เมื่อพูดถึง ฉลาม ประวัติ สิ่งแรกที่ต้องรู้คือมันเก่าแก่แค่ไหน
ฉลาม วิวัฒนาการมาบนโลกนี้มากกว่า 450 ล้านปีแล้ว นั่นหมายความว่า ฉลาม มีอยู่ก่อนไดโนเสาร์จะถือกำเนิด ก่อนต้นไม้จะขึ้นบนแผ่นดิน และก่อนที่มนุษย์จะปรากฏขึ้นบนโลกนี้ถึงกว่า 440 ล้านปี
ตลอด ฉลาม ประวัติ หลายร้อยล้านปีนั้น โลกผ่านการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง รวมถึงครั้งที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ แต่ ฉลาม รอดมาได้ทั้งหมด
จนกระทั่งมนุษย์มา

ฉลาม มีกี่ชนิด?
ฉลาม ประวัติ บนโลกนี้ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว ปัจจุบันมี ฉลาม มากกว่า 500 ชนิดที่รู้จัก แต่ละชนิดมีขนาด รูปร่าง และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ฉลามวาฬ (Whale Shark) คือ ฉลาม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาวได้ถึง 12 เมตร แต่กินแค่แพลงก์ตอนและปลาตัวเล็กๆ มันคือยักษ์ใหญ่ที่ใจดีที่สุดในทะเล และเป็น ฉลาม ชนิดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากดำน้ำด้วยมากที่สุด
ฉลามหัวค้อน (Hammerhead Shark) มีหัวที่ยื่นออกทั้งสองข้างในรูปทรงพิเศษ ซึ่งช่วยให้มันรับรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเหยื่อได้แม่นยำขึ้น เป็น ฉลาม ที่พบได้ในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะในหมู่เกาะสิมิลัน
ฉลามกบ (Nurse Shark) เป็น ฉลาม ขนาดกลางที่ชอบนอนนิ่งๆ อยู่ใต้ก้อนหินหรือในถ้ำใต้น้ำ มีอุปนิสัยเงียบๆ ไม่ค่อยก้าวร้าว และมักพบได้ตามแนวปะการังของไทย
ฉลามครีบขาว (Whitetip Reef Shark) คือ ฉลาม ที่พบได้บ่อยที่สุดตามแนวปะการังในน่านน้ำไทย มีขนาดไม่ใหญ่ และแทบไม่ก่อความเป็นอันตรายต่อนักดำน้ำ
ฉลาม ไม่ชอบงับคุณ ความจริงที่หนัง Jaws ซ่อนไว้
ฉลาม ประวัติ ที่ถูกสร้างโดยสื่อบันเทิงทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก
ความจริงคือ ฉลาม ไม่ได้มองมนุษย์เป็นเหยื่อ สถิติทั่วโลกบอกว่าในแต่ละปี มีคนถูก ฉลาม โจมตีโดยเฉลี่ยเพียง 70-80 ครั้ง และในจำนวนนั้น มีผู้เสียชีวิตเพียงไม่กี่คน
เปรียบเทียบกับจำนวน ฉลาม ที่มนุษย์ฆ่าทิ้งทุกปี — ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านตัว ต่อปี
การที่ ฉลาม บางครั้งโจมตีมนุษย์มักเกิดจากการเข้าใจผิดของฉลาม ไม่ใช่ความจงใจ เช่น เมื่อนักโต้คลื่นที่ถือกระดานโต้คลื่นมองจากข้างล่างขึ้นมาจะดูคล้ายเต่าทะเลหรือแมวน้ำมาก
ฉลาม กลัวเราพอๆ กับที่เรากลัวมัน แค่เราไม่รู้ เพราะ ฉลาม ไม่มีโซเชียลมีเดีย
ฉลาม กำลังสูญหาย วิกฤตที่เงียบที่สุดในทะเล
ฉลาม ประวัติ ที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยุคนี้
ปัจจุบัน ฉลาม มากกว่า 30% ของทุกชนิดในโลกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตั้งแต่ใกล้สูญพันธุ์ไปจนถึงวิกฤตรุนแรง
สาเหตุหลักที่ทำให้ฉลามสูญหาย :
การตัดครีบฉลาม (Shark Finning) คือการตัดครีบ ฉลาม ทิ้งทะเลขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อนำครีบไปทำซุปหูฉลาม ซึ่งเป็นอาหารหรูในบางวัฒนธรรม ครีบฉลามมีราคาสูงมาก แต่เนื้อของมันไม่มีรสชาติ ดังนั้นชาวประมงจึงทิ้งตัว ฉลาม ที่ไม่มีครีบกลับลงทะเล ซึ่งมันจะจมน้ำตายในที่สุด
การจับพลอยได้ (Bycatch) คือการที่ ฉลาม ติดอวนหรือเบ็ดราษฎร์ที่ตั้งใจจับปลาชนิดอื่น และมักถูกทิ้งตายไปโดยเปล่าประโยชน์
