ต้นไม้ตายทั้งที่รดน้ำสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่หลายคนเจอ และบางครั้งสาเหตุไม่ได้อยู่ที่ดิน ปุ๋ย หรือแสง แต่อยู่ที่ กระถางต้นไม้ ที่เลือกมาผิดประเภท
ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการสภาพแวดล้อมรากที่ต่างกัน และกระถางคือสิ่งที่กำหนดสภาพแวดล้อมนั้นทั้งหมด นี่คือ 10 วิธีเลือกกระถางต้นไม้ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
10 วิธีเลือก กระถางต้นไม้ ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

1. ต้องมีรูระบายน้ำทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
กระถางหรือภาชนะปลูกต้นไม้ที่ดีควรมีรูระบายให้น้ำไหลออกได้สะดวก
นี่คือกฎข้อแรกที่ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะกระถางต้นไม้ทรงสวยแค่ไหน ถ้าไม่มีรูระบาย น้ำจะขังและรากจะเน่าในที่สุด ถ้าชอบกระถางเคลือบสวยที่ไม่มีรู ให้ใช้กระถางพลาสติกซ้อนข้างในแทน แล้วค่อยนำกระถางสวยมาครอบไว้ด้านนอก
2. เลือกขนาดให้เหมาะ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
ควรย้ายต้นไม้ปลูกในกระถางใหม่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน โดยย้ายไปยังกระถางที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมประมาณ 1-2 นิ้ว
กระถางที่ใหญ่เกินไปทำให้ดินเก็บความชื้นมากเกินจนรากเน่า ส่วนกระถางเล็กเกินไปทำให้รากขดและต้นไม้หยุดโต กฎง่ายๆ คือเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของรากประมาณ 2-3 เซนติเมตร
3. รู้จักวัสดุกระถาง ก่อนตัดสินใจซื้อ
กระถางดินเผา ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับต้นไม้ทุกรูปแบบ ดินเผาช่วยเก็บความชื้นได้ดี ขณะเดียวกันก็มีความพรุนของเนื้อกระถางทำให้ระบายน้ำและอากาศได้ดีเช่นกัน
กระถางเซรามิก เป็นกระถางที่ทำมาจากดินเผา มีการเคลือบผิวอีกชั้น เพื่อเพิ่มความสวยงามแปลกใหม่ เหมาะสำหรับปลูกตกแต่งและโชว์ลวดลาย สีสัน แต่เนื่องจากมีการเคลือบเซรามิก จะทำให้อากาศเข้าไปได้ยาก
สรุปง่ายๆ กระถางดินเผาเหมาะกับต้นไม้ที่ต้องการการระบายน้ำดี เช่น กระบองเพชรและไม้อวบน้ำ ส่วนกระถางเซรามิกเหมาะกับต้นไม้ที่ชอบความชื้น
4. เลือกทรงกระถางให้ตรงกับระบบรากของต้นไม้
กระถางทรงสูง เหมาะกับต้นไม้ทรงสูง รากแบบเหง้า ระบบรากลึก ควรทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักมากอย่างคอนกรีต เซรามิก เพื่อช่วยรับน้ำหนักต้นไม้ด้วย
ต้นไม้รากตื้นอย่างกุหลาบหินหรือไม้อวบน้ำ เหมาะกับกระถางทรงเตี้ยปากกว้าง ส่วนต้นไม้รากลึกอย่างมอนสเตอร่าหรือยางอินเดียต้องการกระถางทรงสูงเพื่อให้รากมีพื้นที่ขยายตัว
5. น้ำหนักกระถางต้องเหมาะกับสถานที่วาง
กระถางต้นไม้ที่มีน้ำหนักเบา เช่น กระถางพลาสติก ดินเผา สังกะสี ช่วยเคลื่อนย้ายต้นไม้ง่าย ขณะที่กระถางที่มีน้ำหนักมาก เช่น ปูนซีเมนต์ เหมาะสำหรับต้นไม้ที่มีทรงสูง เพื่อให้พยุงต้นไม้ไม่ให้โค่นล้ม
