April Come She Will คือหนึ่งในนั้น
เพลงที่เกิดในรุ่งเช้าหลังเฝ้ากันทั้งคืน
Paul Simon เล่าถึงที่มาของเพลงว่า ขณะที่เขาอยู่ในอังกฤษ เขาได้ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งทั้งคืน และในยามรุ่งอรุณเธอได้ท่องบทกลอนภาษาอังกฤษให้ฟัง ซึ่งเป็นเพลงกล่อมเด็กเกี่ยวกับนกกาเหว่า บทกลอนนั้นเริ่มต้นว่า “April come she will”
บทกลอนนั้นถูกเก็บอยู่ในหัวของ Paul Simon และกลายมาเป็นโครงสร้างของเพลงที่เขาเขียนในปี 1964 ขณะพักอยู่ในลอนดอน
April Come She Will ถูกแต่งในปี 1964 ขณะที่ Paul Simon อยู่ในอังกฤษ พักอยู่ในห้องใต้ดินย่าน Belsize Park เนื้อเพลงใช้ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบกับอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิง
หกเดือนที่เล่าทุกสิ่ง
สิ่งที่ทำให้ april come she will โดดเด่นคือความฉลาดในการใช้ฤดูกาลเป็นภาษา ไม่มีชื่อตัวละคร ไม่มีเหตุการณ์เฉพาะเจาะจง แต่ทุกคนที่เคยรักและสูญเสียจะรู้ทันทีว่าเพลงนี้กำลังพูดถึงอะไร
เพลงเล่าผ่านหกเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึงการเติบโต ชีวิต และการสิ้นสุดของความรักชั่วคราว แสดงออกผ่านฤดูกาลตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง
เมษายน — เธอมา เหมือนธารน้ำที่เต็มล้น พฤษภาคม — เธออยู่ พักผ่อนในอ้อมแขน มิถุนายน — เธอเริ่มเปลี่ยน เดินเตร่ในราตรี กรกฎาคม — เธอบิน จากไปโดยไม่บอกกล่าว สิงหาคม — เธอต้องตาย ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดหนาวเย็น กันยายน — ฉันจะจำ ความรักที่เคยใหม่กลับแก่ชราลง
หกบทกลอน หกเดือน และทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการรักคนที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่
เสียงของ Art Garfunkel คือสิ่งที่ทำให้เพลงนี้เป็นอมตะ
บรรยากาศของ april come she will มีความเป็น Celtic อ่อนๆ คล้ายกับ Scarborough Fair ซึ่งเป็น A-side ของซิงเกิลเดียวกัน และรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล โดย Art Garfunkel ถ่ายทอดผ่านการร้องที่เบาเหมือนกระซิบ ราวกับกำลังสวดภาวนา
Paul Simon เขียนเพลง แต่ Art Garfunkel ทำให้มันลอยอยู่ในอากาศ เสียงร้องของ Garfunkel ในเพลงนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของสิ่งที่เรียกว่า “Interpreter” นักร้องผู้ไม่เพียงแค่ร้องโน้ต แต่สร้างโลกให้คนฟังเดินเข้าไปอยู่ในนั้น
The Graduate ภาพยนตร์ที่พาเพลงนี้ไปสู่โลก
April Come She Will ปรากฏในอัลบั้ม Sounds of Silence (1966) ของ Simon & Garfunkel และถูกนำไปใช้ใน soundtrack ภาพยนตร์ The Graduate และยังปรากฏใน EP “Mrs. Robinson” ในปี 1968
The Graduate (1967) คือภาพยนตร์ที่พูดถึงชายหนุ่มที่สับสนระหว่างความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมีกับ Mrs. Robinson และความรักที่แท้จริงกับลูกสาวของเธอ ความสับสน ความเงียบ และความรู้สึกว่าชีวิตกำลังเลื่อนหลุดมืออย่างช้าๆ คือบรรยากาศที่ april come she will เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพลงปรากฏในฉาก pool scene และถูกใช้เป็น rhythmic guide ระหว่างการตัดต่อภาพยนตร์ด้วย
ภาพยนตร์พาเพลงนี้ไปถึงผู้ชมทั่วโลกที่อาจไม่เคยรู้จัก Simon & Garfunkel มาก่อน และสร้างความหมายชั้นที่สองให้กับเพลงที่มีชั้นความหมายอยู่มากพออยู่แล้ว
เพลงสั้นที่สุด แต่ยาวนานที่สุดในความทรงจำ
April Come She Will มีความยาวเพียง 1:51 นาที ซึ่งเป็น track ที่สั้นที่สุดในอัลบั้ม Sounds of Silence
1 นาที 51 วินาทีสำหรับเพลงร่วมสมัยอาจฟังดูสั้นเกินไปที่จะบอกอะไรได้ แต่ Paul Simon พิสูจน์ว่าความยาวไม่ใช่สิ่งที่กำหนดความลึก บทกวีบางบทมีเพียงสี่บรรทัดแต่มีความหมายเกินกว่านิยายทั้งเล่ม april come she will คือบทกวีแบบนั้น
ยังคงปรากฏในป็อปคัลเจอร์จนถึงปัจจุบัน

April Come She Will ปรากฏในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง รวมถึง The Simpsons, The Mindy Project, ซีรีส์เกาหลี Angel Eyes และใน Parks and Recreation ตอน “Andy and April’s Fancy Party” ซึ่งตัวละคร April (Aubrey Plaza) และ Andy (Chris Pratt) แต่งงานกัน
การที่เพลงจากปี 1966 ยังคงถูกเลือกใช้ในงานสร้างสรรค์ยุคปัจจุบันบอกว่ามันพูดถึงบางอย่างที่ไม่มีวันล้าสมัย ฤดูกาลยังคงเปลี่ยน ความรักยังคงเกิดและสิ้นสุด และผู้คนยังคงต้องการเพลงที่เข้าใจสิ่งนั้นได้ดีกว่าที่พวกเขาอธิบายได้เอง
Simon & Garfunkel สร้างผลงานที่ยั่งยืนด้วยความสามารถในการเปลี่ยนบทกลอนเรียบง่ายให้กลายเป็นบทกวีที่ลึกซึ้ง
และ april come she will คือหลักฐานที่ดีที่สุดข้อนั้น
