มีบางสถานที่ที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เจ้าของโครงการ แก้ม – วรรณกานต์ กิจคุณาเสถียร กล่าวว่า “ไม่ใช่โรงแรมที่ไม่รู้ว่าตื่นมาแล้วไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน”
นั่นคือสิ่งที่ โรงแรมเคลิ้ม ต้องการสื่อตั้งแต่วันแรก และนั่นคือสิ่งที่ทำให้โฮสเทลบ้านไม้เก่าแห่งนี้ยืนหยัดอยู่ในแวดวงที่พักดีไซน์ของกรุงเทพมาได้จนถึงทุกวันนี้
“เคลิ้ม” หมายถึงอะไร
ชื่อที่ฟังดูเรียบง่ายแต่มีความหมายลึกกว่าที่คิด
KLOEM ในภาษาไทยหมายถึงสภาวะที่ฝันเคลิ้ม หรือสภาวะกึ่งตื่นกึ่งหลับ ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของการได้อยู่ในช่วงเวลาที่ดีจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นความจริงหรือความฝัน
KLOEM เป็นคำภาษาไทยที่ใช้อธิบายช่วงเวลาอันสงบสุข นั่นคือสิ่งที่ต้องการให้แขกรู้สึกเมื่อก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้
ฟังดูเหมือนเรียบง่ายใช่ไหม แต่ลองนึกดูว่าในโลกของโรงแรมที่แข่งกันด้วยจำนวนดาวและสิ่งอำนวยความสะดวก การที่โรงแรมเคลิ้มเลือกตั้งชื่อด้วย “ความรู้สึก” นั้นบอกได้มากว่าที่นี่คือที่พักประเภทไหน
ย่านธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ก่อนจะเล่าเรื่องตัวอาคาร ต้องเล่าเรื่องย่านก่อน เพราะ Kloem Hostel ไม่สามารถแยกออกจากบริบทรอบข้างได้เลย
ถนนเพชรบุรี ซอย 5 หรือ “ซอยกิ่งเพชร” ในเขตราชเทวี เป็นพื้นที่ที่ยังมีร่องรอยวิถีชีวิตจากยุค 90s อยู่ครบถ้วน ทั้งร้านค้าท้องถิ่น ร้านอาหาร ร้านซักผ้า และโฮมสเตย์เล็กๆ พร้อมบรรยากาศชุมชนที่อบอุ่น นอกจากนั้นยังมีชุมชนที่คนยังเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ มีค่ายมวย เคียงอยู่กับรางรถไฟที่ขนาบด้วยชุมชนคนริมราง จนนำมาซึ่งวิถีชีวิตที่ผสมปนเปเป็นเสน่ห์แบบกรุงเทพฯ ที่น่าดึงดูดอย่างประหลาด
ขณะที่กรุงเทพรอบข้างกำลังถูกปรับหน้าด้วยคอนโดและห้างสรรพสินค้า ซอยเล็กๆ แห่งนี้ยังคงมีกลิ่นอายที่ระลึกถึงได้ว่า “กรุงเทพฯ เคยเป็นแบบนี้” โรงแรมเคลิ้มจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พัก แต่เป็นหน้าต่างบานเล็กๆ ที่เปิดให้มองเห็นกรุงเทพแบบที่หน้าสื่อและอัลกอริทึมมักไม่นำเสนอ
บ้านไม้สองหลังที่ถูกต่อชีวิตใหม่
ภายในย่านนั้นมีบ้านไม้เล็กๆ สองหลังที่กำลังทรุดโทรมลงตามกาลเวลาเหมือนบ้านหลังอื่นๆ รอบข้าง แต่ด้วยทำเลและคุณสมบัติของพื้นที่ บ้านทั้งสองหลังที่มีอายุหลายทศวรรษจึงมีคุณสมบัติที่น่าสนใจในแง่การสื่อถึงเสน่ห์ของกรุงเทพท้องถิ่นผ่านพื้นที่และชุมชนรอบข้าง จนในที่สุดได้กลายเป็นสถานที่ชื่อว่า KLOEM HOSTEL
Kloem Hostel ได้รับการพัฒนาจากบ้านแบบดั้งเดิมไทยที่สร้างขึ้นในปี 1957 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก และนักออกแบบตกแต่งภายใน วางแผนอย่างรอบคอบเพื่อรักษาโครงสร้างเดิมของบ้านไว้ให้ได้มากที่สุด วัสดุจากผนังไม้ที่ชำรุดยังถูกนำมาแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงโต๊ะขนาดใหญ่ในล็อบบี้สำหรับให้แขกมาพบปะสังสรรค์
แนวทางการออกแบบที่ว่า “ซ่อมและเพิ่ม” (Repairing and Adding) ไม่ใช่แค่กระบวนการก่อสร้าง แต่คือปรัชญา ทุกชิ้นไม้ที่ถอดออกได้รับการขัดและทาสีใหม่ กรอบหน้าต่างเดิมถูกเก็บไว้แล้วเพิ่มกระจกเข้าไปเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาและยังสามารถใช้ระบบแอร์ได้ด้วย
สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่อง
ผู้ออกแบบโครงการนี้คือ IF (Integrated Field) สำนักออกแบบไทยที่มีชื่อเสียงด้านการทำงานกับพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์
โครงการประกอบด้วยอาคารสามหลัง ได้แก่ บ้านไม้ไทยเดิมสองหลังและอาคารสไตล์ล็อฟต์ แนวทางการออกแบบหลักคือการสร้างพื้นที่โดยใช้โครงสร้างและวัสดุเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเน้นที่การ “ซ่อม” และ “เพิ่ม” โดยอาคารไม้หลังใหญ่ประกอบด้วยห้องพักหอพักสำหรับ 4 คนและ 6 คนสำหรับผู้หญิงที่ชั้นล่าง และห้องพักสำหรับ 3 คน 4 คน และ 6 คนสำหรับผู้ชายที่ชั้นบน
