"แม่" คือหนึ่งในบุคคลสำคัญของชีวิตที่คอยมอบทั้งความรัก ความห่วงใย และการดูแลโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน "วันแม่แห่งชาติ" จึงเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่เปิดโอกาสให้ลูก ๆ ได้แสดงความรัก ความกตัญญู และระลึกถึงพระคุณของผู้เป็นแม่ รวมถึงใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัว
โดยประเทศไทยเริ่มจัดงานวันแม่ขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ที่สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้เริ่ม แต่ในช่วงเวลาต่อมาการจัดงานวันแม่ไม่ได้ดำเนินต่อเนื่อง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 15 เมษายน เป็น "วันแม่แห่งชาติ" และมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ
ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. 2519 ได้มีกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็น "วันแม่แห่งชาติ" อย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น "แม่ของแผ่นดิน"
ทำให้นับตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติเป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะกำหนดวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีให้เป็นวันแม่แห่งชาติ ทว่าหลายประเทศทั่วโลกก็มีวันแม่แห่งชาติเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแม่ เพื่อยกย่องบทบาทและความสำคัญของผู้เป็นแม่ รวมถึงเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก
แม้วันแม่ในแต่ละประเทศจะมีที่มาและธรรมเนียมแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือการใช้วันนี้เป็นโอกาสในการบอกรัก ขอบคุณ และแสดงความกตัญญูต่อแม่ ไม่ว่าจะผ่านคำพูด ของขวัญ ดอกไม้ หรือเพียงการกลับไปใช้เวลาร่วมกัน
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มีความหมายสำหรับแม่อาจไม่ใช่ของขวัญราคาแพง แต่อาจเป็นเพียงคำว่า "รักแม่นะ" และเวลาที่ลูกตั้งใจมอบให้ในวันพิเศษนี้