นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ชวนพ่อแม่ลองถามลูกด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า “วันนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง?” โดยเฉพาะหลังจากเราได้เห็นเหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมช่วงนี้ หลายบ้านอาจมีคำถามว่า เราจะเลี้ยงลูกอย่างไร ให้วันหนึ่งเขาเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถจัดการกับความโกรธ ความเสียใจ และความผิดหวังของตัวเองได้ โดยไม่เลือกใช้ความรุนแรงกับตัวเองหรือคนอื่น
หนึ่งในสิ่งเล็ก ๆ ที่พ่อแม่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้ คือ “คุยกับลูกเรื่องความรู้สึก” และอาจเริ่มต้นง่าย ๆ เพียงประโยคเดียวว่า “วันนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง?” ทั้งนี้ สามารถเปลี่ยนคำว่า “หนู” เป็น “ผม” หรือเรียกชื่อลูกได้ตามที่พูดคุยกันเป็นประจำ
สิ่งสำคัญกว่า “การถาม” คือการ “ฟัง”
สิ่งสำคัญกว่า “การถาม” คือสิ่งที่เราทำหลังจากลูกตอบ นั่นคือ “ฟัง” ในสิ่งที่เขาพูด โดยยังไม่ต้องรีบตัดสินเมื่อลูกบอกว่าโกรธ อย่าเพิ่งรีบบอกว่า “เรื่องแค่นี้เอง จะโกรธทำไม” เมื่อลูกบอกว่าเสียใจ อย่าเพิ่งรีบบอกว่า “อย่าไปคิดมาก” หรือถ้าวันหนึ่งลูกพูดว่า “หนูเกลียดเพื่อนคนนั้น” อย่าเพิ่งตกใจจนรีบดุว่า “พูดแบบนี้ไม่ได้นะ!” เพราะ “ความรู้สึก” กับ “การกระทำ” เป็นคนละเรื่องกัน และนี่เป็นเรื่องที่อยากชวนพ่อแม่แยกให้ออกอย่างชัดเจน เด็กโกรธได้ เกลียดได้ น้อยใจได้ อิจฉาได้ และผิดหวังได้ เราไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกให้ “ไม่มี” ความรู้สึกเหล่านี้ แต่เราสามารถค่อย ๆ สอนเขาได้ว่า “หนูโกรธได้ แต่หนูไม่สามารถทำร้ายคนอื่นเพราะความโกรธของตัวเองได้”
หากทุกครั้งที่ลูกเล่า สุดท้ายกลายเป็นการถูกดุ
ลองนึกภาพดูว่า หากทุกครั้งที่ลูกเล่าเรื่องอะไรให้เราฟัง สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือการถูกดุ ถูกตัดสิน ถูกเปรียบเทียบ หรือถูกสอนต่ออีกครึ่งชั่วโมง ครั้งต่อ ๆ ไป ลูกอาจเลือกที่จะไม่เล่าให้เราฟังอีกแล้ว ในทางกลับกัน หากลูกรู้ว่า ไม่ว่าวันนี้เขาจะเจอเรื่องอะไรมา เขายังสามารถกลับมาคุยกับพ่อแม่ได้ พ่อแม่ก็จะมีโอกาสเห็น “โลกข้างใน” ของลูกมากขึ้น
ช่วงนี้เขาเป็นอย่างไร มีความโกรธสะสมอยู่หรือเปล่า กำลังถูกแกล้งไหม รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจหรือเปล่า มีปัญหากับเพื่อนไหม หรือกำลังเจอเรื่องบางอย่างที่หนักเกินกว่าจะรับมือคนเดียวหรือไม่ และถ้าวันหนึ่งปัญหานั้นใหญ่เกินกว่าที่ครอบครัวจะช่วยกันเองได้ อย่างน้อยเราก็มีโอกาสมองเห็นมันเร็วขึ้น และพาลูกไปขอความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น
การชวนลูกคุย ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีความรุนแรง
หมอม็อด ระบุว่า แน่นอนว่า การถามลูกว่า “วันนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง?” ไม่ใช่สิ่งวิเศษที่รับประกันว่าลูกจะไม่มีวันก่อความรุนแรง เพราะความรุนแรงของมนุษย์เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และเราไม่ควรสรุปว่าคนที่ก่อความรุนแรงเกิดจากพ่อแม่เลี้ยงมาไม่ดี แต่การสร้างพื้นที่ให้ลูกสามารถพูดถึงความรู้สึกของตัวเองได้ การสอนให้เขารู้จักอารมณ์ของตัวเอง และการทำให้เขารู้ว่า เมื่อรับมือไม่ไหว “ขอความช่วยเหลือได้” เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่พ่อแม่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ลูกยังเด็กเราไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกมีปัญหา
คืนนี้ก่อนนอน ลองถามเขาดูว่า “วันนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง?” แล้วหลังจากนั้น วางโทรศัพท์ มองหน้าลูก และฟังเขาให้จบไม่ต้องรีบตัดสิน ไม่ต้องรีบแก้ปัญหา และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นบทเรียน เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กที่ “ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเสียใจ หรือไม่เคยผิดหวัง” แต่คือการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้รู้จักความรู้สึกของตัวเอง รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร รู้ว่าเมื่อไม่ไหว เขาสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ และที่สำคัญ ไม่ว่าจะโกรธ เสียใจ หรือผิดหวังมากแค่ไหน เขายังมีพ่อแม่ที่คอยรับฟัง และยังมีทางเลือกอื่นนอกจากการทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นเสมอ