ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยสำหรับผู้ที่ถูกสังหารในสงคราม การโจมตี และการประท้วง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้ความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวปฏิบัติเรื่องวัคซีนที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า ข้อเสนอของเขาเป็นการตอบโต้อิหร่าน หลังจากที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและปฏิบัติตามเงื่อนไข
ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เงื่อนไขเหล่านั้นเป็นไปตามกรอบข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นที่สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน แต่ได้ล่มลงในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องล่าสุดของทรัมป์ไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยโดยฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจาหรือแถลงการณ์ใด ๆ ก่อนหน้านี้ โดยทรัมป์ระบุว่า ประเด็นนี้จะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทั้งหมดกับผู้นำอิหร่านในอนาคต และจะรวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวของผู้ประท้วงนับแสนคนที่เขาระบุว่าถูกรัฐบาลอิหร่านสังหาร
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และได้ทำการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของอิหร่านออกจากเส้นทางขนส่งน้ำมันยุทธศาสตร์นี้แล้ว
ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายร่วมกับประเทศโอมาน เพื่อกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันซ้ำว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อน ทั้งการจ่ายค่าชดเชย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการยุติภัยคุกคามทางการทหาร ก่อนที่น่านน้ำสำคัญนี้จะถูกเปิดอีกครั้ง
นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุระหว่างแถลงข่าวว่า การเจรจาร่วมกับโอมานกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่ายังคงมีบางฝ่ายที่พยายามเข้ามากีดกันและขัดขวางการบรรลุข้อตกลงดังกล่าว
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของโลก ได้ถูกปิดล้อมโดยสมบูรณ์นับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง