หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจยั่วยุหรือเปิดการโจมตีแบบจำกัดต่อประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ได้เร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนของปีนี้
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียโดยยูเครนและความคืบหน้าทางทหารที่จำกัดในสนามรบ อาจผลักดันให้ปูตินพยายามสร้างชัยชนะด้วยการทดสอบความแข็งแกร่งของนาโต
โดยมีแนวโน้มจะเลือกโจมตีประเทศบริเวณปีกตะวันออก เพื่อดูว่าชาติสมาชิกจะปฏิบัติตามมาตรา 5 ซึ่งกำหนดให้การโจมตีสมาชิกหนึ่งประเทศถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมดหรือไม่
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่า รัสเซียไม่น่าจะเปิดแนวรบใหม่กับนาโต เนื่องจากยังทุ่มทรัพยากรส่วนใหญ่ให้กับสงครามในยูเครน แต่การประเมินล่าสุดสอดคล้องกับคำเตือนจากหลายประเทศในยุโรปที่มองว่าความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้น
ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเยอรมนีออกมาเตือนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า รัสเซียอาจมีศักยภาพเพียงพอที่จะโจมตีประเทศสมาชิกนาโตได้ภายใน 3 ปี ขณะที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่า ความเป็นไปได้ของการโจมตี ทั้งในรูปแบบสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) หรือการรุกภาคพื้นดินในวงจำกัด อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงปี 2029
รายงานข่าวกรองล่าสุดยังมีขึ้นท่ามกลางคำเตือนจากหลายประเทศในยุโรปที่ระบุว่า รัสเซียอาจพยายามจัดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาคบอลติกด้วยการใช้โดรนที่ผลิตในยูเครน เพื่อโยนความรับผิดให้รัฐบาลเคียฟในปฏิบัติการที่รู้จักกันในชื่อว่าปฏิบัติการธงลวง (False Flag Operation) เห็นได้จากช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานพบเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้าและเหตุด้านความมั่นคงหลายครั้งในทั้ง 3 ประเทศแถบบอลติก
รายงานยังชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาคลังอาวุธบางประเภทร่อยหรอลง จากการทำสงครามกับอิหร่านในกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตและระบบทาด (THAAD) ที่มีอยู่จำกัด
โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาเปิดเผยว่า การส่งมอบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศจากตะวันตกลดลงถึง 2 ใน 3 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ท่ามกลางการโจมตีของรัสเซียที่หนักหน่วงขึ้น