การทำลายถิ่นที่อยู่ การทำลายแนวปะการังและป่าชายเลนทำลายแหล่งที่ ฉลาม ใช้ผสมพันธุ์และหากิน ทำให้จำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว
ทำไมต้องรักษาฉลาม? ไม่ใช่แค่เรื่องของฉลาม
ถ้ายังไม่เห็นว่า ฉลาม สำคัญอย่างไร ลองคิดถึงห่วงโซ่อาหาร
ฉลาม อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร มันทำหน้าที่ควบคุมจำนวนสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ ไม่ให้มากเกินไปจนเสียสมดุล เมื่อ ฉลาม หายไป สัตว์ที่มันล่าจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และทำลายแหล่งหญ้าทะเลและแนวปะการัง ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ทะเลอีกนับพันชนิด
ไม่มี ฉลาม = ไม่มีมหาสมุทรที่สมดุล = ไม่มีปลาให้กินในที่สุด

รายได้จากการรักษาฉลามเอาไว้ในทะเล
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดและตอบคำถามว่าทำไมเราถึงควรรักษา ฉลาม ไว้
การศึกษาพบว่า ฉลาม 1 ตัว ถ้ายังมีชีวิตอยู่ในทะเลและดึงดูดนักดำน้ำมาชมตลอดช่วงชีวิตของมัน จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากกว่า 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อตัว เทียบกับมูลค่าของครีบและเนื้อที่ได้เพียงหลักพันบาท
ในประเทศไทย การดำน้ำดูฉลามวาฬที่เกาะเต่า และการชม ฉลาม ที่หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย คือรายได้หลักของชุมชนท้องถิ่นที่นั่น
ตราบใดที่ ฉลาม ยังอยู่ในทะเล นักท่องเที่ยวก็ยังอยากมาดำน้ำ ชุมชนก็ยังมีรายได้ และทะเลก็ยังสมดุล
ฉลาม ในน่านน้ำไทย ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ฉลาม ประวัติ ในไทยมีมายาวนาน น่านน้ำไทยเคยอุดมไปด้วย ฉลาม หลากหลายชนิด แต่ปัจจุบันจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
จุดที่ยังพบ ฉลาม ได้บ่อยในไทย ได้แก่ หมู่เกาะสิมิลัน (ฉลามหัวค้อน ฉลามครีบขาว), เกาะตาชัย (ฉลามวาฬ), หมู่เกาะสุรินทร์ (ฉลามกบ ฉลามครีบขาว) และเกาะเต่า (ฉลามวาฬ)
ในช่วงที่ COVID-19 ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป จำนวน ฉลาม ในน่านน้ำไทยหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าทะเลยังฟื้นตัวได้ ถ้าเราให้มันมีพื้นที่
สิ่งที่คุณทำได้ ง่ายกว่าที่คิด
ถ้าอยากให้ ฉลาม ยังอยู่ในโลกที่ลูกหลานจะได้เห็น มีสิ่งที่ทำได้ทันที
หยุดกินซุปหูฉลาม — ครีบ ฉลาม ที่อยู่ในซุปไม่มีรสชาติ รสชาติทั้งหมดมาจากน้ำซุปและเครื่องปรุง ความอร่อยไม่ต้องแลกด้วยชีวิตของ ฉลาม
สนับสนุนการท่องเที่ยวทะเลที่ยั่งยืน — เลือกทัวร์ดำน้ำที่ไม่ให้สัมผัสหรือไล่ตาม ฉลาม และสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีนโยบายอนุรักษ์ชัดเจน
แชร์ความจริงเรื่องฉลาม — ทุกครั้งที่เราพูดถึง ฉลาม ในแง่บวก มันช่วยลบภาพลักษณ์ที่สื่อสร้างไว้ผิดๆ และทำให้คนอื่นเห็นคุณค่าของมัน
450 ล้านปีที่รอด กำลังแพ้ในอีก 50 ปี
ฉลาม ประวัติ บนโลกนี้คือเรื่องของสิ่งมีชีวิตที่ผ่านมาทุกอย่าง — ยุคน้ำแข็ง การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงของทวีป แต่กำลังจะสูญพันธุ์ในยุคของเราเพราะสิ่งง่ายๆ อย่างซุปหูฉลามและอวนลอย
มันไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ถ้าเรายังมีเวลาเปลี่ยน
และเราก็ยังมี — แค่ต้องเริ่มตอนนี้