สำหรับพื้นที่จำกัด IF เสนอให้สร้างอาคารเพิ่มเติมสูงสองชั้นที่ประกอบด้วยโครงสร้างเหล็กสีดำ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้อนรับ พักผ่อน รับประทานอาหาร และพื้นที่เชื่อมต่อที่นำแขกไปสู่ชั้นบน บนชั้นบนของพื้นที่นี้มีพื้นตาข่ายขนาดใหญ่สำหรับให้แขกนั่งและพักผ่อนอย่างสบายๆ
เปลญวนขนาดใหญ่และลานในบ้าน

หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของ โรงแรมเคลิ้ม ไม่ใช่ห้องพัก แต่คือพื้นที่ส่วนกลาง
พื้นที่ระหว่างบ้านของทั้งสองหลังถูกเชื่อมต่อกันทำให้เป็นชานพักแสนร่มรื่น มีเปลญวนขนาดเล็กวางอยู่ตามจุดต่างๆ ให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาว่างส่วนตัว นอนเล่น จะอ่านหนังสือ เล่นดนตรี หรือเอกเขนกชิลล์ๆ บนเสื่อกับ “เจ้าอ้วน” น้องเหมียวเจ้าถิ่นสุดน่ารักที่ Kloem Hostel ก็เลือกพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยเลย นอกจากนี้ยังมีเปลญวนขนาดใหญ่ที่รองรับน้ำหนักอย่างปลอดภัยได้ถึง 8 คน แขวนลอยอยู่เหนือพื้นที่ส่วนกลางระหว่างบ้านพักทั้งสองหลัง
เปลญวนนั้นไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่คือการตอบคำถามว่า “เคลิ้ม” ฟังดูอย่างไรในรูปแบบสถาปัตยกรรม เมื่อนอนอยู่บนเปลกลางสายลม ระหว่างบ้านไม้สองหลังที่มีอายุกว่าครึ่งศตวรรษ ที่พักดีไซน์แห่งนี้พิสูจน์ว่าความ “เคลิ้ม” ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมราคาแพง
ที่ตั้งที่ดีกว่าที่คิด
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและความเงียบสงบในท้องถิ่นอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องสูญเสียความสะดวกสบายในเมือง ที่ตั้งของ Kloem Hostel มอบสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งสองโลก ตั้งอยู่ในซอยสงบที่มีชุมชนท้องถิ่นคึกคัก แต่ห่างจากย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพเพียง 1 กิโลเมตร และอยู่ในระยะเดินจากระบบขนส่งหลักของกรุงเทพ ทั้ง Airport Rail Link สถานีพญาไทและ BTS พญาไท ในระยะ 10 นาที
สำหรับโฮสเทลกรุงเทพที่มักเผชิญทางเลือกระหว่าง “ทำเลดีแต่แพง” หรือ “ราคาถูกแต่ไกลทุกที่” โรงแรมเคลิ้มหักกฎนั้น ด้วยการอยู่ในซอยที่ยังมีกลิ่นไอชุมชนแต่เดินถึงสถานีรถไฟและแหล่งท่องเที่ยวได้โดยไม่ยาก
รางวัลในแวดวงสถาปัตยกรรมโลก
KLOEM HOSTEL เป็นส่วนหนึ่งใน 100 BEST DESIGN SMALL HOTELS & HOSTELS หนังสือ 100 BEST DESIGN SERIES ฉบับที่ 2 ที่รวบรวมไอเดียที่พักไซส์เล็กสำหรับนักท่องโลก
นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน ArchDaily แพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมระดับโลก ซึ่งพิสูจน์ว่าบ้านไม้รีโนเวตหลังนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่พักน่ารักสำหรับนักท่องเที่ยว แต่คือตัวอย่างของการออกแบบที่มีแนวคิดชัดเจน สะท้อนบริบท และเคารพประวัติศาสตร์ของสถานที่
ไม่ใช่แค่ห้องพัก แต่คือประสบการณ์ย่าน
สิ่งที่ทำให้ โรงแรมเคลิ้ม แตกต่างจากโฮสเทลดีไซน์ทั่วไปในกรุงเทพคือมันไม่ได้ตั้งใจจะเป็นฉากหลังสวยงามสำหรับถ่ายรูป แต่ตั้งใจจะให้คุณ “ใช้ชีวิต” ในย่านนั้นจริงๆ
เสน่ห์ที่เกิดจากวิถีชีวิตคนธรรมดา ดึงดูดให้เจ้าของโครงการเลือกบ้านไม้เก่า 2 หลังซึ่งตั้งอยู่ในโซนด้านในสุดของซอย สร้างเป็นโฮสเทลรีโนเวตขนาดเล็ก โดยเน้นการดึงบริบททั้งทางกายภาพและด้านวิถีชีวิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม
เมื่อเดินออกจากประตู คุณจะเจอชีวิตจริงของกรุงเทพ ไม่ใช่กรุงเทพที่ถูกกรองแล้วเพื่อนักท่องเที่ยว นั่นคือสิ่งที่หาไม่ได้จากโรงแรมแบรนด์ใหญ่
ข้อมูลการเดินทาง: โรงแรมเคลิ้ม (Kloem Hostel) ตั้งอยู่เลขที่ 107/31 ถนนเพชรบุรี ซอย 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทร 095 525 5522 เดินทางได้ด้วย BTS หรือ Airport Rail Link สถานีพญาไท ระยะเดิน 10 นาที
