แม้ "วันแม่" จะมีจุดหมายคล้ายกัน คือการยกย่องบทบาทของผู้เป็นแม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูก ๆ ได้แสดงความรัก ความขอบคุณ และความกตัญญู แต่เมื่อมองไปทั่วโลกกลับพบว่า วันแม่ไม่ได้ถูกกำหนดให้ตรงกันทุกประเทศ
บางแห่งฉลองในเดือนพฤษภาคม บางประเทศมีรากฐานมาจากประเพณีทางศาสนา ขณะที่บางแห่งไม่ได้แยก "วันแม่" และ "วันพ่อ" ออกจากกัน แต่รวมไว้เป็นวันเดียวกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมเนียมของแต่ละสังคมที่แตกต่างกัน
แล้ววันแม่ในประเทศต่าง ๆ มีเรื่องราวน่าสนใจอย่างไรบ้าง?
สหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้นวันแม่ยุคใหม่ และดอกคาร์เนชัน
สหรัฐอเมริกากำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่ โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้วันแม่ในรูปแบบสมัยใหม่ถือกำเนิดขึ้นคือ แอนนา จาร์วิส
หลังสูญเสีย แอน รีฟส์ จาร์วิส ผู้เป็นแม่ แอนนาได้ผลักดันให้มีวันที่ใช้รำลึกและยกย่องบทบาทของแม่ จนนำไปสู่การจัดพิธีวันแม่อย่างเป็นทางการในปี 1908 ซึ่งเธอได้ส่งดอกคาร์เนชันสีขาวจำนวนมากไปใช้ในพิธี และทำให้ดอกคาร์เนชันค่อย ๆ กลายเป็นดอกไม้ที่ผูกพันกับวันแม่ในสหรัฐฯ
ต่อมาในปี 1914 ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ประกาศให้วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่ในระดับชาติอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันธรรมเนียมวันแม่ของชาวอเมริกันมีตั้งแต่การมอบการ์ด ดอกไม้และของขวัญ ไปจนถึงการพาแม่ออกไปรับประทานอาหารหรือใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว
เกาหลีใต้ ไม่แยกวันพ่อ-วันแม่ แต่ฉลอง "วันพ่อแม่" พร้อมกัน
อีกหนึ่งประเทศที่มีธรรมเนียมแตกต่างออกไปคือเกาหลีใต้ เพราะไม่ได้แยกวันแม่และวันพ่อออกจากกัน แต่กำหนดให้วันที่ 8 พฤษภาคมของทุกปีเป็น "วันพ่อแม่" หรือ Parents’ Day
เดิมทีเกาหลีใต้กำหนดให้วันที่ 8 พฤษภาคมเป็นวันแม่ตั้งแต่ปี 1956 ก่อนที่ในปี 1973 จะเปลี่ยนมาเป็นวันพ่อแม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหลานแสดงความกตัญญูต่อทั้งพ่อและแม่พร้อมกันในวันเดียว
หนึ่งในภาพที่พบเห็นได้ในช่วงวันพ่อแม่คือ ดอกคาร์เนชัน ที่ลูกหลานนิยมนำมามอบหรือติดให้กับพ่อแม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรักและความเคารพ นอกจากนี้ หลายครอบครัวยังใช้โอกาสนี้มอบของขวัญ พาพ่อแม่ไปรับประทานอาหาร หรือกลับมาใช้เวลาร่วมกัน
จึงอาจกล่าวได้ว่า วันที่ 8 พฤษภาคมของเกาหลีใต้ไม่ได้เป็นเพียงวันสำหรับแม่เท่านั้น แต่เป็นวันที่ลูกหลานได้กล่าวคำขอบคุณต่อบุพการีทั้งสองคนพร้อมกัน
สหราชอาณาจักร จาก "โบสถ์แม่" สู่ Mothering Sunday
วันแม่ของสหราชอาณาจักรมีเรื่องราวต่างออกไป เพราะไม่ได้มีต้นกำเนิดจาก Mother’s Day แบบสหรัฐอเมริกา แต่มีประเพณีของตัวเองที่เรียกว่า Mothering Sunday
Mothering Sunday ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 4 ของเทศกาลมหาพรต (Lent) ตามปฏิทินคริสต์ศาสนา ทำให้วันที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม
ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 16 วันนี้ยังไม่ได้มีความหมายถึงการเฉลิมฉลองให้กับแม่โดยตรง แต่เป็นวันที่ผู้คนเดินทางกลับไปยัง Mother Church หรือโบสถ์แม่ ซึ่งอาจหมายถึงโบสถ์บ้านเกิด มหาวิหาร หรือโบสถ์สำคัญประจำพื้นที่ เพื่อร่วมพิธีทางศาสนา
ต่อมาคนรับใช้และผู้ที่ต้องทำงานห่างจากบ้านมักได้รับอนุญาตให้หยุดงานในวันนี้เพื่อเดินทางกลับไปหาแม่และครอบครัว จึงค่อย ๆ ทำให้ความหมายของ Mothering Sunday เชื่อมโยงกับผู้เป็นแม่มากขึ้น
ปัจจุบัน Mothering Sunday กลายเป็นวันที่ครอบครัวใช้แสดงความรักและขอบคุณแม่ คล้ายกับวันแม่ในประเทศอื่น ๆ ทั้งการมอบการ์ด ดอกไม้ ของขวัญ และรับประทานอาหารร่วมกัน ขณะที่ Simnel Cake เค้กผลไม้ตกแต่งด้วยมาร์ซิแพน ก็เป็นขนมที่มีความเกี่ยวข้องกับธรรมเนียม Mothering Sunday มาอย่างยาวนาน
มาลาวี วันแม่ 15 ตุลาคม วันหยุดสำคัญที่แตกต่างจากหลายประเทศ
หากวันแม่ในเดือนพฤษภาคมเป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับหลายประเทศมาลาวี ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่แตกต่างออกไป เพราะกำหนดให้วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันแม่ และยังถือเป็น วันหยุดราชการของประเทศอีกด้วย
วันที่ 15 ตุลาคมยังน่าสนใจตรงที่เป็นวันเดียวกับวันสตรีชนบทสากล (International Day of Rural Women) ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในพื้นที่ชนบท
สำหรับวันแม่ของมาลาวี ครอบครัวต่าง ๆ ใช้วันนี้เป็นโอกาสแสดงความรักและความขอบคุณต่อแม่และบุคคลที่ทำหน้าที่เสมือนแม่ พร้อมใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว
นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะเรียกว่า "วันแม่" เหมือนกัน แต่ช่วงเวลาในการเฉลิมฉลองของแต่ละประเทศกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
"ดอกเบญจมาศ" ดอกไม้ยอดนิยมในวันแม่ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียฉลองวันแม่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา แต่ประวัติวันแม่ในออสเตรเลียมีเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง
หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ เจเน็ต เฮย์เดน หญิงชาวซิดนีย์ที่ในปี 1924 เริ่มรณรงค์ให้ผู้คนบริจาคของขวัญแก่คุณแม่สูงอายุที่ถูกหลงลืมหรืออยู่อย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลรัฐนิววิงตัน หลังเธอเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่นั่นและพบเห็นสภาพชีวิตของผู้หญิงเหล่านั้น
การรณรงค์ได้รับความสนใจจากโรงเรียน ธุรกิจ และประชาชน ก่อนที่ธรรมเนียมการมอบของขวัญในวันแม่จะแพร่หลายมากขึ้นในออสเตรเลีย
อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นคือ ดอกเบญจมาศ ซึ่งกลายเป็นดอกไม้ยอดนิยมอย่างมากในช่วงวันแม่ของออสเตรเลีย โดยเกษตรกรจำนวนไม่น้อยวางแผนการปลูกเพื่อให้ดอกเบญจมาศออกดอกทันช่วงวันแม่โดยเฉพาะ
นอกจากจะเป็นดอกไม้ที่ออกดอกเหมาะกับช่วงฤดูใบไม้ร่วงของออสเตรเลียแล้ว ชื่อภาษาอังกฤษ Chrysanthemum ยังลงท้ายด้วยเสียง "mum" ซึ่งเป็นคำที่ชาวออสเตรเลียใช้เรียก "แม่" จึงยิ่งทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ถูกเชื่อมโยงกับเทศกาลวันแม่ได้อย่างลงตัว
ปัจจุบันชาวออสเตรเลียนิยมมอบดอกไม้ การ์ดและของขวัญ รวมถึงพาแม่ไปรับประทานอาหารหรือใช้เวลาร่วมกันในวันพิเศษนี้