุนัขเหมาะสำหรับให้บริการแก่ปวงชนแทบทุกประเภท ของบริการที่จำเป็น อย่างเช่น เหมาะสำหรับเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน สุนัขจู่โจม สุนัขค้นหาวัตถุระเบิด หรือค้นหายาเสพติด สุนัขช่วยชีวิต และสุนัขนำทางคนพิการทางสายตา สุนัขพันธุ์ อัลเซเชี่ยนนี้เหมาะที่สุดสำหรับตำรวจ ยามรักษาการณ์ และคนที่อยากจะทุ่มเทเวลาเพื่อฝึกสุนัขและทำงานร่วมกับสุนัข

ไม่เหมาะสำหรับ คนที่ชอบอยู่เงียบ ๆ ชอบมีชีวิตสันโดษเหนือสิ่งอื่นใด หรือคนชราไม่เหมาะสำหรับสุนัขพันธุ์อัลเซเชี่ยน และสุนัขพันธุ์นี้ก็ไม่เหมาะสำหรับคนฝึกสุนัขมือใหม่

 
สิ่งจำเป็น สุนัขพันธุ์อัลเซเชี่ยนเหมาะสำหรับเลี้ยงอยู่ในบ้านที่มีบริเวณ มีสวนหน้าบ้านหรือหลังบ้าน หรือตามอพาร์ทเมนท์ใหญ่ ๆ ควรมีที่ให้สุนัขพันธุ์นี้ได้วิ่งออกกำลังกายทุกวัน อัลเซเชี่ยนจำเป็นต้องมีเจ้านายที่คอยควบคุมดูแลอยู่เสมอ เพื่อจะได้ช่วยฝึกให้สุนัขยอมอยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างเต็มใจ สุนัขอัลเซเชี่ยนจำเป็นต้องมีอะไร ๆ ทำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือสิ่งท้าทาย เพราะอัลเซเชี่ยนกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา สุนัขดีจากเยอรมันสายพันธุ์แท้นี้ ควรจะได้รับการฝึกอย่างถูกวิธี อย่างระมัดระวัง และฝึกอยู่เป็นประจำโดยผู้เชี่ยวชาญ สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการออกกำลังกายอย่างมากและสม่ำเสมอทุกวันหากเป็นไปได้ และเวลาที่ต้องมาคอยดูแลตบแต่งเสริมสวยก็ไม่จำเป็นมากนัก ยกเว้นขนยาวที่พันกันเป็นกระจุกหรือไม่เป็นระเบียบดูไม่สวยงาม ควรจะได้รับการแปรงหรือหวีขนอยู่เป็นประจำ 

จุดเด่น สุนัขที่มีผู้นิยมเลี้ยงดูมากที่สุดพันธุ์หนึ่งนี้ เป็นสุนัขที่กล้าหาญ เฉลียวฉลาด เต็มใจทำงาน เชื่อง และเรียนรู้เร็ว ชอบที่จะยืนอยู่เคียงข้างเจ้านายด้วยความซื่อสัตย์และไว้ใจได้ในทุก สถานการณ์เป็นสุนัขที่ยอมรับทุกคนในครอบครัว เชื่องกับทุกคน และรักเด็ก

ข้อเสีย หากไม่ได้รับการฝึกอย่างเพียงพอ สุนัขพันธุ์นี้ก็อาจจะวางใจไม่ได้ทีเดียวนัก และมันอาจจะเพาะนิสัยก้าวร้าว ชอบกัดกับสุนัขตัวอื่น ๆ ความอดทนที่มีต่อสัตว์อื่น ๆ และนิสัยดีที่มีต่อคนจะค่อย ๆ สูญหายไป และมันอาจจะกลายเป็นสุนัขที่ยากจะเดาใจและก้าวร้าวได้ 

 
ช่วงชีวิต อัลเซเชี่ยนโดยเฉลี่ยจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 15 ปี

พิจารณาก่อนซื้อ ก่อนที่เราจะซื้อลูกสุนัขอัลเซเชี่ยนมาเลี้ยงให้ระวังพิจารณาให้ดีถึงสายพันธุ์ หรือพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของสุนัขด้วย ให้ระวังหรือให้พึงสังเกตถึงลักษณะเสื่อมของสุนัข อันเกิดจากการเพาะพันธุ์ที่ไม่ถูกต้อง สุนัขที่มีลักษณะเสื่อมเหล่านี้จะเล่นงานลูกสุนัขที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับนิสัยในสายเลือดโดยแท้ของสุนัขพันธุ์อัลเซเชี่ยนที่ไม่ชอบ รังแกสุนัขตัวอื่นและเมื่อสุนัขโตขึ้น หากมีลักษณะเสื่อมมันจะเป็นอันตรายต่อคน ให้พึงระวังไว้ให้ดี 

แหล่งที่มา  https://sites.google.com/site/swinemaejo61/family-map