ถ้าต้องการวางต้นไม้บนชั้น หิ้ง หรือพื้นที่แคบ ให้เลือกกระถางพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาสน้ำหนักเบา แต่ถ้าวางกลางแจ้งหรือตั้งพื้น กระถางซีเมนต์หรือเทอร์ราคอตตาน้ำหนักมากจะช่วยให้ต้นไม้ไม่โค่นล้ม
6. กระถางไฟเบอร์กลาสสำหรับคนที่อยากได้ทั้งสวยและเบา
กระถางไฟเบอร์กลาส วัสดุสมัยใหม่ยอดนิยม คงทน น้ำหนักเบา และให้ความรู้สึกเหมือนวัสดุจากธรรมชาติ ทำเลียนแบบวัสดุอื่นได้อย่างแนบเนียน แต่ราคาค่อนข้างสูง
สำหรับคนที่อยากได้กระถางต้นไม้ที่ดูเหมือนซีเมนต์ หินหรือดินเผา แต่ต้องการน้ำหนักเบา กระถางไฟเบอร์กลาสคือคำตอบ ราคาสูงกว่าแต่อายุการใช้งานยาวนานกว่ามาก
7. เลือกจานรองให้เหมาะ ป้องกันปัญหาน้ำขัง
จานรองกระถางดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเลือกผิดมีปัญหาแน่ จานรองที่ลึกเกินไปจะทำให้น้ำขังและรากดูดน้ำส่วนเกินกลับเข้าไปในกระถาง
วิธีที่ถูกต้องคือเลือกจานรองที่ตื้นพอให้น้ำส่วนเกินระบายออก แต่ไม่ขังนาน หรือหมั่นเทน้ำส่วนเกินออกจากจานรองทุกครั้งหลังรดน้ำ โดยเฉพาะต้นไม้อวบน้ำที่เน่าง่ายหากรากแช่น้ำ
8. รองก้นกระถางด้วยหินหรืออิฐก่อนใส่ดิน
กระถางใบใหญ่ควรรองก้นกระถางด้วยหินภูเขาไฟหรืออิฐมอญทุบ หนาประมาณ 1-2 นิ้ว จะช่วยไม่ให้รากจมน้ำอยู่ตลอดเวลาจนทำให้รากเน่าและส่งกลิ่นเหม็น
เทคนิคนี้สำคัญมากสำหรับกระถางขนาดใหญ่ที่ดินด้านล่างมักเปียกนานกว่า การรองด้วยหินภูเขาไฟช่วยให้น้ำส่วนเกินระบายออกเร็วขึ้นและรากได้รับอากาศมากขึ้น
9. สีและสไตล์ให้เข้ากับห้อง ไม่ใช่แค่ต้นไม้
กระถางต้นไม้ในบ้านไม่ได้ทำหน้าที่แค่ใส่ดิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้อง สำหรับห้องสไตล์มินิมอลให้เลือกกระถางสีขาว เทา หรือดำทรงเรียบ สำหรับห้องสไตล์ Boho ให้ลองกระถางดินเผาสีธรรมชาติหรือกระถางถักหวาย และสำหรับห้องสมัยใหม่ กระถางคอนกรีตหรือโลหะจะให้บรรยากาศที่ดูดี
10. รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องเปลี่ยนกระถางใหม่
ควรย้ายต้นไม้ปลูกในกระถางใหม่ช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน โดยย้ายไปยังกระถางที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมประมาณ 1-2 นิ้ว
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนกระถางต้นไม้ ได้แก่ รากโผล่ออกมาจากรูก้นกระถาง ต้นไม้โตช้าลงผิดปกติ ดินแห้งเร็วผิดปกติ หรือกระถางแตกร้าว อย่ารอจนรากบวมแน่นในกระถาง เพราะการย้ายตอนนั้นจะทำให้รากบอบช้ำมาก
สรุปเกี่ยวกับ กระถางต้นไม้
กระถางต้นไม้ ที่ดีคือกระถางที่เหมาะกับต้นไม้ชนิดนั้นๆ ไม่ใช่กระถางที่สวยที่สุดหรือแพงที่สุด ลองนำ 10 วิธีนี้ไปปรับใช้ รับรองว่าต้นไม้ในบ้านจะสุขภาพดีและห้องก็สวยขึ้นด้วยกัน
