คนส่วนใหญ่รู้จัก ต้นบอน ในฐานะพืชที่ขึ้นริมน้ำหรือต้นไม้ประดับใบใหญ่ แต่น้อยคนที่รู้ว่าสิ่งที่เรียกรวมๆ ว่า “บอน” นั้นแท้จริงแล้วมีอยู่หลายสกุลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ต้นบอน คืออะไร และอยู่ในวงศ์ใด
ต้นบอน เป็นพืชในวงศ์บอน (Araceae) วงศ์เดียวกับไม้ประดับยอดนิยมอื่นๆ อย่างบอนสี อโกลนีมา ฟิโลเดนดรอน และหน้าวัวใบ สิ่งที่ทำให้วงศ์นี้พิเศษคือรูปทรงดอกที่คล้ายกันและรูปร่างของใบที่มักมีขนาดใหญ่และสีสันโดดเด่น
ต้นบอน ชื่อวิทยาศาสตร์ Colocasia esculenta มีชื่อสามัญว่า Elephant ear, Taro, Dasheen มีถิ่นกำเนิดในเขตที่ราบลุ่มของเอเชียอาคเนย์ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของประเทศไทยด้วย จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุได้หลายปี มักขึ้นเป็นกลุ่มตามพื้นที่ลุ่มริมน้ำ
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ต้นบอน ที่เราเรียกกันนั้นครอบคลุมพืชหลายสกุล โดยสองสกุลหลักที่กำลังเป็นที่นิยมในวงการไม้ประดับคือ Colocasia และ Alocasia ซึ่งดูคล้ายกันแต่มีความแตกต่างที่ชัดเจนมาก
Colocasia คืออะไร ต้นบอนที่ชอบน้ำและแดดจัด

Colocasia คือสกุลของ ต้นบอน ที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด รวมถึงเผือก บอนแกง บอนห้วย และบอนที่เราใช้ปรุงอาหารกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
Colocasia เป็นพืชในสกุลเดียวกับเผือกและบอน มีหัวขนาดใหญ่ ไม่มีลำต้น แต่ก้านที่แทงขึ้นมาอาจสูงได้ท่วมหัว เวลาแตกหน่อจะแตกห่างจากต้นเดิมเล็กน้อย
จุดเด่นของ Colocasia ในแง่ลักษณะใบคือใบจะชี้ลงพื้น ปลายใบมน ใบแผ่กว้าง ต่างจาก Alocasia ที่ใบมักชี้ขึ้นหรือขนานกับพื้น
โคโลคาเซีย ชื่นชอบบริเวณที่มีน้ำท่วมขังและแสงแดดจัด ยกเว้นบางพันธุ์ที่ใบมีลายด่างจะต้องการแสง 50-60 เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่เราเห็น Colocasia ขึ้นตามริมน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วไป
Colocasia ยอดนิยมที่น่าสะสมได้แก่ สายพันธุ์ที่มีก้านสีดำอย่าง Black Magic ที่มีก้านสีดำพุ่งสูงขึ้นมาและใบสีเขียวห่อเป็นทรงถ้วย หรือสายพันธุ์ลายอย่าง Nancy’s Revenge ที่มีฟอร์มใบสีเขียวขนาดใหญ่พร้อมแถบสีขาวป้ายอยู่กลางใบ
Alocasia คืออะไร ต้นบอนที่ชื่อแปลว่า “ไม่ใช่โคโลคาเซีย”

Alocasia หรือ อโลคาเซีย มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับที่มาของชื่อ
หลายคนเข้าใจผิดหรือแยกไม่ออกระหว่างต้นไม้ในสกุลอโลคาเซีย กับ โคโลคาเซีย จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ Alocasia ที่แปลว่า “ไม่ใช่โคโลคาเซีย” นั่นหมายความว่าชื่อของมันเกิดขึ้นเพื่อแยกความแตกต่างจากสกุลพี่น้องโดยตรง
Alocasia เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เป็นเหง้ายาว ลำต้นเหนือดินเป็นลักษณะการซ้อนกันของกาบใบ และแตกหน่อใกล้ต้นเดิม ต่างจาก Colocasia ที่แตกหน่อออกไปห่างจากต้นแม่
บอนกระดาด อยู่ในสกุล Alocasia เป็นพืชวงศ์บอน (Araceae) เป็นไม้ใบประดับใบเลี้ยงเดี่ยว มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย มักพบตามป่าดิบเขา ป่าดิบชื้นในที่ชื้น มีแดดรำไรและใกล้แหล่งน้ำ
วิธีแยก Colocasia และ Alocasia อย่างถูกต้อง

สำหรับคนที่ยังแยกไม่ออกว่า ต้นบอน ที่ตัวเองกำลังมองอยู่คือสกุลไหน มีวิธีสังเกตที่ชัดเจนสามข้อ
ดูทิศทางของใบ — Alocasia จะสังเกตได้ง่ายเพราะว่าใบจะมีทรงเหมือนลูกศรธนู ใบชี้ขึ้นหรือขนานกับพื้น ต่างจาก Colocasia ที่ใบจะชี้ลงพื้น
ดูลักษณะหัวและลำต้น — จุดสังเกตที่ชัดที่สุดคือลักษณะของหัว อโลคาเซียจะมีลำต้นอยู่ใต้ดินในลักษณะของเหง้ายาว มีลำต้นเหนือดินที่เกิดจากการซ้อนกันของกาบใบ ส่วนโคโลคาเซียจะมีหัวขนาดใหญ่ชัดเจน ไม่มีลำต้น
ดูทิศทางการแตกหน่อ — อโลคาเซียแต่ละต้นจะแตกหน่อค่อนข้างชิดกันกับต้นเดิม แต่โคโลคาเซียจะแตกหน่อห่างจากต้นเดิมมาเล็กน้อย
สายพันธุ์ Alocasia ที่น่าสะสม

อโลคาเซีย หรือ ต้นบอน สกุลนี้มีความหลากหลายที่น่าทึ่ง ตั้งแต่ขนาดเล็กวางบนชั้นได้สบายจนถึงขนาดใหญ่สูงกว่าคนเลี้ยง
Alocasia Red Secret มีความสวยงามไม่เหมือนใครของใบโทนสีแดง-ชมพู ผิวใบมันเป็นเงา เส้นกลางใบสีแดงเข้ม ตัดกับก้านสีเขียวอ่อนได้เป็นอย่างดี ลำต้นมีขนาดกลางความสูงประมาณ 1 เมตร เหมาะสำหรับปลูกประดับบ้าน
Alocasia Dragon Scale หรือ Alocasia baginda คือหนึ่งใน ต้นบอน ที่ได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยผิวใบที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดมังกร สีเขียวเข้มตัดกับเส้นใบสีเงิน ขนาดไม่ใหญ่ วางบนชั้นหรือโต๊ะทำงานได้สวยงาม
Alocasia reginula ‘Black Velvet’ คือ ต้นบอน ขนาดจิ๋วที่มีชื่อตรงกับลักษณะ ใบสีดำกำมะหยี่สลับกับเส้นใบสีเงินสวยงาม เหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัดหรืออยากเลี้ยงในห้องแบบ indoor plant
Alocasia Watsoniana มีเส้นใบที่โดดเด่นชัดเจน มีความโดดเด่นที่เส้นใบและมีขนาดไม่ใหญ่นัก จึงตอบโจทย์คนที่มีพื้นที่ไม่มาก สามารถวางบนชั้นได้สบาย
การปลูกต้นบอน Alocasia และ Colocasia ต้องการสิ่งแตกต่างกัน
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง Colocasia และ Alocasia สำหรับคนปลูกคือเรื่องของน้ำและแสง
สำหรับ Alocasia
อโลคาเซีย ชอบดินร่วนชุ่มชื้นสูง ไม่ควรปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง แต่ต้องไม่มีน้ำขังเพราะอาจรากเน่าได้ง่าย ชอบแสงแดดรำไรประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบางชนิดที่ทนต่อแสงแดดจัดได้ หากร่มเกินไปต้นมักโทรม ไม่แข็งแรง
อโลคาเซีย เป็นพืชที่ชอบความชื้นและชอบน้ำ จึงควรรดน้ำประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ให้ระมัดระวังเรื่องของการรดน้ำ ไม่ควรรดน้ำถี่หรือบ่อยมากจนเกินไปเพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเชื้อราหรือโรครากเน่าได้
การใส่ปุ๋ยบำรุง ต้นบอน สกุล Alocasia ควรใส่ทุก 2-3 เดือน สามารถใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้วัว หรือปุ๋ยละลายช้าตามสะดวก แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยในฤดูแล้ง
สำหรับ Colocasia
ต่างจาก Alocasia อย่างชัดเจน Colocasia ชอบน้ำ สามารถวางก้นกระถางลงบนจานเปล่าแล้วเติมน้ำให้สูงเท่าขอบของจานรองได้ หรือแม้แต่ปลูกในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Alocasia ทนไม่ได้เลย
ศัตรูพืชที่ต้นบอนต้องระวัง

ไม่ว่าจะเป็น Colocasia หรือ Alocasia มีศัตรูพืชที่ต้องระวังคล้ายกัน
หากไม่อยากให้มีแมลงมารบกวน เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน ไรแดง ให้ฉีดพ่นรอบๆ ต้นด้วยน้ำสบู่หรือน้ำมันสะเดา ซึ่งจะช่วยป้องกันศัตรูเหล่านี้ได้พร้อมกำจัดฝุ่นไปในตัว
โรครากเน่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยในการปลูก ต้นบอน โดยเฉพาะ Alocasia ที่ต้องการวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี การเลือกใช้ดินที่มีส่วนผสมของเศษใบไม้ผุหรือดินที่มีความร่วนซุยจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
ต้นบอน ไม้ประดับที่มากกว่าแค่ความสวยงาม
ต้นบอน มีสรรพคุณทางยาด้วย ในหลอดทดลองพบว่าสารสกัดจากใบบอนแห้งด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหนอง และหัวใต้ดินของต้นบอนมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต
นอกจากนี้ ใบบอนมีคุณสมบัติพิเศษคือไม่เปียกน้ำ เพราะมีขี้ผึ้งเคลือบผิวใบอยู่ จึงนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการห่อของได้ เช่น การใช้ห่อข้าวหมาก
เริ่มต้นกับต้นบอน เลือกสกุลที่ใช่สำหรับพื้นที่ของคุณ
ถ้าบ้านมีพื้นที่กลางแจ้งและมีบ่อน้ำหรือแอ่งน้ำ Colocasia คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มันจะเติบโตงามและใบจะใหญ่อย่างที่คุณฝัน
ถ้าอยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่แสงแดดรำไร Alocasia คือ ต้นบอน ที่จะทำให้ห้องของคุณมีชีวิต สายพันธุ์เล็กอย่าง Black Velvet หรือ Dragon Scale เหมาะมากกับพื้นที่จำกัด
ไม่ว่าจะเลือกสกุลไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลูก ต้นบอน คือการเข้าใจธรรมชาติของพืชชนิดนั้น แล้วเลียนแบบสภาวะแวดล้อมที่มันชอบ เมื่อทำได้ถูกต้อง ต้นบอน จะตอบแทนคุณด้วยใบที่สวยงามอย่างที่ธรรมชาติตั้งใจออกแบบมา
“ต้นบอน สอนเราว่าของที่หน้าตาคล้ายกัน ไม่ได้ต้องการการดูแลเหมือนกันเสมอ — เหมือนกับคนที่ดูคล้ายกันแต่ต้องการความรักในแบบที่ต่างกัน”
